Header Ads

Breaking News
recent

11 กุมภาพันธ์ 2558 i-mobile ปีนี้ขายแต่สมาร์ทโฟนไล่ราคาตั้งแต่ 2,500 บาท จนถึง 15,000 บาท โดยจุดขายของเราคือจะนำเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่มีในอินเตอร์แบรนด์มาใส่ในเครื่อง ตั้งเป้าไว้ที่ 5,000,000 เครื่อง

ประเด็นหลัก


"ปีนี้มุ่งไปที่สมาร์ทโฟนเลย เพราะโอกาสค่อนข้างเปิดกว้าง มีผู้บริโภคที่ใช้งานฟีเจอร์โฟนเกือบครึ่งหนึ่งของคนใช้โทรศัพท์มือถือในประเทศไทย ดังนั้นจึงใช้ช่องว่างนี้เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ไล่ราคาตั้งแต่ 2,500 บาท จนถึง 15,000 บาท โดยจุดขายของเราคือจะนำเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่มีในอินเตอร์แบรนด์มาใส่ในเครื่องไอ-โมบาย เพื่อสร้างความแตกต่างเรื่องราคาที่ถูกกว่าครึ่งหนึ่งในสเป็กที่เท่ากัน เช่น หน้าจอ AMOLED เทคโนโลยีของผู้ผลิตจากเกาหลีที่ขายกันราคากว่าหมื่นบาท แต่ไอ-โมบายขายแค่ 5,990 บาท รวมถึงจุดขายเรื่องการรับชมทีวีดิจิทัลได้เกือบทุกรุ่น"

สำหรับเป้ายอดขายในปีนี้ ไอ-โมบายตั้งเป้าไว้ที่ 5,000,000 เครื่อง คิดเป็นรายได้ 13,000 ล้านบาท (รายได้รวมการจำหน่ายคอนเทนต์และอื่น ๆ จะอยู่ที่ 15,000 ล้านบาท) สูงกว่าปีที่ผ่านมาที่ทำได้ 4,200,000 เครื่อง ที่ 11,000 ล้านบาท โดยมีส่วนแบ่งในตลาดราว 20% เป็นอันดับ 3 คาดว่าจะมียอดขายจากฟีเจอร์โฟน 20% ที่เหลือเป็นสมาร์ทโฟน ลดจากปีที่ผ่านมาที่ฟีเจอร์โฟนอยู่ที่ 25% ส่วนแท็บเลตจะไม่มีผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามาทำตลาดเช่นเดียวกับฟีเจอร์โฟน เนื่องจากความต้องการสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ของผู้บริโภคทำให้แท็บเลตไม่ตอบโจทย์การใช้งานอีกต่อไป โดยขณะนี้มีแท็บเลตเพียง 2 รุ่นเดิมวางขายอยู่ ราคา 4,890 บาท รับชมทีวีดิจิทัลได้


_____________________________________________________










"ไอ-โมบาย" ปูพรมสมาร์ทโฟนเขย่าบัลลังก์อินเตอร์แบรนด์


"ไอ-โมบาย" ผนึกพันธมิตรเพิ่มดีกรีโหมตลาด ทยอยส่งสินค้าใหม่ลงตลาดทั้งปี 25 รุ่น เน้น "สมาร์ทโฟน" ทุ่มเงิน 400 ล้านบาท อัดฉีดโปรโมชั่น-อัพเกรดแบรนด์ต่อเนื่อง หวังโกยยอดขายทะลุ 5 ล้านเครื่อง

นายสุภสิทธิ์ รักกสิกร หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด บมจ.สามารถ ไอ-โมบาย เปิดเผยว่า ในปีนี้จะนำสมาร์ทโฟน 25 รุ่นเข้ามาทำตลาด โดยครึ่งปีแรกมี 10 รุ่น วางช่วงราคาเฉลี่ยไว้ที่ 5,000 บาท แบ่งเป็นเครื่องที่รองรับเทคโนโลยี 4G LTE จำนวน 6-7 รุ่น ซึ่งกลุ่มสินค้าระดับราคานี้ตอบโจทย์ผู้บริโภคทั้งกลุ่มที่กำลังขยับจากฟีเจอร์โฟนมาใช้งานสมาร์ทโฟน และกลุ่มที่เคยใช้สมาร์ทโฟนอยู่เดิม แต่ต้องการเปลี่ยนมาใช้รุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ส่วนฟีเจอร์โฟนยังมี 1-2 รุ่น เป็นรุ่นที่ทำตลาดอยู่เดิม

"ปีนี้มุ่งไปที่สมาร์ทโฟนเลย เพราะโอกาสค่อนข้างเปิดกว้าง มีผู้บริโภคที่ใช้งานฟีเจอร์โฟนเกือบครึ่งหนึ่งของคนใช้โทรศัพท์มือถือในประเทศไทย ดังนั้นจึงใช้ช่องว่างนี้เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ไล่ราคาตั้งแต่ 2,500 บาท จนถึง 15,000 บาท โดยจุดขายของเราคือจะนำเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่มีในอินเตอร์แบรนด์มาใส่ในเครื่องไอ-โมบาย เพื่อสร้างความแตกต่างเรื่องราคาที่ถูกกว่าครึ่งหนึ่งในสเป็กที่เท่ากัน เช่น หน้าจอ AMOLED เทคโนโลยีของผู้ผลิตจากเกาหลีที่ขายกันราคากว่าหมื่นบาท แต่ไอ-โมบายขายแค่ 5,990 บาท รวมถึงจุดขายเรื่องการรับชมทีวีดิจิทัลได้เกือบทุกรุ่น"

สำหรับเป้ายอดขายในปีนี้ ไอ-โมบายตั้งเป้าไว้ที่ 5,000,000 เครื่อง คิดเป็นรายได้ 13,000 ล้านบาท (รายได้รวมการจำหน่ายคอนเทนต์และอื่น ๆ จะอยู่ที่ 15,000 ล้านบาท) สูงกว่าปีที่ผ่านมาที่ทำได้ 4,200,000 เครื่อง ที่ 11,000 ล้านบาท โดยมีส่วนแบ่งในตลาดราว 20% เป็นอันดับ 3 คาดว่าจะมียอดขายจากฟีเจอร์โฟน 20% ที่เหลือเป็นสมาร์ทโฟน ลดจากปีที่ผ่านมาที่ฟีเจอร์โฟนอยู่ที่ 25% ส่วนแท็บเลตจะไม่มีผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามาทำตลาดเช่นเดียวกับฟีเจอร์โฟน เนื่องจากความต้องการสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ของผู้บริโภคทำให้แท็บเลตไม่ตอบโจทย์การใช้งานอีกต่อไป โดยขณะนี้มีแท็บเลตเพียง 2 รุ่นเดิมวางขายอยู่ ราคา 4,890 บาท รับชมทีวีดิจิทัลได้

ส่วนงบประมาณการตลาดในปีนี้อยู่ที่ 400 ล้านบาท ใกล้เคียงปีที่แล้ว และนอกจากจะยังคงเน้นการสร้างภาพลักษณ์ให้เป็นอินเตอร์แบรนด์มากขึ้น แม้จะเป็นบริษัทคนไทย และยังให้ความสำคัญกับการทำตลาดโดยร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจ ทั้งผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ และสโมสรฟุตบอลต่าง ๆ ในการออกเครื่องพร้อมแพ็กเกจพิเศษ ล่าสุดร่วมกับ "ทรูมูฟ เอช" เพื่อให้ผู้ที่ใช้ระบบพรีเพด (เติมเงิน) ได้สิทธิ์โทร. และใช้อินเทอร์เน็ตฟรีสูงสุด 3,300 บาท เมื่อซื้อสมาร์ทโฟนในตระกูล IQ X และ I-Style ที่ร่วมรายการ

"ผู้บริโภคเริ่มจำชื่อรุ่นของเราได้แล้ว แต่เพื่อเพิ่มความชัดเจนในแต่ละตระกูล บริษัทจะทำการจัดเรียงรุ่นใหม่ ตั้งชื่อตระกูลใหม่ และขยับเข้าไปจำหน่ายในร้านค้าปลีกโทรศัพท์มือถือมากขึ้น จากเดิมเน้นขายในศูนย์บริการ และคู่ค้าในพื้นที่ต่าง ๆ ราว 200 แห่ง รวมถึงร้านลูกตู้เกือบ 1,000 จุด รวมถึงจะมีการทำแอปพลิเคชั่นเพื่อให้ผู้ใช้งานไอ-โมบาย เข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับแคมเปญ และเครื่องที่ใช้อยู่ได้ เช่น รุ่นที่ใช้, วันหมดประกัน, โปรโมชั่นพิเศษ และสถานะการซ่อม"

นายสุภสิทธิ์กล่าวถึงภาพรวมตลาดโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยด้วยว่า ยอดขายปีนี้น่าจะอยู่ที่ 20 ล้านเครื่อง แต่ถ้าอ้างอิงจากบริษัทวิจัยจีเอฟเคจะอยู่ที่ 17 ล้านเครื่อง และเกือบทั้งหมดเป็นสมาร์ทโฟน การแข่งขันยังค่อนข้างสูง เนื่องจากมีแบรนด์ใหม่ ๆ เข้ามาต่อเนื่อง โดยใช้กลยุทธ์ราคามาแข่งขัน


http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1423467506
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.