Header Ads

Breaking News
recent

11 กุมภาพันธ์ 2558 Seagate ลงทุน 15,300 ล้าน เป็นการลงทุนด้านเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงอาคาร รองรับการเติบโตของคลาวด์ ปัจจุบันโรงงานในนครราชสีมาถือเป็นศูนย์การผลิตฮาร์ดไดร์ฟที่ใหญ่ที่สุดในโลกของซีเกท

ประเด็นหลัก


 ปัจจุบันโรงงานในนครราชสีมาถือเป็นศูนย์การผลิตฮาร์ดไดร์ฟที่ใหญ่ที่สุดในโลกของซีเกท ซึ่งอาคารหลังใหม่นี้จะเพิ่มพื้นที่การผลิตขึ้นอีก 49% จากขนาดเดิม 160,060 ตารางเมตร เป็น 237,856 ตารางเมตร คาดจะแล้วเสร็จพร้อมใช้งานในปี 2559 และจะก่อให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 2,500 ตำแหน่ง โดยซีเกทจะใช้งบการสร้างอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกถึง 4,600 ล้านบาท และอีก 10,700 ล้านบาทนั้นจะเป็นการลงทุนด้านเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ต่างๆ
     
       “ในปี 2020 ข้อมูลจะขยายเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันอีก 3-4 เท่าโดย 60% จะอยู่บนคลาวด์สตอเรจ นอกจากนี้เทคโนโลยีการเก็บข้อมูลจะมีการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซีเกทจึงต้องสามารถตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปได้ โรงงานแห่งใหม่นี้จะสนับสนุนความต้องการด้านการจัดเก็บข้อมูลที่สูงขึ้นได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ รองรับเทคโนโลยีใหม่ สร้างชิ้นส่วนและเทคโนโลยีชั้นสูงเกี่ยวกับคลาวด์และที่สำคัญจะทำให้ซัปพลาย เชนมีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น”
     

       ปัจจุบันซีเกทในประเทศไทยมีการส่งสินค้าออกไปต่างประเทศประมาณ 6.5 แสนชุดต่อวัน มีซัปพลายเออร์ส่งสินค้าป้อนโรงงาน 30 ล้านชิ้นต่อวัน และมีซัปพลายเออร์อยู่ 208 แห่ง มีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 1.1 แสนล้านบาท ซึ่งในส่วนของการสร้างอาคารใหม่นี้จะทำให้ซีเกทมีรายได้เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ในส่วนของโรงงานเทพารักษ์นั้นจะมีส่วนของการวิจัยและพัฒนาที่ได้ลงทุนไปแล้ว 1,800 ล้านบาทเมื่อปี 2014 ที่ผ่านมา


_____________________________________________________










ซีเกทขยายการลงทุนในไทยทุ่ม 15,300 ล้าน ผลิตชิ้นส่วนรองรับตลาดคลาวด์




        ซีเกทเทงบ 15,300 ล้านบาทขยายอาคารแห่งใหม่ใช้สร้างชิ้นส่วนและเทคโนโลยีใหม่ รองรับการเติบโตของคลาวด์ โดยเป็นเงินลงทุน 5 ปีนับจากนี้ มั่นใจหลังสร้างเสร็จจะเพิ่มพื้นที่ผลิตได้อีก 49% และสร้างงานเพิ่ม 2,500 ตำแหน่ง พร้อมนำเสนอบริการและโซลูชันใหม่ๆ ที่นอกเหนือจากการผลิตฮาร์ดไดร์ฟเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วโลก ด้านรายได้จากการส่งออกในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 1.1 แสนล้านบาท
     
       นายเจฟฟรี่ย์ ดี ไนการ์ด รองประธานอาวุโส ฝ่ายปฎิบัติการหัวอ่านและบันทึกข้อมูล บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ซีเกทเตรียมลงทุนสร้างอาคารใหม่เพิ่มเติม ที่โรงงานผลิตเดิมในจังหวัดนครราชสีมา ด้วยเงินลงทุนประมาณ 15,300 ล้านบาท ภายใน 5 ปีนับจากนี้ เพื่อรองรับกับการเติบโตของเทคโนโลยีคลาวด์สตอเรจ ซึ่งจะทำให้เกิดจากการเติบโตของข้อมูลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมไปถึงยังเป็นการรองรับกับผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ที่ซีเกทจะนำเสนอออกสู่ตลาดอีกด้วย
     
       ปัจจุบันโรงงานในนครราชสีมาถือเป็นศูนย์การผลิตฮาร์ดไดร์ฟที่ใหญ่ที่สุดในโลกของซีเกท ซึ่งอาคารหลังใหม่นี้จะเพิ่มพื้นที่การผลิตขึ้นอีก 49% จากขนาดเดิม 160,060 ตารางเมตร เป็น 237,856 ตารางเมตร คาดจะแล้วเสร็จพร้อมใช้งานในปี 2559 และจะก่อให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 2,500 ตำแหน่ง โดยซีเกทจะใช้งบการสร้างอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกถึง 4,600 ล้านบาท และอีก 10,700 ล้านบาทนั้นจะเป็นการลงทุนด้านเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ต่างๆ
     
       “ในปี 2020 ข้อมูลจะขยายเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันอีก 3-4 เท่าโดย 60% จะอยู่บนคลาวด์สตอเรจ นอกจากนี้เทคโนโลยีการเก็บข้อมูลจะมีการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซีเกทจึงต้องสามารถตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปได้ โรงงานแห่งใหม่นี้จะสนับสนุนความต้องการด้านการจัดเก็บข้อมูลที่สูงขึ้นได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ รองรับเทคโนโลยีใหม่ สร้างชิ้นส่วนและเทคโนโลยีชั้นสูงเกี่ยวกับคลาวด์และที่สำคัญจะทำให้ซัปพลาย เชนมีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น”
     
       นายเจฟฟรี่ย์ กล่าวว่า โซลูชันครบวงจรของซีเกทจะเริ่มจากตัวสินค้าที่เป็นชิ้นส่วนที่จับต้องได้ ต่อมาเป็นเรื่องของระบบที่ช่วยสนับสนุนคลาวด์ และไฮบริดโซลูชันที่จะช่วยตอบสนองความต้องการทางธุรกิจได้ โดยที่ผ่านมาซีเกทได้ซื้อบริษัทต่างๆ เพื่อขยายการเติบโตของธุรกิจ นอกจากเหนือไปจากการเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตฮาร์ดไดร์ฟรุ่นใหม่ๆ ที่จะสามารถตอบสนองกับลูกค้ารายใหญ่อย่างกูเกิลหรือไป่ตู้ ที่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงในขณะที่มีขนาดเล็กลง รวมไปถึงการพัฒนาโซลูชันแบบครบวงจรที่พร้อมจะบริการลูกค้าทั่วโลก
     
       ปัจจุบันซีเกทในประเทศไทยมีการส่งสินค้าออกไปต่างประเทศประมาณ 6.5 แสนชุดต่อวัน มีซัปพลายเออร์ส่งสินค้าป้อนโรงงาน 30 ล้านชิ้นต่อวัน และมีซัปพลายเออร์อยู่ 208 แห่ง มีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 1.1 แสนล้านบาท ซึ่งในส่วนของการสร้างอาคารใหม่นี้จะทำให้ซีเกทมีรายได้เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ในส่วนของโรงงานเทพารักษ์นั้นจะมีส่วนของการวิจัยและพัฒนาที่ได้ลงทุนไปแล้ว 1,800 ล้านบาทเมื่อปี 2014 ที่ผ่านมา
     
       “โรงงานของซีเกทในไทยมีบุคลากรของซีเกทมากเป็นอันดับ 1 เมื่อเทียบกับโรงงานอื่นๆ ซึ่งการเลือกสร้างอาคารใหม่ที่โคราชเพิ่มเติมนั้น ซีเกทมองว่าในเมืองไทยมีทีมงานท้องถิ่นที่แข็งแกร่ง และมองเห็นว่าสำหรับการขยายฐานลูกค้าในฝั่งเอเชียที่ปัจจุบันมีส่วนแบ่งรายได้อยู่ที่ 40% ของรายได้รวมของซีเกทนั้น ไทยถือว่าอยู่ในตำแหน่งที่มีความสำคัญในภูมิภาคนี้ด้วยโครงสร้างพื้นฐานต่างๆที่ดี สามารถเชื่อมต่อไปยังประเทศจีนและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค และเรื่องของต้นทุนที่เหมาะสม”

http://manager.co.th/CbizReview/ViewNews.aspx?NewsID=9580000016640
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.