Header Ads

Breaking News
recent

20 กุมภาพันธ์ 2558 AIT อยู่ระหว่างเตรียมยื่นประมูลสัมปทานระบบเคเบิลใต้น้ำที่ประเทศพม่า มูลค่าโครงการ 7 พันล้านบาท คาดว่าจะรู้ผลภายใน 3-4 เดือนนี้ โดยจะร่วมกับ LOXLEY และพันธมิตรท้องถิ่นในพม่า

ประเด็นหลัก


นายศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์ ประธานคณะกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอ็ดวานซ์อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้แตะ 10,000 ล้านบาทในปี 2560 โดยจะเข้าประมูลงานจากภาครัฐ รับนโยบายดิจิทัลอีโคโนมี มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท หวังได้งานทั้งหมด 100% ส่วนปีนี้ ตั้งเป้ารายได้ 6,800 ล้านบาท หรือโต 10% จากปี 2557 ที่คาดจะทำได้เกินเป้าซึ่งตั้งไว้ที่ 6,200 ล้านบาท ปัจจุบัน บริษัทมีงานในมือ 2 พันล้านบาท รับรู้รายได้ปีนี้ทั้งหมด ขณะเดียวกันยังตั้งเป้ารักษาอัตรากำไรสุทธิที่ระดับ 8-9% โดยจะเน้นบริหารต้นทุน และเลือกรับงานที่มีมาร์จิ้นสูง

ทังนี้ บริษัทเตรียมเซ็นสัญญาเป็นผู้บริหารจัดการระบบโฉนดที่ดินในประเทศลาว คาดจะเซ็นภายใน 1-2 เดือนนี้ โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งงานดังกล่าวเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท และ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART กับ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน)หรือ LOXLEY ถือหุ้นในสัดส่วน 30% เท่ากัน โดยรับผลประโยชน์ตามสัดส่วนการถือหุ้น

นายศิริพงษ์กล่าวต่อว่า บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมยื่นประมูลสัมปทานระบบเคเบิลใต้น้ำที่ประเทศพม่า มูลค่าโครงการ 7 พันล้านบาท คาดว่าจะรู้ผลภายใน 3-4 เดือนนี้ โดยจะร่วมกับ LOXLEY และพันธมิตรท้องถิ่นในพม่า บริษัทคาดจะถือหุ้นประมาณ 20% และใช้เงินลงทุนในส่วนของบริษัทไม่เกิน 200 ล้านบาท









_____________________________________________________

















นายศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์ ประธานคณะกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอ็ดวานซ์อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้แตะ 10,000 ล้านบาทในปี 2560 โดยจะเข้าประมูลงานจากภาครัฐ รับนโยบายดิจิทัลอีโคโนมี มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท หวังได้งานทั้งหมด 100% ส่วนปีนี้ ตั้งเป้ารายได้ 6,800 ล้านบาท หรือโต 10% จากปี 2557 ที่คาดจะทำได้เกินเป้าซึ่งตั้งไว้ที่ 6,200 ล้านบาท ปัจจุบัน บริษัทมีงานในมือ 2 พันล้านบาท รับรู้รายได้ปีนี้ทั้งหมด ขณะเดียวกันยังตั้งเป้ารักษาอัตรากำไรสุทธิที่ระดับ 8-9% โดยจะเน้นบริหารต้นทุน และเลือกรับงานที่มีมาร์จิ้นสูง

ทังนี้ บริษัทเตรียมเซ็นสัญญาเป็นผู้บริหารจัดการระบบโฉนดที่ดินในประเทศลาว คาดจะเซ็นภายใน 1-2 เดือนนี้ โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งงานดังกล่าวเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท และ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART กับ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน)หรือ LOXLEY ถือหุ้นในสัดส่วน 30% เท่ากัน โดยรับผลประโยชน์ตามสัดส่วนการถือหุ้น

นายศิริพงษ์กล่าวต่อว่า บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมยื่นประมูลสัมปทานระบบเคเบิลใต้น้ำที่ประเทศพม่า มูลค่าโครงการ 7 พันล้านบาท คาดว่าจะรู้ผลภายใน 3-4 เดือนนี้ โดยจะร่วมกับ LOXLEY และพันธมิตรท้องถิ่นในพม่า บริษัทคาดจะถือหุ้นประมาณ 20% และใช้เงินลงทุนในส่วนของบริษัทไม่เกิน 200 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทมีความสนใจที่จะทำธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ แต่ยังอยู่ระหว่างการศึกษา ยังไม่มีรายละเอียด ขณะที่ล่าสุด ได้จับมือกับ 3 พันธมิตรผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี Cloud & Virtualization ในการเป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านไอที แบบครบวงจร โดยพันธมิตรทั้ง 3 ราย ได้แก่ บริษัท F5 network,บริษัท วีเอ็มแวร์ จำกัด และบริษัท เน็ตแอพ (ประเทศไทย)จำกัด

บริษัทมองว่าการรุกขยายธุรกิจไปสู่ระบบ Cloud & Virtualization ในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในการเข้ารับงานจากลูกค้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและเอกชนต่างๆ มากยิ่งขึ้น และส่งผลดีต่อการผลักดันรายได้ของ AIT ให้เติบโตได้ดียิ่งขึ้น โดยคาดว่าภายใน 1 ปีหลังจากรุกธุรกิจ ในครั้งนี้ จะผลักดันรายได้เติบโต 10-15%




http://www.naewna.com/business/145366

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.