Header Ads

Breaking News
recent

20 กุมภาพันธ์ 2558 INTUCH.สมประสงค์ เตรียมเข้าลงทุนธุรกิจดิจิทัลทีวีที่ผ่านมาได้รับการทาบทามจากช่องทีวีดิจิทัลหลายราย แต่บริษัทไม่ได้รีบร้อนตกลงใจ

ประเด็นหลัก



นายสมประสงค์กล่าวว่า ยังติดตามพฤติกรรมการรับชมโทรทัศน์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และความเป็นไปได้ในการเข้าไปลงทุนในธุรกิจดิจิทัลทีวีอย่างใกล้ชิด ที่ผ่านมาได้รับการทาบทามจากช่องทีวีดิจิทัลหลายราย แต่บริษัทไม่ได้รีบร้อนตกลงใจ แม้ต้องการมีช่องรายการของตนเอง

"พฤติกรรมของผู้ชมแต่ละเซ็กเมนต์เป็นอย่างไร เป็นระยะเปลี่ยนผ่านที่น่าสนใจ โดยส่วนตัวมองว่าการมีถึง 24 ช่องมากเกินไป"





















_____________________________________________________










ติธุรกิจออนไลน์

"อินทัช" ประกาศความพร้อมดันบริษัทในเครือลงทุนต่อเนื่อง เกาะเทรนด์ "ดิจิทัล" ย้ำโฟกัส "สื่อสาร-ไอที-มีเดีย-ดิจิทัลคอนเทนต์" มั่นใจรัฐบาลเปิดประมูลคลื่น 4G ผลักดันนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล ลั่น "เอไอเอส" พร้อมชิงคลื่นใหม่รักษาผู้นำตลาด-เปิดเกมบุกสมรภูมิบรอดแบนด์ ทั้งเผยช่องทีวีดิจิทัลรุมจีบร่วมธุรกิจแต่ยังไม่รีบปลงใจกับใคร ฟาก "ดีแทค" เขย่าอีกรอบ เปลี่ยนซีอีโอใหม่ 1 เม.ย.นี้






นายสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มอินทัช เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ทิศทางการลงทุนในปีนี้ของกลุ่มอินทัชยังคงมุ่งไปทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นหลัก สอดคล้องกับนโยบายดิจิทัลอีโคโนมีของรัฐบาลที่ต้องการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจรวมถึงการประมูลใบอนุญาต4G ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสร้างงานและรายได้จากภาษี เพราะเมื่อคนมีเงินจับจ่ายใช้สอยก็ต้องเสียภาษีทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม, ภาษีนิติบุคคล และบุคคลธรรมดา

และยังช่วยเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมาได้ด้วย แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่จะเริ่มได้เร็วแค่ไหน ซึ่งตนเชื่อว่าจะมีการประมูล 4G เกิดขึ้นในปีนี้และส่งผลดีกับเศรษฐกิจโดยรวมแน่ เพราะแต่ละบริษัทจะลงทุนเป็นเงินหลายหมื่นล้านบาท รวมถึงเอไอเอส บริษัทในเครืออินทัชที่มีความพร้อมด้านบุคลากร, ความรู้เทคโนโลยี และเงินลงทุน

"รายได้ของอินทัชมาจากเอไอเอสเกินครึ่ง แต่หากไม่มีประมูล 4G คงไม่กระทบเท่าไร ก็ยังทำธุรกิจจากสิ่งที่มีอยู่ในมือต่อไป แต่มองภาพรวมโอกาสของการพัฒนาประเทศอาจสูญเสียไปได้ 4G เป็นการต่อยอด 3G ซึ่งในกลุ่มลูกค้าระดับบนที่ใช้ดาต้าสูง ๆ และต้องการใช้มากขึ้น ฉะนั้น 4G จะอยู่กับคนระดับท็อป จึงเป็นศักยภาพที่จะทำให้บริษัทขยายตัวต่อไปได้ เราโฟกัสในดิจิทัลอะไรที่ไม่สอดคล้องกับไดเร็กชั่นก็ต้องหยุด เช่น กรณีแม็ทบ็อกซ์"

อินทัชในฐานะ "โฮลดิ้ง คอมปะนี" มีหน้าที่ 3 เรื่อง คือ
1.ลงทุนโดยแสวงหาธุรกิจใหม่ ๆ ที่มีอนาคต
2.ขายธุรกิจที่ดีทำกำไร
3.รักษาสิ่งดีที่มีอยู่เพื่อรับผลตอบแทนในการลงทุน ซึ่งการลงทุนทำได้ทั้งแบบใช้เงินและไม่ใช้เงิน กรณีใช้เงินทั้งจากเงินสด, เครดิต และรายได้จากการดำเนินงาน ส่วนที่ไม่ใช้เงินเป็นเรื่องวิสัยทัศน์ ความเชี่ยวชาญในธุรกิจเทเลคอม, มีเดีย, ไอที และดิจิทัลคอนเทนต์

"เรากำหนดเบรกทรู 9 เรื่อง โดย 3 บริษัทในเครือ ได้แก่ เอไอเอส ทำ 3G-4G, ฟิกซ์บรอดแบนด์ และคอนเวอร์เจนซ์, ไทยคมจะส่งดาวเทียมดวงใหม่ไปเรื่อย ๆ, ซีเอสล็อกซอินโฟทำคลาวด์คอมพิวติ้ง และอินทัชทำเรื่องดิจิทัลคอนเทนต์ ดิจิทัลทีวี และเวนเจอร์แคปิตอล โดยกระบวนการในการลงทุนจะทำอย่างระมัดระวัง รอบคอบ"

นายสมประสงค์กล่าวว่า ยังติดตามพฤติกรรมการรับชมโทรทัศน์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และความเป็นไปได้ในการเข้าไปลงทุนในธุรกิจดิจิทัลทีวีอย่างใกล้ชิด ที่ผ่านมาได้รับการทาบทามจากช่องทีวีดิจิทัลหลายราย แต่บริษัทไม่ได้รีบร้อนตกลงใจ แม้ต้องการมีช่องรายการของตนเอง

"พฤติกรรมของผู้ชมแต่ละเซ็กเมนต์เป็นอย่างไร เป็นระยะเปลี่ยนผ่านที่น่าสนใจ โดยส่วนตัวมองว่าการมีถึง 24 ช่องมากเกินไป"





รายงานผลประกอบการปี 2557 ที่ผ่านมาอินทัชมีรายได้รวม 25,270 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% มีกำไร 14,767 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากส่วนแบ่งผลกำไรจากเงินลงทุนในเอไอเอส ณ สิ้นสุด 31 ธ.ค. 2557 อยู่ที่ 14,538 ล้านบาท คิดเป็น 57% ของรายได้รวม และ 90% ของกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ ทั้งคาดการณ์รายได้เอไอเอสปีนี้ว่าจะเติบโต 3-4%จากการใช้งานด้านข้อมูล และการลดราคาเครื่องพร้อมเสนอแพ็กเกจที่จูงใจให้มาใช้โครงข่าย 2.1 GHz

คำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหารเอไอเอสยังระบุด้วยว่า ตั้งงบฯลงทุนในปีนี้ไว้ที่ 40,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับข้อมูล โดยสร้างสถานีฐานเพิ่มและขยายโครงข่ายใยแก้วนำแสง อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ และคาดว่าจะประมูลคลื่น 1800 MHz ในไตรมาส 3 โดยจะนำมาให้บริการ 4G เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่าย คาดว่ารายได้จากการให้บริการจะเพิ่มขึ้น 3-4%

ณ ธ.ค. 2557 เอไอเอสมีฐานลูกค้า 44.3 ล้านราย อยู่บนระบบ 2.1 GHz 40.8 ล้านราย หรือ 92%

รายงานข่าวแจ้งว่า ดีแทคได้ประกาศแต่งตั้งซีอีโอคนใหม่ มีผล 1 เม.ย.นี้ ได้แก่ นายลาร์ส โอเคะ นอร์ลิ่ง ปัจจุบันเป็นซีอีโอ บริษัท DiGi.Com Berhad ประเทศมาเลเซีย แทนนายซิคเว่ เบรคเก้ ซีอีโอเทเลนอร์เอเชียที่นั่งรักษาการในตำแหน่งนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงผู้นำองค์กรอีกครั้งในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ทีมงานต้องปรับตัวกันอีกครั้ง

จากรายงานการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของดีแทคประจำปี 2557 ระบุว่า เป็นปีที่ท้าทายสำหรับโทรคมนาคมไทยและดีแทค หลังจากแต่ละรายได้รับใบอนุญาต 2.1 GHz เมื่อ ธ.ค. 2555 และเปิดให้บริการ 3G เต็มรูปแบบในปี 2556 ปี 2557 จึงต่างพยายามเติบโตจากบริการอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่ ซึ่งดีแทคได้เพิ่มสถานีฐานอีก 6,500 แห่ง จะเสร็จในไตรมาส 1 ปี 2558 และเริ่มรูปแบบการทำธุรกิจโดยแบ่งเป็นพื้นที่เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น ทำให้ฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น ณ สิ้นปี 2557 อยู่ที่ 28 ล้านเลขหมาย

สำหรับกลุ่มทรูก่อนหน้านี้เปิดเผยว่า มีงบฯลงทุนปี 2558 อยู่ที่ 43,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการขยายเครือข่ายไฮสปีดอินเทอร์เน็ตด้วยเทคโนโลยี FTTx ทั่วประเทศ ครอบคลุม 10 ล้านครัวเรือน ภายในปี 2559 และอีก 10,000 ล้านบาท ขยายเครือข่าย 4G LTE ให้ครอบคลุม 80% ประชากรทั่วประเทศในไตรมาส 2 ปีนี้ และจะผลักดันให้ทรูเป็นผู้นำบรอดแบนด์และโมบายอินเทอร์เน็ต ทำให้กรุงเทพฯเป็นเมืองหลวงของอาเซียน




http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1424318899
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.