Header Ads

Breaking News
recent

20 กุมภาพันธ์ 2558 WorkpointTV.ปัญญา วางแผนเพิ่มสตูดิโอใหม่ในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงอีกจำนวน 6 แห่ง จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 9 แห่ง รวมเป็น 15 แห่ง ทั้งหมดจะแล้วเสร็จในกลางปีนี้

ประเด็นหลัก


    ด้านนายปัญญา นิรันดร์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด(มหาชน) (บมจ.) กล่าวว่า วันนี้ช่องเวิร์คพอยท์ก้าวขึ้นมามีเรตติ้งอันดับ 3 และจะพยายามรักษาฐานให้เป็นแบบนี้ต่อไป  ทั้งนี้การที่บริษัทถอดรายการออกจากผังช่อง 5 และช่อง 9 นั้นเนื่องจากบริษัทมองว่าการที่เวิร์คพอยท์เป็นองค์กรที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในด้านของการบริหารงานจึงต้องการความแน่นอน  ซึ่งการนำคอนเทนต์ดังกล่าวมาไว้ในช่องตัวเองจะช่วยให้มีความแน่นอนมากขึ้นทั้งในด้านของการบริหารและรายได้  โดยเฉพาะเรื่องค่าเช่าเวลาที่ช่วยให้บริหารต้นทุนได้ง่ายขึ้น
    โดยแผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ เวิร์คพอยท์เน้นเพิ่มคอนเทนต์ใหม่ให้สมบูรณ์มากขึ้น  พร้อมทั้งวางแผนเพิ่มสตูดิโอใหม่ในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงอีกจำนวน 6  แห่ง  จากเดิมที่มีอยู่แล้ว  9 แห่ง  รวมเป็น 15 แห่งซึ่งทั้งหมดจะแล้วเสร็จในกลางปีนี้  เพื่อรองรับการผลิตคอนเทนต์ที่จะเพิ่มมากขึ้น และถือเป็นการวางแผนในระยะยาวด้วย
    "ปีนี้บริษัทตั้งเป้าที่จะมีรายได้ 2 พันล้านบาทสำหรับช่องทีวีดิจิตอล เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีรายได้ 800 ล้านบาท  ซึ่งเบื้องต้นบริษัทมีรายได้ที่รับรู้เข้ามาแล้วจากการซื้อโฆษณาในรูปแบบแพ็กเกจกว่า 1 พันล้านบาท และบริษัทเตรียมปรับอัตราค่าโฆษณาขึ้น 400 - 500%  เป็น 4.5 หมื่นบาท - 2 แสนบาทต่อนาที ตามเรตติ้งทีวีที่เพิ่มขึ้นด้วย"



_____________________________________________________

















‘อสมท’ท้าชิงเรตติ้งเวิร์คพอยท์/เฮียฮ้อ



 ศึกชิงเรตติ้งทีวีดิจิตอลเดือด หลังเม็ดเงินโฆษณาเดือนแรกทะลุ 2.51 พันล้านบาท จับตา "MCOT" ทุ่มงบสูงสุดในรอบ 10 ปีไล่ขยี้เวิร์คพอยท์ ทวงบัลลังก์อันดับ 3 ขณะที่ "เสี่ยตา" เร่งสปีดผลิตคอนเทนต์สุดฤทธิ์ พร้อมอัพค่าโฆษณา 500% ด้าน "ช่อง 8" จ่อยกผังรายการ-ละครใหม่ มั่นใจฉุดเรตติ้งกระฉูด ส่วน "ไทยรัฐทีวี" ย้ำต้องเบอร์ 1 เรื่องข่าวเท่านั้น
    ตัวเลขการใช้งบโฆษณาผ่านสื่อเดือนมกราคม 2558 โดยบริษัท นีลเส็น ประเทศไทย จำกัดที่รายงานออกมาล่าสุด เป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า แนวโน้มของสื่อทีวีดิจิตอลเริ่มยืนได้อย่างมั่นคง และก้าวเดินอย่างมั่นใจ เมื่อเม็ดเงินโฆษณาพุ่งเข้าใส่ ส่งผลให้มียอดใช้จ่ายสูงถึง 2.51 พันล้านบาทในช่วงระยะเวลาเพียงแค่เดือนเดียว  จากงบโฆษณาโดยรวม 9.52 พันล้านบาท  ถือเป็นงบโฆษณาครั้งแรกของทีวีดิจิตอลที่เริ่มออกอากาศตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ต่างกับงบโฆษณาผ่านสื่อหลักที่ลดลงทุกสื่อ ไม่ว่าจะเป็น ทีวีอะนาล็อก ที่มีงบโฆษณา 4.24 พันล้านบาท ลดลง 9.85%  สื่อวิทยุ 336 ล้านบาท ลดลง 7.18% หนังสือพิมพ์ 833 ล้านบาท ลดลง 11.19% นิตยสาร 265 ล้านบาท ลดลง 21.13%  เป็นต้น  ขณะที่ในแวดวงโฆษณาต่างประเมินว่า ปีนี้จะมีเม็ดเงินโฆษณาสะพัดในทีวีดิจิตอล 2-3 หมื่นล้านบาท การแข่งขันเพื่อชิงเรตติ้ง และก้าวขึ้นติดอันดับต้นๆ จึงเป็นสิ่งบ่งบอกถึงความสำเร็จในด่านแรกที่ต้องการ
++ ทุ่มงบสูงสุดในรอบ 10 ปีฟื้น MCOT
    นายศิวะพร  ชมสุวรรณ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) (บมจ.)  เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า เป้าหมายของอสมท คือการครองเรตติ้งในอันดับที่ 3 ของทีวีดิจิตอล และเป็นอันดับ 1 ในช่องวาไรตี ทำให้ในปีนี้อสมท ต้องปรับตัวอย่างหนัก โดยเฉพาะการลงทุนเพื่อรุกตลาดสร้างให้อสมทกลับมาแข็งแกร่งเหมือนเช่นในอดีต โดยปีนี้ถือเป็นการลงทุนสูงสุดในรอบ 10 ปี โดยบริษัทเตรียมใช้งบลงทุนราว 3 พันล้านบาท ในการพลิกฟื้นองค์กรอีกครั้งเพื่อให้เท่าทันกับพฤติกรรมผู้บริโภค และการแข่งขันของตลาดที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
    "อสมท ไม่เคยลงทุนจำนวนมากมานาน  ดังนั้นในปีนี้ถึงเวลาแล้วที่อสมทจะต้องกลับมาพัฒนาองค์กรให้มีความแข็งแกร่ง  โดยมีเป้าหมายคือ การครองเรตติ้งเป็นอันดับ 3 ของธุรกิจทีวีดิจิตอล จากปัจจุบันที่ตกไปอยู่อันดับ 4 รองจากเวิร์คพอยท์ และอีกเป้าหมายคือการก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ในช่องวาไรตีให้ได้"
    สำหรับงบลงทุน 3 พันล้านบาทในครั้งนี้ จะแบ่งออกเป็นการลงทุนสำหรับค่าอุปกรณ์โครงข่ายและค่าใบอนุญาต 2.7 พันล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นค่าคอนเทนต์ 300-400 ล้านบาท โดยจะเป็นคอนเทนต์ที่บริษัทเป็นผู้ผลิตเอง 60% และผลิตโดยบริษัทอื่น 40%
 ++ ชูครบคับจอ ฉุดเรตติ้ง
    ด้านกลยุทธ์การทำตลาด  นายศิวะพรกล่าวว่า อสมท ดำเนินการปรับผังรายการช่อง MCOT HD ช่อง 30 ใหม่โดยเริ่มรายการข่าวสารและสาระบันเทิงให้มากขึ้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ "ครบคับจอ" เช่น  Biz Time, ข่าวดังข้ามเวลา , Core song, LoveSick Season2  เป็นต้น  ขณะเดียวกันบริษัทจะใช้ความได้เปรียบจากสื่อออฟไลน์และออนไลน์ที่มีอยู่ ทั้งสื่อโทรทัศน์  วิทยุ และออนไลน์ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ในการโปรโมตช่องทีวีดิจิตอล รวมถึงกิจกรรมและคอนเทนต์ต่างๆ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้ชมในวงกว้าง โดยเบื้องต้นจะเน้นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ช่อง MCOT HD ก่อน หลังจากนั้นจะเริ่มโปรโมตช่อง MCOT Family ในไตรมาส 2 ต่อไป
    ขณะที่ผลประกอบการของบริษัทในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าที่จะมีรายได้ราว 5 พันล้านบาท แบ่งเป็นธุรกิจทีวี 3 พันล้านบาท วิทยุ 1 พันล้านบาท และอื่นๆ จะเป็นรายได้จากธุรกิจใหม่ที่เกิดขึ้นในอนาคต  โดยรายได้หลักยังมาจากค่าโฆษณา ซึ่งในรูปแบบรายการบันเทิง จะมีอัตราค่าโฆษณาประมาณ 4 แสนบาทต่อนาที ส่วนรายการข่าว 3 แสนบาทต่อนาที
    อย่างไรก็ดี อสมท ประสบปัญหาอย่างหนักตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา เมื่อผู้ผลิตคอนเทนต์รายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเวิร์คพอยท์, แกรมมี่ ฯลฯ ที่หันไปเป็นผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล ต่างดึงคอนเทนต์ที่ออกอากาศทางช่องโมเดิร์นไนน์กลับไปออนแอร์ทางช่องของตนเอง ซึ่งล้วนเป็นรายการฮอต เรตติ้งดี ส่งผลให้ผู้ชมอสมท ลดลงอย่างน่าใจหาย
 ++ผุด 15 สตูดิโอผลิตคอนเทนต์
    ด้านนายปัญญา นิรันดร์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด(มหาชน) (บมจ.) กล่าวว่า วันนี้ช่องเวิร์คพอยท์ก้าวขึ้นมามีเรตติ้งอันดับ 3 และจะพยายามรักษาฐานให้เป็นแบบนี้ต่อไป  ทั้งนี้การที่บริษัทถอดรายการออกจากผังช่อง 5 และช่อง 9 นั้นเนื่องจากบริษัทมองว่าการที่เวิร์คพอยท์เป็นองค์กรที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในด้านของการบริหารงานจึงต้องการความแน่นอน  ซึ่งการนำคอนเทนต์ดังกล่าวมาไว้ในช่องตัวเองจะช่วยให้มีความแน่นอนมากขึ้นทั้งในด้านของการบริหารและรายได้  โดยเฉพาะเรื่องค่าเช่าเวลาที่ช่วยให้บริหารต้นทุนได้ง่ายขึ้น
    โดยแผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ เวิร์คพอยท์เน้นเพิ่มคอนเทนต์ใหม่ให้สมบูรณ์มากขึ้น  พร้อมทั้งวางแผนเพิ่มสตูดิโอใหม่ในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงอีกจำนวน 6  แห่ง  จากเดิมที่มีอยู่แล้ว  9 แห่ง  รวมเป็น 15 แห่งซึ่งทั้งหมดจะแล้วเสร็จในกลางปีนี้  เพื่อรองรับการผลิตคอนเทนต์ที่จะเพิ่มมากขึ้น และถือเป็นการวางแผนในระยะยาวด้วย
    "ปีนี้บริษัทตั้งเป้าที่จะมีรายได้ 2 พันล้านบาทสำหรับช่องทีวีดิจิตอล เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีรายได้ 800 ล้านบาท  ซึ่งเบื้องต้นบริษัทมีรายได้ที่รับรู้เข้ามาแล้วจากการซื้อโฆษณาในรูปแบบแพ็กเกจกว่า 1 พันล้านบาท และบริษัทเตรียมปรับอัตราค่าโฆษณาขึ้น 400 - 500%  เป็น 4.5 หมื่นบาท - 2 แสนบาทต่อนาที ตามเรตติ้งทีวีที่เพิ่มขึ้นด้วย"
++ อาร์เอสขอชิงที่ 3
    ส่วนนายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน)  (บมจ.) ผู้บริหารทีวีดิจิตอล "ช่อง 8"  กล่าวว่า บริษัทเตรียมใช้งบลงทุน 1 พันล้านบาท เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับช่อง 8  ซึ่งจะปรับผังรายการครั้งใหญ่ในเดือนมีนาคมนี้  ด้วยการส่ง 10 รายการใหม่ และ 10 ละครดังแกะกล่องลงจอตลอดปีนี้  เพื่อสร้างฐานเรตติ้งของช่อง 8 ให้แน่น มั่นคงและมีเสถียรภาพ ผลักดันให้เรตติ้งพุ่งสู่ที่ 3 ตามเป้าหมายที่บริษัทวางไว้ภายในสิ้นปีนี้   รวมถึงการพัฒนาระบบเทคโนโลยีและสัญญาณการออกอากาศให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และกิจกรรมการตลาดโฆษณาประชาสัมพันธ์โดยสร้างการรับรู้ในวงกว้างมากยิ่งขึ้น
    "บริษัทตั้งเป้าที่จะมีรายได้ 1.9 พันล้านบาท โดยเติบโตจากการขึ้นค่าโฆษณา ที่บริษัทได้ปรับขึ้นเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาประมาณ 4-5 เท่า จากปีก่อน เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7 หมื่นบาท - 2 แสนบาทต่อนาที ขณะเดียวกันบริษัทมองว่า ค่าโฆษณายังสามารถปรับเพิ่มขึ้นได้อีกถ้าเทียบกับค่าโฆษณาของผู้เล่นที่ครองเรตติ้งอันดับ 1 และ 2 ที่ยังห่างกันอีกหลายเท่าตัว แต่ทั้งนี้การเพิ่มราคาโฆษณาแต่ละครั้งต้องอาศัยปัจจัยด้านเรตติ้งที่เป็นเครื่องมือชี้วัด และเป็นตัวสะท้อนความนิยมการรับชมรายการต่างๆ ของแต่ละสถานีด้วย"
 ++ ไทยรัฐย้ำเบอร์ 1 เรื่องข่าว
    ฟากนางสาวจิตสุภา วัชรพล เจ้าหน้าที่บริหารสายงานกลยุทธ์และการตลาด บริษัท ทริปเปิลวี บรอดคาสท์ จำกัด ผู้บริหารทีวีดิจิตอล "ไทยรัฐทีวี"  กล่าวว่า  ปีนี้ไทยรัฐทีวีจะตอกย้ำการเป็น Market Leader ในกลุ่มรายการข่าว ด้วยการนำเสนอรายการข่าวเช้าโฉมใหม่ ที่จะเชื่อมโยงโลกโซเชียลเข้ามาบนหน้าจอทีวี เป็นครั้งแรกด้วยการเปิดตัวรายการ "เช้าข่าวชัด โซเชียล" รายการที่จะปฏิวัติรูปแบบข่าวเช้าให้มีสีสันมากขึ้นและเพื่อให้ฐานผู้ชมเดิมของไทยรัฐทีวีที่เป็นคนกลุ่มใหญ่ครอบคลุมทั่วประเทศได้รับทราบข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้นบนโลกโซเชียลผ่านหน้าจอโทรทัศน์ที่เป็นสื่อกระแสหลัก
    "ในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมาหลังจากเปิดทีวีดิจิตอล พบว่าไทยรัฐทีวีมีเรตติ้งขึ้นเป็นอันดับที่ 5   และการเปิดตัวรายการใหม่ เช้าข่าวชัด โซเชียล จะทำให้บริษัทสามารถต่อยอดการขายโฆษณาได้หลากหลายรูปแบบยิ่งขึ้น ด้วยเนื้อหาที่เป็นมาตรฐานใหม่ของวงการ และการขับเคลื่อนกลยุทธ์ Connected TV ที่จะรองรับพฤติกรรมการรับชมของผู้ชมปัจจุบันทั้ง Frist  Screen และ Second  Screen ในปัจจุบัน"
++ ขอแชร์กลุ่มคนดูรุ่นใหม่
    ขณะที่นางสาววทันยา วงศ์โอภาสี รองกรรมการบริหารด้านธุรกิจองค์กร บริษัท สปริงนิวส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า จุดแข็งและจุดขายของสปริงนิวส์คือ การเป็นสถานีข่าวโทรทัศน์  โดยปีนี้บริษัทเตรียมใช้งบลงทุนราว 220 ล้านบาท แบ่งเป็นการผลิตคอนเทนต์ 70 ล้านบาท และอีก 150 ล้านบาทสำหรับขยายสตูดิโอเพิ่มอีก 3 แห่ง  อย่างไรก็ดีที่ผ่านมาถือว่าสปริงนิวส์ถึงจุดคุ้มทุนแล้ว แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ทีวีดิจิตอล ก็ต้องลงทุนใหม่ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาราว 3 ปี ก็จะมีรายได้ถึงจุดคุ้มทุน
    "บริษัททำการสำรวจกลุ่มผู้ชมพบว่า  ผู้ชมส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงวัย มีฐานะปานกลาง  ดังนั้นในปีนี้บริษัทจะเน้นปรับเนื้อหาคอนเทนต์ และองค์กรเพื่อขยายฐานผู้ชมกลุ่มใหม่ซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นหรือคนรุ่นใหม่ให้มากขึ้น  โดยเบื้องต้นจะเน้นการปรับรูปแบบคอนเทนต์ให้กระชับ ดูง่าย และเข้าใจได้รวดเร็ว  ซึ่งเหมาะกับพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ที่เสพข่าวในยุคปัจจุบัน  รวมทั้งกิจกรรมการตลาดก็จะเน้นเดินสายโรดโชว์โปรโมตช่อง พร้อมจัดการประกวดนักข่าวและผู้สื่อข่าวรุ่นใหม่"
    ทั้งนี้ในปีที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้ 150 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้คือ 250 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากปัจจัยลบรอบด้านที่ส่งผลกระทบต่อรายได้  อย่างไรก็ดี ปีนี้บริษัทตั้งเป้าที่จะมีรายได้ราว 270 ล้านบาท
    ส่วนกรณีบริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) จำกัด (มหาชน) หรือ SLC เข้าถือหุ้นบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ NMG นั้น บริษัทต้องรอความชัดเจนจากกสทช. อีกครั้งหากพบว่าผิดจริง ก็จะแก้ไขให้ถูกต้องโดยใช้วิธีลดหุ้นลงอีก 2.2% จากปัจจุบันที่มีอยู่ 12.2% เพื่อให้ถือหุ้นไม่เกิน 10% ตามที่กสทช.กำหนด
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ


http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=265823:2015-02-18-02-37-47&catid=85:2009-02-08-11-22-45&Itemid=417#.VOa7VUJAeuw
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.