Header Ads

Breaking News
recent

04 เมษายน 2558 intuch และ บริษัท ฮุนได โฮมชอปปิ้ง เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น ประเทศเกาหลีใต้ ตั้งเป็นบริษัท ไฮ ชอปปิ้ง จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท โดยทางอินทัชมีเดีย ร่วมลงทุน 255 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนหุ้น 51%

ประเด็นหลัก



       “ในการลงทุนให้ประสบความสำเร็จจะมีปัจจัยหลักๆ ด้วยกัน 3 ส่วน คือ 1.เรื่องของการมีวิสัยทัศน์ที่ถูกต้องและชัดเจน 2.ทรัพย์ที่จะใช้ในการลงทุน และ 3.มีการศึกษาหาความรู้ และประสบการณ์ในการทำธุรกิจ จึงได้มีการมองหาพันธมิตรที่มีความรู้ทางด้านดังกล่าว”
     
       โดยการเฟ้นหาพันธมิตรทางธุรกิจของอินทัช จะมองไปที่ 3 ส่วนหลักๆ คือ เรื่องของความรู้ความเข้าใจในธุรกิจที่จะทำ ถัดมาคือต้องมีเงินลงทุน และสุดท้ายคือความสามารถในการทำงานร่วมกันได้ เพื่อให้สามารถเติบโตไปด้วยกัน
     
       “ที่เลือกธุรกิจโฮมชอปปิ้งเพราะมองว่าเป็นธุรกิจสำหรับอนาคตอย่างแน่นอน ก่อให้เกิดการนำความรู้จากทั้ง 2 ฝ่ายมาร่วมกัน ฮุนได มีความรู้ในแง่ของการทำธุรกิจโฮมชอปปิ้ง ส่วน อินทัช มีความรู้ทางด้านโทรคม ไอที มีเดีย และเข้าใจสังคมไทย สุดท้ายส่วนของเงินลงทุนทั้ง 2 บริษัทต่างพร้อมที่จะลงทุน”
     
       ทั้งนี้ การร่วมทุนระหว่าง บริษัท อินทัช มีเดีย จำกัด และ บริษัท ฮุนได โฮมชอปปิ้ง เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น ประเทศเกาหลีใต้ ตั้งเป็นบริษัท ไฮ ชอปปิ้ง จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท โดยทางอินทัชมีเดีย ร่วมลงทุน 255 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนหุ้น 51%

_____________________________________________________














“อินทัช” ร่วมทุน “ฮุนได” ลุยธุรกิจโฮมชอปปิ้ง



        อินทัช เปิดธุรกิจใหม่รุกตลาดโฮมชอปปิ้ง หลังร่วมทุน ฮุนได โฮมชอปปิ้ง ตั้งบริษัทร่วมทุน ไฮ ชอปปิ้ง (HIGH Shopping) ทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าขึ้นเป็นผู้นำตลาดภายใน 5-6 ปีข้างหน้า ชูความโดดเด่นเรื่องช่องทางสื่อสารไปยังผู้บริโภคของกลุ่มอินทัช และประสบการณ์ในตลาดของฮุนได
     
       นายสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มอินทัช กล่าวว่า จากการกำหนดวิสัยทัศน์ของกลุ่มอินทัชที่ผ่านมา มีส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับการให้บริการดิจิตอลคอนเทนต์ จึงได้มองหาพันธมิตรหลักทางธุรกิจที่จะเข้ามาร่วมทำตลาดภายในประเทศไทยในธุรกิจของโฮมชอปปิ้ง ซึ่งจะเข้ามาช่วยเสริมธุรกิจของกลุ่มได้
     
       “ในการลงทุนให้ประสบความสำเร็จจะมีปัจจัยหลักๆ ด้วยกัน 3 ส่วน คือ 1.เรื่องของการมีวิสัยทัศน์ที่ถูกต้องและชัดเจน 2.ทรัพย์ที่จะใช้ในการลงทุน และ 3.มีการศึกษาหาความรู้ และประสบการณ์ในการทำธุรกิจ จึงได้มีการมองหาพันธมิตรที่มีความรู้ทางด้านดังกล่าว”
     
       โดยการเฟ้นหาพันธมิตรทางธุรกิจของอินทัช จะมองไปที่ 3 ส่วนหลักๆ คือ เรื่องของความรู้ความเข้าใจในธุรกิจที่จะทำ ถัดมาคือต้องมีเงินลงทุน และสุดท้ายคือความสามารถในการทำงานร่วมกันได้ เพื่อให้สามารถเติบโตไปด้วยกัน
     
       “ที่เลือกธุรกิจโฮมชอปปิ้งเพราะมองว่าเป็นธุรกิจสำหรับอนาคตอย่างแน่นอน ก่อให้เกิดการนำความรู้จากทั้ง 2 ฝ่ายมาร่วมกัน ฮุนได มีความรู้ในแง่ของการทำธุรกิจโฮมชอปปิ้ง ส่วน อินทัช มีความรู้ทางด้านโทรคม ไอที มีเดีย และเข้าใจสังคมไทย สุดท้ายส่วนของเงินลงทุนทั้ง 2 บริษัทต่างพร้อมที่จะลงทุน”
     
       ทั้งนี้ การร่วมทุนระหว่าง บริษัท อินทัช มีเดีย จำกัด และ บริษัท ฮุนได โฮมชอปปิ้ง เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น ประเทศเกาหลีใต้ ตั้งเป็นบริษัท ไฮ ชอปปิ้ง จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท โดยทางอินทัชมีเดีย ร่วมลงทุน 255 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนหุ้น 51%
     
       นายชาน ซุก คัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โฮมชอปปิ้ง เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น กล่าวถึงธุรกิจโฮมชอปปิ้งว่า แต่เดิมธุรกิจโฮม ชอปปิ้ง จะใช้วิธีการจำหน่ายผ่านทางธุรกิจบรอดคาสต์ ผ่านหน้าจอทีวีเป็นหลัก แต่ในปัจจุบันโฮมชอปปิ้งเริ่มมีการคอนเวอร์เจนซ์ช่องทางอื่นๆ เข้ามาอย่าง โมบายอินเทอร์เน็ตและอีคอมเมิร์ซกำลังเข้ามาแทนที่
     
       “ตอนนี้ตลาดในประเทศไทยยังถือว่าอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น เพราะในเกาหลีมูลค่าตลาดโฮมชอปปิ้งในปัจจุบันอยู่ที่กว่า 1.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ดังนั้น เชื่อว่าจะเป็นธุรกิจที่จะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องต่อไปในอนาคต”
     
       เบื้องต้นทาง ไฮ ชอปปิ้ง ตั้งเป้าไว้ว่าจะขึ้นเป็นผู้นำในตลาดนี้ภายใน 5-6 ปีข้างหน้า โดยคาดว่าจะสามารถคืนทุนได้ภายใน 4 ปี และจะเริ่มมีกำไรในปีที่ 5 จากการร่วมมือกันในการนำประสบการณ์จากทั้ง 2 ฝ่ายเข้ามาร่วมพัฒนา
     
       นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานคณะกรรมการจัดการ สายธุรกิจสื่อโฆษณาและธุรกิจใหม่ กลุ่มอินทัช กล่าวเสริมว่า ไฮ ชอปปิ้ง จะเริ่มทำธุรกิจภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในช่วงของการทำแผนทางธุรกิจ โดยในช่วงแรกจะใช้วิธีการเปิดช่องทางโทรทัศน์ก่อนที่จะนำธุรกิจภายในกลุ่มมาเสริมในระยะต่อไป
     
       “จุดแตกต่างระหว่าง ไฮ ชอปปิ้งกับรายอื่น คือ จะเน้นในแง่ของการคัดสรรสินค้าที่สามารถสร้างความแตกต่าง แต่ที่สำคัญคือตามความต้องการของผู้บริโภค ความรวดเร็วในการส่งมอบสินค้า ที่มีความรวดเร็ว โดยนำประสบการณ์จากบริษัทในเครือมาช่วยเสริม และสุดท้ายคือการสร้างความพึงพอใจของลูกค้า ถ้าผู้บริโภคมีความพึงพอใจก็จะใช้บริการซ้ำอีก”
     
       สำหรับ ไฮ ชอปปิ้ง มีการเตรียมความพร้อมในแง่ของบุคลากรแล้ว โดยทาง ฮุนได ได้ส่งผู้บริหารเข้ามาเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ส่วนทางอินทัชก็จะส่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน รวมกับเตรียมเรื่องช่องทางการจัดจำหน่าย บริการหลังการขาย โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นความชัดเจนมากขึ้นภายในช่วงไตรมาสที่ 3
     
       ปัจจุบัน มูลค่าตลาดรวมของธุรกิจโฮมชอปปิ้งจะอยู่ที่ประมาณ 7,000-10,000 ล้านบาท ซึ่งตามปกติเมื่อมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาในตลาด จะเป็นการช่วยขยายตลาดมากกว่าการแย่งชิงลูกค้าจากรายเดิม เหมือนเช่นในเกาหลีที่ตลาดนี้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
     

http://manager.co.th/CbizReview/ViewNews.aspx?NewsID=9580000038344
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.