Header Ads

Breaking News
recent

07 เมษายน 2558 TRUE และ PSI แนะ กสทช. เพิ่มเงื่อนไขแลกกล่องไฮบริดได้ไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดในการกระตุ้นยอด ผู้รับชมดิจิทัลทีวี ให้คูปองแลกกล่องดาวเทียมไปเลยน่า จะดีกว่า

ประเด็นหลัก



ฟากนายสมพร ธีระโรจนพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า การเพิ่มเงื่อนไขแลกกล่องไฮบริดได้ไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดในการกระตุ้นยอด ผู้รับชมดิจิทัลทีวี เพราะฟังก์ชั่นของกล่องประเภทนี้รับชมทีวีดาวเทียม 200 ช่อง และสัญญาณทีวีดาวเทียมก็รับชมช่องเอชดีของทีวีดิจิทัลได้เกือบทุกช่องแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่ผู้บริโภคต้องติดตั้งเสารับสัญญาณทีวีดิจิทัล เพื่อรับชมช่องเอชดีและรายการอื่นของทีวีดิจิทัล อีกทั้งราคากล่องไฮบริดยังค่อนข้างสูงทำให้คูปองส่วนลดไม่จูงใจผู้บริโภค

"ถ้า กสทช.ไม่ทำแบบนี้คงโดนผู้ประมูลช่องทีวีดิจิทัลติติง แต่การเพิ่มเงื่อนไขให้แลกกล่องไฮบริดได้ไม่ได้จูงใจให้ผู้จำหน่ายกล่องดาว เทียมสั่งกล่องเข้ามาจำหน่าย เพราะต้นทุนค่อนข้างสูง และระยะเวลาขายก็น้อย กว่าจะตรวจมาตรฐาน และนำสินค้าเข้ามา อีกทั้งการขยายเวลาใช้คูปองไปอีก 2 เดือนก็ไม่เพียงพออยู่ดี พีเอสไอคงไม่เข้าร่วมโครงการนี้และมองว่าให้คูปองแลกกล่องดาวเทียมไปเลยน่า จะดีกว่า แต่ กสทช.คงลำบากใจเพราะอาจโดนฟ้องร้องได้"

_____________________________________________________










ฉะกสทช.ไร้น้ำยาแก้ปัญหาคูปอง


รุมค้านแลกซื้อกล่อง "ไฮบริด" ไม่เวิร์ก ราคากล่องทะลุ 2,000 บาท มูลค่าคูปองไม่จูงใจพอ แนะเปิดช่องให้แลกซื้อกล่องรับสัญญาณดาวเทียมดีกว่าเยอะ ฟาก "ทรูวิชั่นส์" สบช่องเตรียมบันเดิลแคมเปญแลกซื้อเพิ่มทางเลือกลูกค้าทรูวิชั่นส์

นาย มานพ โตการค้า ประธานกรรมการ บริษัท ไอพีเอ็มทีวี จำกัด และประธานชมรมผู้ประกอบการโครงข่ายโทรทัศน์ดาวเทียม กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า การที่ กสทช.เพิ่มเงื่อนไขการนำคูปองส่วนลดมูลค่า 690 บาท ให้ไปแลกซื้อกล่องรับสัญญาณแบบไฮบริดที่สามารถรับสัญญาณในระบบภาคพื้นดิน (DVB-T2) และระบบดาวเทียม (S2) ได้อาจไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง หากต้องการเพิ่มยอดการใช้คูปองหรือเพิ่มจำนวนผู้รับชมดิจิทัลทีวี เนื่องจากเซตท็อปบ็อกซ์แบบไฮบริดมีราคากว่า 2,000 บาท มากกว่าการซื้อกล่องทีวีดาวเทียมและกล่องทีวีดิจิทัลแบบแยกกันเสียอีกจึงไม่ จูงใจผู้บริโภค

"ราคากล่องไฮบริดค่อนข้างสูง เราเองก็ขายกล่องประเภทนี้มาปีเศษ แต่ยอดขายไม่เป็นไปตามเป้า ทำได้แค่หลักหมื่นกล่องเท่านั้น เพราะต้นทุนค่อนข้างสูงทำให้ราคาขายปลีกอยู่ที่ 2,700 บาท แม้จะนำคูปองมาแลกซื้อได้ ราคาก็ยังสูงอยู่ดี จึงเชื่อว่าการเพิ่มเงื่อนไขให้แลกกล่องไฮบริดได้ไม่จูงใจผู้ประกอบการที่จะ ผลิตกล่องออกมาร่วมโครงการ เพราะเสี่ยงขายไม่ได้ ถ้าจะเพิ่มเงื่อนไข ควรให้แลกซื้อกล่องดาวเทียมไปเลยดีกว่า เพราะราคาแทบจะเท่าราคาคูปองส่วนลด"

จากกำลังซื้อในตลาดที่ยังไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควรทำให้อุตสาหกรรมทีวีดาวเทียมชะลอ ตัว คาดว่าในปีนี้ทั้งตลาดอาจมียอดขายกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียมไม่ถึง 3-4 ล้านเครื่องเหมือนปีที่ผ่านมา เพราะยอดขายรวมในไตรมาสแรกทำได้ไม่เท่าปี 2557 ที่ผ่านมา บริษัทจึงอาจปรับลดเป้ายอดขายจากเดิมตั้งไว้ 1 ล้านกล่องหากสภาพตลาดยังไม่กลับมาเป็นปกติในครึ่งปีแรก

ด้านนายสมชาย เปรื่องวิริยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แฟมิลี่ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า โดยส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มเงื่อนไขดังกล่าวเพราะมีกล่องรับสัญญาณที วีดิจิทัลค้างอยู่ในตลาดอีกกว่า 10 ล้านกล่อง และสิ่งที่สำนักงาน กสทช.ต้องเร่งดำเนินการคือการแก้ปัญหาคูปองที่ยังคงค้างอยู่ที่ไปรษณีย์สาขา ต่าง ๆ และเร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคที่ได้คูปองแล้วมาแลกซื้อให้เร็วที่สุด เนื่องจากมีการนำคูปองมาแลกน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

"ตั้งแต่ ม.ค.การแลกกล่องทีวีดิจิทัลลดลงอย่างต่อเนื่องทำให้ปัจจุบันมีผู้แลกคูปอง เพียง 4 ล้านใบ จากทั้งหมดที่แจกออกไป 8 ล้านใบ ซึ่งไม่ใช่ปัญหาของผู้จำหน่ายกล่อง แต่เป็นภาระของ กสทช.ที่ต้องผลักดันให้ผู้ได้รับคูปองนำมาแลกซื้อกล่องทีวีดิจิทัล ส่วนการแลกกล่องไฮบริดตนไม่เห็นด้วย ถือเป็นการแก้ปัญหาระยะสั้น ไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด และเราคงไม่ผลิตกล่องไฮบริดมาจำหน่าย โดยปี 2557 มีผู้บริโภคนำคูปองมาแลกซื้อกล่องของแฟมิลี่ 5 แสนใบ ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1 ล้านใบ ส่วนเป้าทั้งปีนี้อยู่ที่ 2-3 ล้านใบ"

ปัจจุบัน "แฟมิลี่" มีกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลจำหน่ายอยู่ 2 รุ่น คือ DR-111 ราคา 1,040 บาท และรุ่น T-030 ราคา 690 บาท กับเสารับสัญญาณราคาเริ่มต้น 350 บาท ทำตลาดในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นและแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าของห้างสรรพสินค้าทั่วไป บริษัทจะเน้นโฆษณาทางสื่อหลัก และทำโปรโมชั่นร่วมกับร้านค้ามากขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าไป ใช้งาน

นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมสั่งผลิตกล่องไฮบริดเพื่อเข้าร่วมโครงการกับ กสทช.ที่มีการขยายสิทธิการใช้คูปองให้นำมาแลกซื้อกล่องไฮบริดได้ด้วย เพราะถือเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค ซึ่งบริษัทสามารถนำมาพัฒนาแคมเปญพิเศษให้กับลูกค้าที่ใช้บริการต่าง ๆ ของกลุ่มทรูได้ด้วย แต่คาดว่ากว่าที่จะมีสินค้าออกสู่ตลาดได้จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 45-60 วัน เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการในการตรวจสอบมาตรฐานทางเทคนิคจาก กสทช.และการสั่งผลิต

"การเพิ่มเงื่อนไขการแลกคูปองในกล่องไฮบริดกับ เราทำให้เราออฟเฟอร์กล่องแบบที่ดูได้ทั้งฟรีทีวีและเพย์ทีวีกับลูกค้าได้ มีออปชั่นให้ลูกค้าหันมาสมัครทรูวิชั่นส์เพิ่มขึ้นได้ ซึ่งเราอาจจะบันเดิลแคมเปญไปกับบริการต่าง ๆ หรือให้สิทธิพิเศษกับลูกค้าที่ใช้บริการของทรูมากกว่าหนึ่ง อย่างนำคูปองมาแลกซื้อกล่องราคาถูกหรือรับกล่องไปเลยก็ได้ โดยบริษัทซับซิไดซ์ต้นทุนบางส่วนไว้ เรียกว่ามีหลายทางเลือก อยู่ระหว่างการเตรียมการ"

รายงานข่าวแจ้งว่า สำนักงาน กสทช.แจกคูปองให้ประชาชนไปแล้ว 8.3 ล้านครัวเรือน จากจำนวนครัวเรือนที่มีสิทธิ 14.1 ล้านครัวเรือน และ ณ มี.ค.ที่ผ่านมามีประชาชนนำคูปองไปใช้สิทธิแลกซื้อแล้ว 4.1 ล้านฉบับ และมีคูปองตกค้างอยู่ไปรษณีย์ไทย 900,000 ฉบับ ซึ่งจะเร่งประชาสัมพันธ์กระตุ้นให้ประชาชนนำคูปองไปใช้สิทธิให้เร็วขึ้น หลังได้รับการอนุมัติงบประมาณประชาสัมพันธ์ 63.5 ล้านบาท จากที่ผ่านมาใช้วิธีขอความร่วมมือจากช่องดิจิทัลทีวี

ฟากนายสมพร ธีระโรจนพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า การเพิ่มเงื่อนไขแลกกล่องไฮบริดได้ไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดในการกระตุ้นยอด ผู้รับชมดิจิทัลทีวี เพราะฟังก์ชั่นของกล่องประเภทนี้รับชมทีวีดาวเทียม 200 ช่อง และสัญญาณทีวีดาวเทียมก็รับชมช่องเอชดีของทีวีดิจิทัลได้เกือบทุกช่องแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่ผู้บริโภคต้องติดตั้งเสารับสัญญาณทีวีดิจิทัล เพื่อรับชมช่องเอชดีและรายการอื่นของทีวีดิจิทัล อีกทั้งราคากล่องไฮบริดยังค่อนข้างสูงทำให้คูปองส่วนลดไม่จูงใจผู้บริโภค

"ถ้า กสทช.ไม่ทำแบบนี้คงโดนผู้ประมูลช่องทีวีดิจิทัลติติง แต่การเพิ่มเงื่อนไขให้แลกกล่องไฮบริดได้ไม่ได้จูงใจให้ผู้จำหน่ายกล่องดาว เทียมสั่งกล่องเข้ามาจำหน่าย เพราะต้นทุนค่อนข้างสูง และระยะเวลาขายก็น้อย กว่าจะตรวจมาตรฐาน และนำสินค้าเข้ามา อีกทั้งการขยายเวลาใช้คูปองไปอีก 2 เดือนก็ไม่เพียงพออยู่ดี พีเอสไอคงไม่เข้าร่วมโครงการนี้และมองว่าให้คูปองแลกกล่องดาวเทียมไปเลยน่า จะดีกว่า แต่ กสทช.คงลำบากใจเพราะอาจโดนฟ้องร้องได้"


http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1428299031
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.