Header Ads

Breaking News
recent

01 พฤษภาคม 2558 เผยภาพ “บิ๊กจิ๋ว” กินข้าวถกพีซทีวี ก่อนปิดถาวร พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมรับประทานอาหารกับ แกนนำคนเสื้อแดง และผู้บริหาร สถานีโทรทัศน์ พีซ ทีวี ที่ถูกให้เพิกถอนใบอนุญาต

ประเด็นหลัก


      โดยเมื่อช่วงเช้า พล.อ.ชวลิต ให้สัมภาษณ์พิเศษทางสถานีพีซทีวี กับนายเผด็จ ภูรีปฏิภาณ หรือพญาไม้ ที่ดำเนินรายการว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุคาร์บอมบ์ที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตระกูลรับใช้สถาบันฯ มาโดยตลอดจึงไม่มีแนวคิดที่ทำให้ประเทศชาติเสียหาย
     
       “ขอแนะนำให้รอหลักฐานให้ชัดเจนก่อนค่อยออกมาเปิดเผยหรือให้ข่าว เพื่อไม่ให้ประชาชนสับสน ถ้าไม่ชัดอย่าพูด ไม่ใช่อยากจะพูดก็พูด ต้องดูหลักฐานให้ชัดก่อน ทำแบบนี้ไม่เหมาะสม เร่งพูดไปก็จะยิ่งแตกแยก”
     
       ส่วนร่างรัฐธรรมนูญที่ยังมีความเห็นต่างจากหลายฝ่ายด้วยว่า ขอแนะนำให้เขียนรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐธรรมนูญถูกฉีกอีกในอนาคต อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วต้องรับฟังเสียงประชาชนเพื่อไม่ให้บ้านเมืองวิกฤต ส่วนข้อเสนอของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่จะให้ใช้รัฐธรรมนูญใหม่ 5 ปี แล้วค่อยแก้ไขนั้น มองว่าอาจจะไม่ทันต่อสถานการณ์ ขอย้ำว่าควรร่างไว้ 2 ฉบับ เพื่อให้ประชาชนเลือก ทั้งนี้ยังแนะนำรัฐบาลให้ยุติความขัดแย้งให้ได้ก่อน จึงจะแก้ปัญหาทุกอย่างได้ รวมถึงการเดินหน้าปฏิรูปได้ด้วย และควรให้อำนาจอธิปไตยกับประชาชน รวมทั้งใช้หลักนิติธรรมในการบริหารราชการ
     
       อีกด้านมีรายงานว่า ในวันที่ 30 เม.ย.นี้ เวลา 11.00 น. นายจตุพรและเจ้าหน้าที่สถานีพีซทีวีจะเดินทางไปยื่นขอความเป็นธรรมกรณีที่ถูก กสท.เพิกถอนใบอนุญาตต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ที่ทำเนียบรัฐบาล
     
       “ส่วนตัวจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาท ฟ้องทั้งแพ่งและอาญา ต่อกรรมการ กสท.4 คนที่ลงมติเพิกถอนใบอนุญาต เพราะเป็นข้อกล่าวหาที่เป็นเท็จ และจะร้องศาลปกครอง รวมถึงองค์กรสื่อต่างประเทศ และยื่นถวายฎีกาด้วย”


_____________________________________________________

















เผยภาพ “บิ๊กจิ๋ว” กินข้าวถกพีซทีวี ก่อนปิดถาวร-ดิ้น! พรุ่งนี้ “จตุพร” ถวายฎีกา-พบ “บิ๊กตู่”



เผยภาพ “บิ๊กจิ๋ว” กินข้าวถกพีซทีวี ก่อนปิดถาวร-ดิ้น! พรุ่งนี้ “จตุพร” ถวายฎีกา-พบ “บิ๊กตู่”
พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมรับประทานอาหารกับ แกนนำคนเสื้อแดง และผู้บริหาร สถานีโทรทัศน์ พีซ ทีวี ที่ถูกให้เพิกถอนใบอนุญาต

เผยภาพ “บิ๊กจิ๋ว” กินข้าวถกพีซทีวี ก่อนปิดถาวร-ดิ้น! พรุ่งนี้ “จตุพร” ถวายฎีกา-พบ “บิ๊กตู่”



เผยภาพ “บิ๊กจิ๋ว” ร่วมกินข้าวกับผู้บริหารพีซทีวี-แกนนำแดง ก่อนปิดทีวีแดงถาวร ด้าน “ตู่-จตุพร” ดิ้น! พรุ่งนี้ (30 เม.ย.) นำผู้บริหารบุกทำเนียบยื่นหนังสือ “บิ๊กตู่” ขอความเป็นธรรม ฟ้องแพ่ง-อาญา 4 กสท.เสียงข้างมาก พร้อมยื่นถวายฎีกา ด้านแกนนำแดงโพสต์อ้างการปิดพีชทีวีครั้งนี้จะมีผลกระทบต่อความปรองดองอย่างรุนแรง
     
       วันนี้ (29 เม.ย.) มีรายงานว่า สังคมออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพที่อ้างว่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมรับประทานอาหารกับแกนนำคนเสื้อแดง และผู้บริหารสถานีโทรทัศน์พีซทีวี เช่น นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นางธิดา ถาวรเศรษฐ นายอนันตศักดิ์ คำเก่า ฯลฯ
     
       โดยเมื่อช่วงเช้า พล.อ.ชวลิต ให้สัมภาษณ์พิเศษทางสถานีพีซทีวี กับนายเผด็จ ภูรีปฏิภาณ หรือพญาไม้ ที่ดำเนินรายการว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุคาร์บอมบ์ที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตระกูลรับใช้สถาบันฯ มาโดยตลอดจึงไม่มีแนวคิดที่ทำให้ประเทศชาติเสียหาย
     
       “ขอแนะนำให้รอหลักฐานให้ชัดเจนก่อนค่อยออกมาเปิดเผยหรือให้ข่าว เพื่อไม่ให้ประชาชนสับสน ถ้าไม่ชัดอย่าพูด ไม่ใช่อยากจะพูดก็พูด ต้องดูหลักฐานให้ชัดก่อน ทำแบบนี้ไม่เหมาะสม เร่งพูดไปก็จะยิ่งแตกแยก”
     
       ส่วนร่างรัฐธรรมนูญที่ยังมีความเห็นต่างจากหลายฝ่ายด้วยว่า ขอแนะนำให้เขียนรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐธรรมนูญถูกฉีกอีกในอนาคต อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วต้องรับฟังเสียงประชาชนเพื่อไม่ให้บ้านเมืองวิกฤต ส่วนข้อเสนอของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่จะให้ใช้รัฐธรรมนูญใหม่ 5 ปี แล้วค่อยแก้ไขนั้น มองว่าอาจจะไม่ทันต่อสถานการณ์ ขอย้ำว่าควรร่างไว้ 2 ฉบับ เพื่อให้ประชาชนเลือก ทั้งนี้ยังแนะนำรัฐบาลให้ยุติความขัดแย้งให้ได้ก่อน จึงจะแก้ปัญหาทุกอย่างได้ รวมถึงการเดินหน้าปฏิรูปได้ด้วย และควรให้อำนาจอธิปไตยกับประชาชน รวมทั้งใช้หลักนิติธรรมในการบริหารราชการ
     
       อีกด้านมีรายงานว่า ในวันที่ 30 เม.ย.นี้ เวลา 11.00 น. นายจตุพรและเจ้าหน้าที่สถานีพีซทีวีจะเดินทางไปยื่นขอความเป็นธรรมกรณีที่ถูก กสท.เพิกถอนใบอนุญาตต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ที่ทำเนียบรัฐบาล
     
       “ส่วนตัวจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาท ฟ้องทั้งแพ่งและอาญา ต่อกรรมการ กสท.4 คนที่ลงมติเพิกถอนใบอนุญาต เพราะเป็นข้อกล่าวหาที่เป็นเท็จ และจะร้องศาลปกครอง รวมถึงองค์กรสื่อต่างประเทศ และยื่นถวายฎีกาด้วย”
     
       ด้านนายชินวัฒน์ หาบุญพาด แกนนำคนเสื้อแดง โพสต์เฟซบุ๊กถึงเรื่องนี้ว่า การเพิกถอนใบอนุญาตพีชทีวีครั้งนี้ก็จากกรรมการของ กสทช.ลงมติเอง ไม่อยากคิดไกลไปถึงผู้มีอำนาจเหนือนั้นหรือจะมีก็ไม่ทราบ
     
       “อยากฝากพุทธพจน์เป็นภาษาไทยว่า ใครก็ตามที่ตำหนิเรา อย่าคิดว่าเขาเป็นศัตรูเสมอ ให้แบ่งใจส่วนหนึ่งว่าเขาอาจจะบอกทางสวรรค์ให้ ส่วนคนที่ชมและเชียร์เรา พร้อมสร้างความแตกแยกในการทำสื่อแบบเนียนๆ ให้เราแบ่งใจว่าเขากำลังได้ประโยชน์จากเรา และกำลังจะจูงมือเราสู่นรกในที่สุด หากไปนรกหรือเกิดความวิบัติกับเรา เราโดนคนเดียวเขาก็ทิ้งเรานะครับ การปิดพีซทีวีครั้งนี้จะมีผลกระทบต่อความปรองดองอย่างรุนแรง เมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา ศูนย์ปรองดองฯ ที่หัวหน้าประยุทธ์ จันทร์โอชา ของผมตั้งขึ้นได้เชิญนักการเมือง นักวิชาการ คนคิดต่างและ นปช.เข้าร่วมประชุมเพื่อหาทางออกของประเทศร่วมกันก็จะล้มเหลวทันที แล้วความเชื่อถือที่มีอยู่ในตัวหัวหน้าผมก็จะหมดไปด้วยครับ”


http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9580000049005


_____________________________



พีซ ทีวียื่นหนังสือ กสทช.ขอความเป็นธรรมปิดสถานี





พีซ ทีวี ขนทัพผู้บริหาร ทนาย และผู้ประกาศข่าวหญิง ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกรณีถูกมติบอร์ด กสท.ปิดช่องถาวร ลั่นขอความเป็นธรรม พร้อมถามหาความผิด ไม่เข้าใจว่าเสนอเนื้อหาขัดต่อความมั่นคงตรงไหน ชี้หาก กสทช.ไม่ทบทวนคำตัดสินจะเดินหน้าฟ้องศาลปกครองเพื่อให้คุ้มครองชั่วคราว และท้ายที่สุดหากไม่ได้รับความเป็นธรรมจากทุกฝ่าย คงต้องส่งเรื่องถวายฎีกา
     
       วันนี้ (28 เม.ย.) เมื่อเวลา 14.00 น.บริษัท พีซ เทเลวิชั่น จำกัด หรือพีซ ทีวี นำโดย นายอนันต์ศักดิ์ คำเก่า กรรมการผู้อำนาจ ทนายความ และผู้ประกาศข่าวหญิงอีก 4 คน เดินทางมายื่นหนังสือขอความเป็นธรรม และโต้แย้งมติให้เพิกถอนใบอนุญาตให้บริการโทรทัศน์ ช่องรายการ พีซ ทีวี ต่อนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และนายสมบัติ ลีลาพตะ รักษาการรองเลขาธิการ กสทช.ด้านกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.)
     
       นอกจากการยื่นหนังสือดังกล่าวแล้ว ยังมีการสอบถามถึงเหตุผลในการปิดสถานีต่อเลขาธิการ กสทช.ด้วยว่า ไม่เข้าใจว่าเหตุผลที่ถูกสั่งปิดสถานีคืออะไร และข้อความในรายการตรงส่วนไหนที่บอกว่าเป็นการกระทำผิดซ้ำ มีการเสนอข่าวขัดต่อความมั่นคงของประเทศ และเหตุใดจึงไม่ให้โอกาสในการชี้แจงก่อนมีมติออกมา ทำให้ไม่มีโอกาสได้รับทราบถึงความผิด มีผลกระทบต่อการดำเนินกิจการของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นพนักงานที่มีอยู่กว่า 100 คน รวมถึงผู้สนับสนุนรายการต่างๆ เพราะตั้งแต่สถานีถูกปิด 7 วัน เมื่อวันที่ 10-17 เม.ย.สถานีก็มีความระมัดระวังในการนำเสนอเนื้อหารายการมากขึ้น
     
       ด้าน นายอนันต์ศักดิ์ กล่าวว่า เท่าที่ดูรายละเอียดของรายการที่เป็นสาเหตุในการถูกเพิกถอนใบอนุญาตครั้งนี้คือ รายการมองไกล ของนายจตุพร พรหมพันธุ์ นั้นยังไม่พบว่ามีเนื้อหาที่เข้าข่ายกระทำความผิดตามที่มติของ กสท.ระบุ ซึ่งบริษัทต้องการให้ กสทช.เปิดโอกาสให้ชี้แจงก่อนจะมีมติออกมาเช่นนี้ เพราะต่อไปจะมีผลต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท มีผลต่อผู้สนับสนุนรายการ เมื่อมีมติออกมาเช่นนี้สถานีระส่ำระสายมาก มีแต่คนโทร.เข้ามาสอบถาม
     
       ‘อย่างไรก็ตาม หากการยื่นหนังสือครั้งนี้ไม่เป็นผลก็จะดำเนินการฟ้องศาลปกครองเพื่อให้คุ้มครองชั่วคราว เมื่อท้ายที่สุดแล้วได้ดำเนินการเรียกร้องความเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายแล้วยังไม่เป็นผลอีก นายจตุพร ได้แจ้งว่าจะดำเนินการถวายฎีกาต่อไป’
     
       ด้านเลขาธิการ กสทช.รับปากว่าจะนำหนังสือเสนอต่อประธาน กสทช.ก่อน เพื่อนำเข้าที่ประชุมให้ กสทช.พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ระหว่างนี้หากพีซ ทีวียังไม่ได้รับหนังสือแจ้งปิดสถานีอย่างเป็นทางการก็สามารถเปิดสถานีได้ตามปกติ ทั้งนี้ กสทช.ยืนยันว่าได้ดำเนินกระบวนการตามขั้นตอนที่ถูกต้องเนื่องจากกรณีนี้เป็นการทำผิดข้อตกลง (เอ็มโอยู) ที่ทำร่วมกันไว้ตามประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และประกาศของ คสช.ถือเป็นกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตาม ซึ่งมติของ กสท.ถือเป็นคำตัดสินสุดท้าย แต่เมื่อทางพีซ ทีวีมายื่นหนังสือคัดค้านตนเองก็จะนำหนังสือเสนอต่อประธาน กสทช.เพื่อให้พิจารณาว่าจะนำเรื่องดังกล่าวทบทวนในการประชุม กสทช.หรือไม่
     
       อย่างไรก็ตาม กสทช.ยืนยันว่า ได้ดำเนินการตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง และมีทีมงานตรวจสอบเนื้อหารายการอย่างถูกต้องมีทีมทำงาน 14 เขต 14 ภาค ทำงานอย่างใกล้ชิด และก่อนหน้านั้นก็มีการแจ้งเตือนและปิดสถานีชั่วคราวมาแล้ว 7 วัน แต่กลับพบว่า ยังมีการนำเสนอเนื้อหาที่ขัดต่อเอ็มโอยู ซึ่ง กสทช.ไม่ได้จับผิดแค่ช่องใดช่องหนึ่ง ยังพบอีกหลายช่องทั้งเคเบิลทีวี ดาวเทียม ฟรีทีวี ดิจิตอลทีวี รวมถึงวิทยุชุมชน ต้องระวังด้วยคาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะพบสถานีที่กระทำผิดอีก

http://manager.co.th/CbizReview/ViewNews.aspx?NewsID=9580000048498


๘___________________________________



สมาคมนักข่าววิทยุทีวีฯ จี้ กสท.ทบทวนเพิกถอน -“สี่สาวพีซทีวี” ประท้วงออกจอ





สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ จี้ กสท. ทบทวนคำสั่งเพิกถอน “พีซทีวี” อ้างอาจใช้อำนาจที่ผิดขั้นตอน ด้าน “สี่สาว พีซทีวี” ใช้มือปิดหู ปิดตา ปิดปาก ประท้วงออกจอ “บิ๊กตู่” ลั่น อะไรไม่ใช่เรื่องจริงต้องสังคายนากันหน่อย!
     
       วันนี้ (28 เม.ย.) มีรายงานว่า นายสุปัน รักเชื้อ อุปนายกฝ่ายสิทธิและเสรีภาพ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ได้เรียกร้องให้ทางคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงโทรทัศน์ (กสท.) ทบทวนมติสั่งเพิกถอนใบอนุญาตการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ พีซ ทีวี โดยให้เหตุผลว่า
     
       “เพราะน่าจะเป็นการใช้อำนาจที่ผิดขั้นตอน เพราะแม้การออกอากาศของพีซ ทีวี จะมีปัญหามาหลายครั้ง และถูกทาง กสท. มีขั้นตอนลงโทษมาโดยตลอด แต่ในกระบวนการลงโทษยังมีมาตรา 37 พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ 2550 ของ กสทช. ดังนั้น ทาง กสท. ควรจะยึดการดำเนินการตามขั้นตอนให้ชัด มิฉะนั้น ทาง กสท. เองจะโดนตั้งคำถามว่าเลือกปฏิบัติหรือไม่”
     
       “ส่วนสถานีโทรทัศน์ พีซ ทีวี เองก็ต้องตระหนักว่า แม้สื่อจะมีเสรีภาพ แต่ก็ต้องรับผิดชอบต่อเสรีภาพที่แสดงออกด้วย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สังคมไทยกำลังต้องการความเข้าใจที่จะนำไปสู่การปฏิรูป และปรองดอง”
     
       มีรายงานว่า หลังจากถูกเพิกถอน 4 ผู้ประกาศสาวสถานีโทรทัศน์ พีซ ทีวี ได้แสดงออกด้วยการแสดงสัญลักษณ์ “ปิดตา ปิดหู ปิดปาก และ สัญลักษณ์นกพิราบ” เพื่อประท้วงมติสั่งเพิกถอนใบอนุญาตการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ พีซ ทีวี
     
       ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “ก็ไปถาม กสทช. ดูสิ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับอดีตนักการเมืองออกมาแสดงความเห็นมากเกินไปนั้น ผมไม่รู้ ผมได้มอบหมายให้เขาไปดูแล้ว ผมถามหน่อย วันนี้เขาดำเนินการขัดแย้งกับคำสั่ง คสช. หรือไม่ ผิดหรือเปล่า คุณยังตอบผมไม่ได้เลย และ กสทช. เขามีกติกาอยู่ วันนี้ผมมอบหมายไปแล้วพวกสื่อสิ่งพิมพ์ทั้งหมดให้สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ต้องไปจัดการมา ถ้าทำไม่ได้ก็ยุบไป ผมไม่เคยไปห้ามให้เสนออะไรไม่ได้เลย แต่อะไรที่ขัดแย้งกันแล้วเป็นเรื่องจริงผมไม่ว่า แต่หากไม่ใช่เรื่องจริงต้องสังคายนากันหน่อย”
     
       ส่วนจะดำเนินการปิดถาวรเลยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ไม่รู้ ก็เขาปิดไปครั้งหนึ่งแล้ว 7 วัน แล้วพอเปิดเขาทำผิดอีกไหมเล่า ผมเคยบอกแล้วถ้าไม่ช่วยกันก็ต้องเดือดร้อน ดังนั้น ต้องไปโทษเจ้านายของคุณเอง ทั้งบรรณาธิการ เจ้าของโรงพิมพ์ ไปว่ากันเองไม่ใช่ผม เพราะท่านไม่ช่วยเราเลยแต่จะมาปฏิรูปผมอย่างเดียว แล้วทำไมไม่คิดจะปฏิรูปตัวเองบ้าง”

http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9580000048568&Keyword=%A1%CA%B7
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.