Header Ads

Breaking News
recent

18 พฤษภาคม 2558 (เครื่องดักฟัง) สำนักงาน กสทช. ได้ทำการตรวจสอบแล้วและได้มีหนังสือให้กิจการร่วมค้า สพิธต้า พีพีเอสซี ผู้นำเข้าอุปกรณ์เครื่องวิทยุคมนาคมดังกล่าวมาให้ข้อเท็จจริง ในวันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2558 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงาน กสทช. พร้อมทั้งให้นำเอกสารมาแสดงด้ว แต่หากไม่ได้รับอนุญาตก็จะมีความผิด

ประเด็นหลัก



สำนักงาน กสทช. ได้ทำการตรวจสอบแล้วและได้มีหนังสือให้กิจการร่วมค้า สพิธต้า พีพีเอสซี ผู้นำเข้าอุปกรณ์เครื่องวิทยุคมนาคมดังกล่าวมาให้ข้อเท็จจริง ในวันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2558 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงาน กสทช. พร้อมทั้งให้นำเอกสารมาแสดงด้วย ทั้งนี้ หากการนำเข้าอุปกรณ์ดังกล่าวมีหลักฐานว่าได้รับการอนุญาตให้นำเข้าอย่างถูกต้องตามกฎหมายก็จะไม่มีปัญหาอะไร แต่หากไม่ได้รับอนุญาตก็จะมีความผิดฐาน นำเข้า มี และใช้ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต ตามมาตรา 6 และมาตรา 11 แห่งพ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งมีโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำ ตามมาตรา 23 ของพ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 ซึ่งสำนักงาน กสทช. จะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป“








___________________________________






นำเข้าเครื่องดักฟังโทรศัพท์โดยไม่ได้รับอนุญาตผิดกม. | เดลินิวส์


„ Twitter 8 Google+1 นำเข้าเครื่องดักฟังโทรศัพท์โดยไม่ได้รับอนุญาตผิดกม. สำนักงาน กสทช. แจ้งการนำเข้าเครื่องดักฟังโทรศัพท์โดยไม่ได้รับอนุญาตโทษจำคุกไม่เกิน5ปี พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบเว็บไซต์ วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2558 เวลา 15:00 น. วันนี้ (9 พ.ค.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวนำเสนอว่ามีการนำเข้าอุปกรณ์ดักโทรศัพท์มาขายบนเว็บไซต์นั้น สำนักงาน กสทช. ขอเตือนว่า อุปกรณ์ดังกล่าวจะนำเข้ามาได้เฉพาะหน่วยงานของรัฐด้านความมั่นคงและต้องได้รับได้รับอนาญาตจาก กสทช. เท่านั้น สำหรับเอกชนไม่สามารถนำเข้าอุปกรณ์ดังกล่าวได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำมาใช้งานยิ่งจะมีความผิดมากขึ้น โดยจะมีความผิดฐาน นำเข้า มี และใช้ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตตามพ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 ที่จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ทั้งนี้ สำนักงานฯ จะส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบเว็บไซต์เหล่านั้น รวมถึงบริษัทที่มีชื่ออยู่ตามเว็บไซต์เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป สำหรับกรณีตามที่เป็นข่าวว่า เจ้าหน้าที่ทหารได้ทำการจับชาวอิสราเอลจำนวน 9 คน ขณะสาธิตเครื่องค้นหาสัญญาณโทรศัพท์ ติดตั้งระบบตรวจจับสัญญาณและประมวลผลบนโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบจีเอสเอ็ม 3G และ 4G นั้น สำนักงาน กสทช. ได้ทำการตรวจสอบแล้วและได้มีหนังสือให้กิจการร่วมค้า สพิธต้า พีพีเอสซี ผู้นำเข้าอุปกรณ์เครื่องวิทยุคมนาคมดังกล่าวมาให้ข้อเท็จจริง ในวันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2558 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงาน กสทช. พร้อมทั้งให้นำเอกสารมาแสดงด้วย ทั้งนี้ หากการนำเข้าอุปกรณ์ดังกล่าวมีหลักฐานว่าได้รับการอนุญาตให้นำเข้าอย่างถูกต้องตามกฎหมายก็จะไม่มีปัญหาอะไร แต่หากไม่ได้รับอนุญาตก็จะมีความผิดฐาน นำเข้า มี และใช้ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต ตามมาตรา 6 และมาตรา 11 แห่งพ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งมีโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำ ตามมาตรา 23 ของพ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 ซึ่งสำนักงาน กสทช. จะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป“

อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/it/320023

http://www.dailynews.co.th/it/320023
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.