Header Ads

Breaking News
recent

03 มิถุนายน 2558 Huawei มีพาร์ตเนอร์ที่เป็นเซอร์วิส กว่า 100 ศูนย์ และมีศูนย์บริการขนาดใหญ่ของหัวเว่ยเอง 3 ศูนย์บริการ ในกรุงเทพฯ ภาคใต้ และภาคอีสาน โดยเชื่อว่าเมื่อเพิ่มทีมขาย เพิ่มบริการที่ดี จะทำให้ปีนี้ส่วนแบ่งตลาดจะเพิ่มเป็น 5% ได้อย่างไม่ยาก

ประเด็นหลัก



“ปัจจุบันเรามีพาร์ตเนอร์ที่เป็นเซอร์วิส กว่า 100 ศูนย์ และมีศูนย์บริการขนาดใหญ่ของหัวเว่ยเอง 3 ศูนย์บริการ ในกรุงเทพฯ ภาคใต้ และภาคอีสาน โดยเชื่อว่าเมื่อเพิ่มทีมขาย เพิ่มบริการที่ดี จะทำให้ปีนี้ส่วนแบ่งตลาดจะเพิ่มเป็น 5% ได้อย่างไม่ยาก”












_______________________







ซีอีโอหัวเว่ยสั่งลุยขายมือถือในไทย | เดลินิวส์
„ซีอีโอหัวเว่ยสั่งลุยขายมือถือในไทย จากนั้นได้ก้าวเข้ามาทำมือถือให้กับโอปเรเตอร์ และด้วยประสบการณ์ทั้งการสร้างโครงข่ายและการผลิตมือถือจึงทำให้หัวเว่ยเปิดตัวแบรนด์มือถือเป็นของตัวเองราว 4-5 ปี และเริ่มเปิดตลาดในไทยอย่างจริงจัง 1-2 ปีก่อน วันพฤหัสที่ 21 พฤษภาคม 2558 เวลา 4:33 น. “หัวเว่ย” ถือเป็นแบรนด์มือถือจีนอีกแบรนด์ที่รุกหนักกับการตีตลาดไทย โดยปีนี้ใช้งบทำการตลาดและส่งเสริมการขายเพิ่มอีกเท่าตัวจากปีก่อน นายริชาร์ด หยู ซีอีโอ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป เล่าว่า ก่อนหน้านี้หัวเว่ยเน้นเป็นผู้สร้างโครงข่ายให้กับพันธมิตรและดูแลการติดต่อสื่อสารให้กับประชาชนกว่า 7 หมื่นล้านคนทั่วโลก จากนั้นได้ก้าวเข้ามาทำมือถือให้กับโอปเรเตอร์ และด้วยประสบการณ์ทั้งการสร้างโครงข่ายและการผลิตมือถือจึงทำให้หัวเว่ยเปิดตัวแบรนด์มือถือเป็นของตัวเองราว 4-5 ปี และเริ่มเปิดตลาดในไทยอย่างจริงจัง 1-2 ปีก่อน “4 ปีก่อนทั่วโลกรู้จักมือถือแบรนด์หัวเว่ยเพียงแค่ 2% แต่ปัจจุบันรับรู้ได้ถึง 65% และขึ้นมาเป็นอันดับ 3 รองจาก แอปเปิล และซัมซุง โดยปีที่ผ่านมาเราขายมือถือได้ 75 ล้านเครื่อง ปีนี้จึงตั้งเป้าเป็น 100 ล้านเครื่อง” นายริชาร์ด กล่าว ทั้งนี้ หัวเว่ยมองตลาดไทยเป็นฮับของเอเชีย เพราะยังมีการเติบโตอยู่มาก แม้ว่าปีที่ผ่านมาหัวเว่ยจะขายมือถือได้ 2 แสนเครื่อง แต่ปีนี้ตั้งเป้าไว้กว่า 6 แสนเครื่อง โดยจะมาจากการที่หัวเว่ยทำการตลาดอย่างจริงจัง นโยบายภาครัฐ เศรษฐกิจที่ดีขึ้น เป็นตลาดที่เปิด รายได้น่าจะเพิ่มขึ้นเท่าตัว นายริชาร์ด เล่าว่า แม้ส่วนแบ่งการตลาดในไทยจะยังมีแค่ 2% เพราะทำตลาดช้า แต่เชื่อว่าภายใน 3 ปีต่อจากนี้ ส่วนแบ่งจะต้องเพิ่มขึ้นเป็น 15% ด้านนายโทมัส หลิว กรรมการผู้จัดการ หัวเว่ย ดีไวซ์ ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เล่าต่อว่า การเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดไทยจาก 2% เป็น 15% ใน 3 ปี นั้น ถือเป็นความท้าทายที่ต้องขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง ทั้งนี้ มาจากการที่หัวเว่ยเพิ่มงบ การตลาดอีกเท่าตัวเป็น 400 ล้านบาท ในเรื่องของการบริการที่ร่วมกับตัว แทนจัดจำหน่ายทั่วประเทศ เน้นประชาสัมพันธ์ และเพิ่มทีมขายที่จะไปอยู่กับหน้าร้านที่ร่วมเป็นพาร์ตเนอร์กับหัวเว่ยจาก 200 เป็น 600 คน “ปัจจุบันเรามีพาร์ตเนอร์ที่เป็นเซอร์วิส กว่า 100 ศูนย์ และมีศูนย์บริการขนาดใหญ่ของหัวเว่ยเอง 3 ศูนย์บริการ ในกรุงเทพฯ ภาคใต้ และภาคอีสาน โดยเชื่อว่าเมื่อเพิ่มทีมขาย เพิ่มบริการที่ดี จะทำให้ปีนี้ส่วนแบ่งตลาดจะเพิ่มเป็น 5% ได้อย่างไม่ยาก” นายโทมัส กล่าว นายโทมัส เล่าต่อว่า นอกจากการใช้งบเพิ่มพนักงานขายหน้าร้านมากขึ้นแล้ว สินค้าใหม่ ๆ ก็สำคัญ โดยหัวเว่ยจะยังคงให้ความสำคัญและเปิดตัวสินค้าใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องไปพร้อมกันทั่วประเทศ โดยคาดหวังว่าหัวเว่ย พี8 ที่จะเปิดตัวในไทยวันที่ 28 พ.ค.นี้ จะเป็นสมาร์ทโฟนที่ช่วยดึงยอดขายกลุ่ม พรีเมี่ยมได้ดี การลงทุนอย่างจริงจังในไทยครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ลงทุนแค่เงิน แต่ความตั้งใจที่จะลงตลาดไทยอย่างจริงจัง จึงทำให้ หัวเว่ยมองตลาดไทยเป็นศูนย์กลางของ เอเชีย ถือเป็นประเทศเดียวในทวีปเอเชียที่ปีนี้ ริชาร์ด เดินทางมาศึกษา เจาะลึกและสั่งเพิ่มยอดขายในไทย. กัญณัฏฐ์ บุตรดี Kanyanat25@gmail.com“

อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/it/322579


http://www.dailynews.co.th/it/322579
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.