Header Ads

Breaking News
recent

17 กรกฎาคม 2558 คลื่นวิทยุ 103 ไลค์ แซทเทอร์ไลต์ กล่าวในทิศทางเดียวกันว่า มีแผนจะขยายฐานผู้ฟังให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และได้ผนึกพันธมิตรกับคลื่นท้องถิ่นทั่วประเทศ ปัจจุบันออกอากาศ 16 จังหวัด และปี 2560 จะครอบคลุมทั่วประเทศ และยังได้เพิ่มกิจกรรม-อีเวนต์มากขึ้น

ประเด็นหลัก





นายสกนธ์ เจียมบรรจง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีเอเอ็มจี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหารคลื่นวิทยุ 103 ไลค์ แซทเทอร์ไลต์ กล่าวในทิศทางเดียวกันว่า มีแผนจะขยายฐานผู้ฟังให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และได้ผนึกพันธมิตรกับคลื่นท้องถิ่นทั่วประเทศ ในการนำสัญญาณคลื่น 10.3 เอฟเอ็มไปออกอากาศ ปัจจุบันออกอากาศ 16 จังหวัด และปี 2560 จะครอบคลุมทั่วประเทศ และยังได้เพิ่มกิจกรรม-อีเวนต์มากขึ้น เพื่อสร้างความคุ้มค่าให้แก่ลูกค้า เพราะการขายเฉพาะสปอตโฆษณาอย่างเดียวทำไม่ได้อีกแล้ว แต่ต้องขายโฆษณาควบคู่กับกิจกรรมของคลื่นด้วย








____________________________________





คลื่นวิทยุเฟ้นกลยุทธ์เข้มกิจกรรม "บีอีซี" เพิ่มอีเวนต์เจาะไลฟ์สไตล์ขยายฐานคนฟัง



คลื่นวิทยุแห่เฟ้นกลยุทธ์เข้มกิจกรรม-อีเวนต์ รักษาฐานผู้ฟังแน่น "บีอีซี-เรดิโอ" ย้ำกลยุทธ์ "ออนไลน์-ออนแอร์-ออนกราวด์" ชี้รายใหม่เกิดยาก เผยแต่ละค่ายโหมกิจกรรมเจาะไลฟ์สไตล์คนฟัง มองโอกาสต่อยอดจากช่องทางออนไลน์ "อาร์เอส" ยังโฟกัส 2 คลื่นหลัก ฟาก อสมท-ไลค์ แซทเทอร์ไลต์ เร่งเทเลอร์เมดกิจกรรมสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้า

นางลาวัณย์ ชุมสาย ณ อยุธยา กรุ๊ปโปรแกรมไดเร็กเตอร์ บริษัท บีอีซี เทโร เรดิโอ จำกัด ผู้บริหารคลื่นวิทยุ 105.5 FM, 98.0 FM และ 95.5 FM กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงภาพรวมธุรกิจวิทยุว่า ปัจจุบันแม้จะมีสื่อใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น ทั้งออนไลน์ ทีวีดิจิทัล จากเดิมที่มีทีวีเป็นคู่แข่งหลัก แต่ธุรกิจวิทยุก็ยังมีโอกาสขยายตัวอีกมาก แต่ในแง่ของผู้ประกอบการรายใหม่อาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ขณะที่ผู้เล่นรายเก่าก็ต้องปรับเปลี่ยนแนวทางธุรกิจให้สอดรับกับแนวโน้มและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โอกาสของธุรกิจวิทยุจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับแนวทางธุรกิจของแต่ละบริษัท



สำหรับทิศทางธุรกิจวิทยุของบีอีซีฯจากนี้ไปหลักๆ ยังเดินหน้าภายใต้กลยุทธ์ "ออนแอร์ ออนไลน์ ออนกราวด์" คือ ออกอากาศคลื่นวิทยุควบคู่ไปกับช่องทางออนไลน์ พร้อมจัดอีเวนต์ โรดโชว์ตามต่างจังหวัด เพื่อสร้างการรับรู้ในระยะยาว ขณะเดียวกันก็จะใช้ออนไลน์ในการสร้างฐานผู้ฟังใหม่ ๆ ที่ผ่านมาได้พัฒนาแอปพลิเคชั่นบนออนไลน์ เพื่อรองรับกับพฤติกรรมการเสพสื่อเปลี่ยนไป

"ตอนนี้การแข่งขันธุรกิจวิทยุ หลัก ๆ จะมุ่งไปที่การสร้างประสบการณ์ระหว่างคลื่นกับผู้ฟัง และเพิ่มดีกรีขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะการจัดอีเวนต์ ที่ทุกคลื่นต้องมี ไม่เว้นแม้แต่สถานีออนไลน์ แต่ละปีโจทย์ของกิจกรรมก็ยากขึ้น เพราะต้องครีเอตให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้ฟังที่เปลี่ยน สำหรับคลื่นในความดูแล แต่ละปีจะมีกิจกรรมไม่ต่ำกว่าคลื่นละ 10-11 กิจกรรม"

ขณะที่นางพรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า วิทยุไม่ใช่สื่อที่น่าสนใจอีกแล้ว เนื่องจากภาพรวมของตลาดนี้เล็กลงเรื่อย ๆ ซึ่งบริษัทยังโฟกัส 2 คลื่น คือ 88.5 สบายดีเรดิโอ และ 93.0 คูลฟาเรนไฮต์ โดยไม่มีแผนจะขยายหรือลงทุนใหม่แล้ว แต่จะเน้นการสร้างกิจกรรม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า (แบรนด์สินค้า) สร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ฟังกับคลื่นและสปอนเซอร์

"ตอนนี้คลื่นวิทยุของอาร์เอสยังเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ได้ชัดเจนโดยเฉพาะ93.0 คูลฟาเรนไฮต์ ที่ทำรายได้เฉลี่ยปีละ 500-600 ล้านบาท และบริษัทมีเป้าหมายที่ชัดเจน คือ ถ้าธุรกิจยังเดินหน้าต่อไปได้ก็ยังทำต่อ"

นายวิสุทธิ์ คมวัชรพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สำนักวิทยุ อสมท ผู้บริหารคลื่นวิทยุ เช่น เอฟเอ็ม 95 "ลูกทุ่งมหานคร", เอฟเอ็ม 97.5 เป็นต้น กล่าวก่อนหน้านี้ว่า ปัจจุบันกลุ่มผู้ฟังวิทยุไม่ได้รับฟังวิทยุจากหน้าปัดเท่านั้น แต่รับฟังผ่านแพลตฟอร์มอื่น ๆประกอบกับงบฯโฆษณาของวิทยุก็ถูกแบ่งไปใช้กับสื่ออื่นๆ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะออนไลน์ ดังนั้น คลื่นวิทยุต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง โดยทิศทางของ อสมท จะโฟกัสที่การจัดกิจกรรมการตลาดมากขึ้น โดยจะผลิตงานให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า (แบรนด์สินค้า) อีกทั้งเพื่อสร้างความใกล้ชิดระหว่างผู้ฟังกับคลื่น คาดว่าธุรกิจวิทยุของ อสมท ปีนี้จะมีรายได้ 1,000 ล้านบาท

นายสกนธ์ เจียมบรรจง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีเอเอ็มจี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหารคลื่นวิทยุ 103 ไลค์ แซทเทอร์ไลต์ กล่าวในทิศทางเดียวกันว่า มีแผนจะขยายฐานผู้ฟังให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และได้ผนึกพันธมิตรกับคลื่นท้องถิ่นทั่วประเทศ ในการนำสัญญาณคลื่น 10.3 เอฟเอ็มไปออกอากาศ ปัจจุบันออกอากาศ 16 จังหวัด และปี 2560 จะครอบคลุมทั่วประเทศ และยังได้เพิ่มกิจกรรม-อีเวนต์มากขึ้น เพื่อสร้างความคุ้มค่าให้แก่ลูกค้า เพราะการขายเฉพาะสปอตโฆษณาอย่างเดียวทำไม่ได้อีกแล้ว แต่ต้องขายโฆษณาควบคู่กับกิจกรรมของคลื่นด้วย

จากรายงานบริษัท นีลเส็น มีเดีย (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า งบฯโฆษณาผ่านสื่อวิทยุช่วง 5 เดือน (มกราคม-พฤษภาคม) มีมูลค่า 2,129 ล้านบาท โต 0.90% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มูลค่า 2,110 ล้านบาท


http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1436425002
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.