Header Ads

Breaking News
recent

27 กันยายน 2558 "ทรูวิชั่นส์" ดึง "ลาลีก้า" ครึ่งปีหลังนี้ ทรูวิชั่นส์ เตรียมจะเข้าร่วมประมูลลิขสิทธิ์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่กำลังจะเปิดขึ้นในเดือนตุลาคมนี้ เช่นกัน

ประเด็นหลัก






"พีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา" หัวหน้าสายงานการพาณิชย์ พัฒนาธุรกิจ ทรูวิชั่นส์ และรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายคอมเมอเชียล บริษัท ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ทรูวิชั่นส์ เคยมีคอนเทนต์กีฬาครบทุกประเภท ขณะที่การเข้ามาของรายใหม่ที่กล้าลงทุน รวมถึงจำนวนช่องทีวีที่เพิ่มขึ้น ทำให้ค่าลิขสิทธิ์กีฬาและรายการอื่น ๆ ขยับสูงขึ้น นั่นหมายถึง ความเสี่ยงของธุรกิจก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

"พีรธน" บอกว่า จากนี้ไปจะสร้างคอนเทนต์กีฬาเองมากขึ้น ด้วยการเข้าไปเป็นผู้สนับสนุน สร้างอีเวนต์กีฬา และนำมาถ่ายทอดสดผ่านทรูวิชั่นส์ รวมถึงจำหน่ายบัตรเข้าชม เช่น ทรู ซูเปอร์ โทรฟี่ ลิเวอร์พูล ทัวร์ 2015, ทรู กอล์ฟ ไทยแลนด์ คลาสสิค เป็นต้น และล่าสุด คือ การแข่งขันเทนนิส แบค ทู ไทยแลนด์ ราฟาเอล นาดาล พบกับ โนวัค ยอโควิช เพื่อบาลานซ์น้ำหนักระหว่างการซื้อลิขสิทธิ์กีฬาจากต่างประเทศและคอนเทนต์ที่สร้างขึ้นเอง

อย่างไรก็ตาม ครึ่งปีหลังนี้ ทรูวิชั่นส์ เตรียมจะเข้าร่วมประมูลลิขสิทธิ์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่กำลังจะเปิดขึ้นในเดือนตุลาคมนี้ เช่นกัน







_______________________________





เปิดไพ่ใหม่ "ทรูวิชั่นส์" ดึง "ลาลีก้า" ย้ำเจ้าแห่ง King of Sports



การเพิ่มขึ้นของทีวีดิจิทัล ไม่เพียงทำให้อุตสาหกรรมทีวีคึกคักขึ้น แต่ยังส่งให้การซื้อลิขสิทธิ์รายการประเภทต่าง ๆ ร้อนแรงขึ้นจากค่าลิขสิทธิ์ที่ปรับสูงขึ้นตามความต้องการของตลาด เมื่อคอนเทนต์กลายเป็นสิ่งหายาก และคอนเทนต์ที่ดีนั้นหาได้ยากกว่าเพราะมีจำนวนจำกัด และมีไม่กี่คอนเทนต์ที่ดึงความสนใจผู้ชมได้

หนึ่งในนั้น คือ คอนเทนต์กีฬา โดยเฉพาะฟุตบอล เพราะเป็นคอนเทนต์ที่ออกอากาศสด เรียกคนดูได้จริง และฟุตบอลก็กลายเป็นคอนเทนต์แม่เหล็กที่หลาย ๆ ผู้ประกอบการ พยายามจะครอบครองไว้ หวังดึงความสนใจผู้ชม โดยไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้ประกอบการโทรทัศน์บอกรับสมาชิก (เพย์ทีวี) ภายในประเทศเท่านั้น ขณะเดียวกัน การมาของทุนต่างประเทศที่มีทั้งเงินทุน และช่องทางออกอากาศ ก็เป็นอีกผู้แข่งขันที่มองข้ามไม่ได้

"พีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา" หัวหน้าสายงานการพาณิชย์ พัฒนาธุรกิจ ทรูวิชั่นส์ และรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายคอมเมอเชียล บริษัท ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ทรูวิชั่นส์ เคยมีคอนเทนต์กีฬาครบทุกประเภท ขณะที่การเข้ามาของรายใหม่ที่กล้าลงทุน รวมถึงจำนวนช่องทีวีที่เพิ่มขึ้น ทำให้ค่าลิขสิทธิ์กีฬาและรายการอื่น ๆ ขยับสูงขึ้น นั่นหมายถึง ความเสี่ยงของธุรกิจก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

"พีรธน" บอกว่า จากนี้ไปจะสร้างคอนเทนต์กีฬาเองมากขึ้น ด้วยการเข้าไปเป็นผู้สนับสนุน สร้างอีเวนต์กีฬา และนำมาถ่ายทอดสดผ่านทรูวิชั่นส์ รวมถึงจำหน่ายบัตรเข้าชม เช่น ทรู ซูเปอร์ โทรฟี่ ลิเวอร์พูล ทัวร์ 2015, ทรู กอล์ฟ ไทยแลนด์ คลาสสิค เป็นต้น และล่าสุด คือ การแข่งขันเทนนิส แบค ทู ไทยแลนด์ ราฟาเอล นาดาล พบกับ โนวัค ยอโควิช เพื่อบาลานซ์น้ำหนักระหว่างการซื้อลิขสิทธิ์กีฬาจากต่างประเทศและคอนเทนต์ที่สร้างขึ้นเอง

อย่างไรก็ตาม ครึ่งปีหลังนี้ ทรูวิชั่นส์ เตรียมจะเข้าร่วมประมูลลิขสิทธิ์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่กำลังจะเปิดขึ้นในเดือนตุลาคมนี้ เช่นกัน

นอกจากนี้ อยู่ระหว่างเจรจากับ บีอิน มีเดีย กรุ้ป (BeIn Media Group) เจ้าของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอล ลาลีก้า สเปน 3 ฤดูกาล ครอบคลุมการออกอากาศทั่วภูมิภาคเอเชีย รวมถึงไทยด้วย เพื่อดึง ลาลีก้า สเปน ฤดูกาลใหม่ มาออกอากาศในทรูวิชั่นส์ คาดว่า ดีลนี้ จะสรุปได้เร็ว ๆ นี้

ปัจจุบันทรูวิชั่นส์ ถ่ายทอดสดฟุตบอลต่างประเทศรวม 5 รายการ ได้แก่ บุนเดสลีก้า เยอรมัน 238 แมตช์, ลีกเอิง ฝรั่งเศส 228 แมตช์, พรีเมียร์ ดัตซ์ 68 แมตช์ สก็อตทิช พรีเมียร์ลีก 76 แมตซ์ และยูเอสเอ เมเจอร์ ลีก ซ็อคเกอร์ 400 แมตช์

ในส่วนของคอนเทนต์กีฬาในประเทศ ยังตอกย้ำ การแข่งขันฟุตบอล โตโยต้า ไทย พรีเมียร์ ลีก อย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นลีกที่คนไทยให้ความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

"ทรูวิชั่นส์ยังคงจุดยืน คิงส์ออฟสปอร์ต เพราะมีการถ่ายทอดสดแข่งขันกีฬาหลายประเภท ทั้ง เทนนิส กอล์ฟ แบดมินตัน วอลเลย์บอล และฟุตบอลที่เป็นคอนเทนต์แม่เหล็ก อีกทั้งจะเพิ่มคอนเทนต์กีฬาใหม่ ๆ เข้ามาต่อเนื่อง เพื่อรักษาฐานสมาชิกเดิมที่มีอยู่ 2.7 ล้านราย และเพิ่มฐานสมาชิกใหม่"

สอดรับกับ "องอาจ สิงห์ลำพอง" กรรมการผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ ช่อง 8 ดิจิทัลทีวี บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ปัจจุบันกีฬาได้รับความนิยมจากผู้ชมมากขึ้น เพราะคอนเทนต์กีฬาเปลี่ยนไป วันนี้ กีฬา คือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ทำให้ช่องทีวีดิจิทัล

ก็นำคอนเทนต์กีฬามาสร้างรายได้มากขึ้น ซึ่งกีฬาที่ได้รับความนิยมจากคนไทยอันดับต้น ๆ คือ มวย ฟุตบอล ขณะเดียวกัน ลิขสิทธิ์กีฬาต่างประเทศ ก็มีราคาสูงขึ้น

ดังนั้น สิ่งที่บริษัททำ คือ พัฒนาคอนเทนต์กีฬาขึ้นส่วนหนึ่ง และซื้อลิขสิทธิ์ส่วนหนึ่ง เพื่อบริหารความเสี่ยง เมื่อคอนเทนต์กีฬา ทรงอิทธิพล ดึงความสนใจผู้ชมได้จริง จึงไม่แปลกที่จำนวนผู้แข่งขันจะเพิ่มขึ้นจากทุกทิศ

เดิมพันคอนเทนต์กีฬาครั้งต่อไป จึงไม่เพียงต้องปรับกลยุทธ์ เพื่อรับมือกับการแข่งขันในประเทศเท่านั้น แต่ต้องพร้อมรับมือจากผู้แข่งขันที่มีความพร้อมจากทุก ๆ ทิศ


http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1441607118
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.