Header Ads

Breaking News
recent

18 ตุลาคม 2558 ‘ขายดี’ทุ่ม 10 ล้านต่อโอกาสโกยเงิน โดยขณะนี้มีสินค้าที่โพสต์ขายผ่านขายดีดอตคอม ราว 1.3 ล้านรายการ โดยแต่ละวันมีสินค้าใหม่เข้ามาโพสต์ขาย 3 หมื่นรายการ เติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมา 100% เ

ประเด็นหลัก





นายทิวา ยอร์ค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ขายดีดอตคอม (Kaidee.com) เว็บไซต์ซื้อขายสินค้ามือสองชื่อดัง เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2558 นี้เป็นต้นไปจะเห็นการอีคอมเมิร์ซในไทยมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยปีนี้เริ่มเห็นการเติบโตของโฆษณาบนสื่อดิจิตอล หรือ ดิจิตอลแอด ที่เพิ่มขึ้น และเห็นการลงทุนของผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซทั้งไทยและต่างประเทศ รวมถึงเห็นการขยายตัวของบริการดิจิตอลแบงก์กิ้ง เช่นเดียวกับเว็บไซต์ขายสินค้ามือสอง ที่ผู้บริโภคมีพฤติกรรมนำสินค้ามาโพสต์ขายผ่านเว็บไซต์มากขึ้น

โดยขณะนี้มีสินค้าที่โพสต์ขายผ่านขายดีดอตคอม ราว 1.3 ล้านรายการ โดยแต่ละวันมีสินค้าใหม่เข้ามาโพสต์ขาย 3 หมื่นรายการ เติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมา 100% เช่นเดียวกับกลุ่มผู้เข้ามาในเว็บไซต์ที่มีปริมาณ 7 ล้านคนต่อเดือน โดย 78% เป็นกลุ่มลูกค้าเดิมที่เคยใช้บริการซื้อขายสินค้ามือสอง ส่วนอีก 32% เป็นกลุ่มลูกค้าใหม่ ซึ่งช่องทางที่ผู้ซื้อผู้ขายนิยมเข้ามายังเว็บไซต์ขายดีมากสุด คือ มือถือ โดยมีการใช้งานผ่านแอพพลิเคชัน โดยมีสัดส่วนราว 70% ที่เหลือ 30% จากคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ขณะที่ผู้ขายนิยมโพสต์ขายสินค้าผ่านอุปกรณ์มือถือ ประมาณ 50%

สำหรับกลุ่มสินค้าที่นิยมซื้อขายผ่านขายดีดอตคอมมากสุด 5 อันดับแรก คือ รถยนต์ , โทรศัพท์มือถือ , รถมอเตอร์ไซค์ , พระเครื่อง และอสังหาริมทรัพย์ ส่วนกลุ่มผู้นิยมซื้อขายสินค้าผ่านเว็บไซต์ขายดีมากสุด โดยมีสัดส่วนราว 80% คือ กลุ่มผู้เริ่มต้นทำงานจนถึงวัยทำงาน อายุตั้งแต่ 24-44 ปี เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความสามารถในการซื้อสินค้า โดยแบ่งเป็นผู้ชาย 54% และ ผู้หญิง 46%

“สินค้ามือสอง ไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ โดยใช้ช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี คนก็เอาของที่ไม่ได้ใช้งานแล้วมาโพสต์ขาย เพื่อหารายได้ ช่วงเศรษฐกิจดีคนก็โพสต์ขายของเก่าออกไป เพื่อซื้อของใหม่เข้ามา ซึ่งเรามองว่าตลาดยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โดยจากผลการสำรวจพบว่าปริมาณสินค้าของคนที่อยู่ในเมืองที่มีจำนวนทั้งหมด 6.12 ล้านคน มีปริมาณสินค้าที่ไม่ได้ใช้แล้วเก็บไว้ ประมาณ 8 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท”












_______________________________________




ซื้อขายสินค้ามือสองออนไลน์พุ่งแรง ‘ขายดี’ทุ่ม 10 ล้านต่อโอกาสโกยเงิน


“ขายดีดอตคอม” ระบุพฤติกรรมคนไทยนิยมซื้อขายของมือสองเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ยอดผู้ใช้บริการต่อเดือน 7 ล้านคน ระบุกลุ่มสินค้ายอดนิยม รถยนต์-มือถือ-มอเตอร์ไซค์-พระเครื่อง-อสังหาฯ ล่าสุดทุ่มกว่า 10 ล้าน เปิดออฟฟิศใหม่ พร้อมเล็งเปิดบริการเสริมสร้างรายได้ปลายปีนี้ ตั้งเป้า 5 ปี ขึ้นท็อปทรีเว็บไซต์ยอดนิยมในไทย

นายทิวา ยอร์ค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ขายดีดอตคอม (Kaidee.com) เว็บไซต์ซื้อขายสินค้ามือสองชื่อดัง เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2558 นี้เป็นต้นไปจะเห็นการอีคอมเมิร์ซในไทยมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยปีนี้เริ่มเห็นการเติบโตของโฆษณาบนสื่อดิจิตอล หรือ ดิจิตอลแอด ที่เพิ่มขึ้น และเห็นการลงทุนของผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซทั้งไทยและต่างประเทศ รวมถึงเห็นการขยายตัวของบริการดิจิตอลแบงก์กิ้ง เช่นเดียวกับเว็บไซต์ขายสินค้ามือสอง ที่ผู้บริโภคมีพฤติกรรมนำสินค้ามาโพสต์ขายผ่านเว็บไซต์มากขึ้น

โดยขณะนี้มีสินค้าที่โพสต์ขายผ่านขายดีดอตคอม ราว 1.3 ล้านรายการ โดยแต่ละวันมีสินค้าใหม่เข้ามาโพสต์ขาย 3 หมื่นรายการ เติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมา 100% เช่นเดียวกับกลุ่มผู้เข้ามาในเว็บไซต์ที่มีปริมาณ 7 ล้านคนต่อเดือน โดย 78% เป็นกลุ่มลูกค้าเดิมที่เคยใช้บริการซื้อขายสินค้ามือสอง ส่วนอีก 32% เป็นกลุ่มลูกค้าใหม่ ซึ่งช่องทางที่ผู้ซื้อผู้ขายนิยมเข้ามายังเว็บไซต์ขายดีมากสุด คือ มือถือ โดยมีการใช้งานผ่านแอพพลิเคชัน โดยมีสัดส่วนราว 70% ที่เหลือ 30% จากคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ขณะที่ผู้ขายนิยมโพสต์ขายสินค้าผ่านอุปกรณ์มือถือ ประมาณ 50%

สำหรับกลุ่มสินค้าที่นิยมซื้อขายผ่านขายดีดอตคอมมากสุด 5 อันดับแรก คือ รถยนต์ , โทรศัพท์มือถือ , รถมอเตอร์ไซค์ , พระเครื่อง และอสังหาริมทรัพย์ ส่วนกลุ่มผู้นิยมซื้อขายสินค้าผ่านเว็บไซต์ขายดีมากสุด โดยมีสัดส่วนราว 80% คือ กลุ่มผู้เริ่มต้นทำงานจนถึงวัยทำงาน อายุตั้งแต่ 24-44 ปี เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความสามารถในการซื้อสินค้า โดยแบ่งเป็นผู้ชาย 54% และ ผู้หญิง 46%

“สินค้ามือสอง ไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ โดยใช้ช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี คนก็เอาของที่ไม่ได้ใช้งานแล้วมาโพสต์ขาย เพื่อหารายได้ ช่วงเศรษฐกิจดีคนก็โพสต์ขายของเก่าออกไป เพื่อซื้อของใหม่เข้ามา ซึ่งเรามองว่าตลาดยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โดยจากผลการสำรวจพบว่าปริมาณสินค้าของคนที่อยู่ในเมืองที่มีจำนวนทั้งหมด 6.12 ล้านคน มีปริมาณสินค้าที่ไม่ได้ใช้แล้วเก็บไว้ ประมาณ 8 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท”

สำหรับการลงทุนปีนี้ บริษัทคงมุ่งไปยังการพัฒนาบุคลากร และเทคโนโลยี เพื่อให้สามารถพัฒนาบริการใหม่ๆ ให้กับทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย นอกจากนี้ยังมุ่งลงทุนการตลาด โดยมุ่งให้ความรู้กับคนไทยในการขายสินค้ามือสองผ่านทางออนไลน์ และล่าสุดได้ลงทุนออฟฟิศใหม่กว่า 10 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด Eat,Play,Work เพื่อสร้างบรรยากาศกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ และการทำงานร่วมของพนักงาน

นายธิวา กล่าวต่อไปว่า 4 ปีที่มีการลงทุนเว็บไซต์ขายดีดอตคอมยังไม่มีรายได้เข้ามา โดยเปิดให้บริการฟรีกลับผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งเป้าหมายของบริษัทคือการพัฒนาบริการให้ตอบสนองการซื้อขายสินค้ามือสอง จากทั้งผู้ซื้อและผู้ขายมากสุด ส่วนโมเดลการสร้างรายได้นั้นจะเป็นในลักษณะของพรีเมียม หรือหารายได้จากการให้บริการเสริม ซึ่งภายในปลายปีนี้ จะมีบริการเสริมที่ช่วยให้ผู้ขายสามารถขายสินค้าได้ง่าย และเร็วขึ้นออกมาให้บริการ โดยบริการเสริมดังกล่าวจะเป็นบริการที่มีค่าใช้จ่าย ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าหมายเป็นเว็บไซต์ยอดนิยม 1ใน 3 ของไทยภายใน 5 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันติดกลุ่ม 1 ใน 20 ของเว็บไซต์ยอดนิยมในไทย ซึ่งหากนับเฉพาะเว็บไซต์คนไทยอย่างเดียว ติดอันดับ 1 ใน 10 ของเว็บไซต์ยอดนิยมในไทย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3095 วันที่ 11 – 14 ตุลาคม พ.ศ. 2558

http://www.thansettakij.com/2015/10/14/13551

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.