Header Ads

Breaking News
recent

18 ตุลาคม 2558 ศาลปกครองให้ "ดีแทค" จ่ายแคท 1.07 ล้านบาท ฐานผิดสัญญาบริการวิทยุคมนาคมเซลลูล่า ตปท. ( จาก 13 ล้านบาท เพราะ CAT ฟ้องช้า )

ประเด็นหลัก







โดยศาลได้พิเคราะห์แล้วว่า ดีแทคมีหน้าที่จะต้องตรวจสอบความถูกต้องและมีอยู่จริงของเอกสารที่บุคคลเข้ามาทำสัญญาให้บริการ  แต่สำหรับปัญหาว่าจะต้องชดใช้เพียงใดนั้น เห็นว่า จำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ 500 ราย 602 เลขหมาย ที่เรียกเก็บเงินไม่ได้นั้น เป็นการใช้บริการช่วงระหว่างปี 2540 – 2547 ส่วนหนึ่งจึงเป็นความบกพร่องล่าช้าของแคทในการเรียกค่าเสียหาย และจากเอกสารแนบท้ายฟ้อง พบว่า แคทได้ยื่นฟ้องผู้ใช้บริการบางส่วนเป็นคดีแพ่ง และบางส่วนได้มีการถอนฟ้องแล้วโดยอ้างว่าตกลงกันได้ จึงเหลือเพียง 48 รายที่ผู้ฟ้องมีสิทธิเรียกค่าเสียหาย รวมเป็นเงินที่แคทไม่สามารถเรียกเก็บได้จำนวน 1.34 ล้านบาท หากสามารถเรียกเก็บค่าบริการได้ จะต้องมีการแบ่งส่วนแบ่งรายได้ตามตกลงกันตามที่ทำสัญญาไว้ จึงเหลือค่าเสียหายที่ดีแทคต้องชดใช้ให้แคทเป็นเงิน 1.07 ล้านบาท










_______________________________________




ศาลปกครองให้ "ดีแทค" จ่ายแคท 1.07 ล้านบาท ฐานผิดสัญญาฮัลโหล ตปท.


ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า เมื่อ 8 ต.ค. 2558 ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษา ในคดีหมายเลขดำที่ 620/2552 คดีหมายเลขแดงที่ 2386/2558 ระหว่าง บมจ. กสท โทรคมนาคม (แคท) เป็นผู้ฟ้อง บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) ในคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง

กรณีนี้แคทฟ้องว่า ดีแทคได้ผิดสัญญาให้ดำเนินการให้บริการวิทยุคมนาคมเซลลูล่า เนื่องจากได้จัดทำสัญญาการใช้บริการวิทยุคมนาคมระบบเซลลูล่าเฉพาะส่วนการใช้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศกับผู้ใช้บริการ โดยระหว่าง 24 มี.ค. 2540 – 21 ม.ค. 2547 ดีแทคได้ทำสัญญาให้บริการกับลูกค้า 500 ราย รวม 602 เลขหมาย โดยไม่ตรวจสอบความถูกต้องและมีอยู่จริงของเอกสารให้ตรงกับบุคคลที่มาขอทำสัญญาใช้บริการ แสดงถึงการปราศจากความระมัดระวัง เป็นผลให้มีการปลอมแปลงเอกสารและลายมือชื่อเข้าทำสัญญา ทำให้ผู้ฟัองคดีไม่สามารถเรียกเก็บค่าใช้บริการโทรศัพท์จากผู้ใช้บริการได้รวมเป็นเงินกว่า 13.66 ล้านบาท

จึงขอให้ศาลสั่งให้ดีแทคชำระเงินค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย 7.5% ตั้งแต่วันสุดท้ายที่ใช้บริการจนถึงวันฟ้อง รวมเป็นเงิน 23.02 ล้านบาท และให้ชำระดอกเบี้ย 7.5% ของเงินต้น 13.66 ล้านบาท ตั้งแต่วันถัดจากวันฟ้องจนถึงวันชำระเสร็จสิ้น

โดยศาลได้พิเคราะห์แล้วว่า ดีแทคมีหน้าที่จะต้องตรวจสอบความถูกต้องและมีอยู่จริงของเอกสารที่บุคคลเข้ามาทำสัญญาให้บริการ  แต่สำหรับปัญหาว่าจะต้องชดใช้เพียงใดนั้น เห็นว่า จำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ 500 ราย 602 เลขหมาย ที่เรียกเก็บเงินไม่ได้นั้น เป็นการใช้บริการช่วงระหว่างปี 2540 – 2547 ส่วนหนึ่งจึงเป็นความบกพร่องล่าช้าของแคทในการเรียกค่าเสียหาย และจากเอกสารแนบท้ายฟ้อง พบว่า แคทได้ยื่นฟ้องผู้ใช้บริการบางส่วนเป็นคดีแพ่ง และบางส่วนได้มีการถอนฟ้องแล้วโดยอ้างว่าตกลงกันได้ จึงเหลือเพียง 48 รายที่ผู้ฟ้องมีสิทธิเรียกค่าเสียหาย รวมเป็นเงินที่แคทไม่สามารถเรียกเก็บได้จำนวน 1.34 ล้านบาท หากสามารถเรียกเก็บค่าบริการได้ จะต้องมีการแบ่งส่วนแบ่งรายได้ตามตกลงกันตามที่ทำสัญญาไว้ จึงเหลือค่าเสียหายที่ดีแทคต้องชดใช้ให้แคทเป็นเงิน 1.07 ล้านบาท

ทั้งกรณีนี้ เป็นการฟ้องเรียกค่าเสียหาย ไม่ใช่การเรียกเก็บค่าใช้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศจากผู้ใช้บริการ ดังนั้นแคทไม่อาจคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันสุดท้ายที่ผู้ใช้บริการค้างชำระได้ และเมื่อไม่ปรากฏหลักฐานว่า แคทได้มีหนังสือทวงถามให้ชำระค่าเสียหายที่เกิดขึ้น  แคทจึงมีสิทธิเพียงได้รับดอกเบี้ย 7.5% ของเงินค่าเสียหาย นับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไป

ศาลปกครองกลาง จึงมีคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีชดใช้เงินจำนวน 1,073,623.80 บาท ให้แก่ผู้ฟ้องคดีพร้อมดอกเบี้ย 7.5% นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่ผู้ฟ้องคดี และให้ชำระให้เสร็จสิ้นภายใน 60 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุดฯ


http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1444299185
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.