Header Ads

Breaking News
recent

18 ตุลาคม 2558 ไตรมาสปัจจุบันที่จะสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน HTC คาดการณ์การขาดทุนสุทธิที่ 5.85-5.51 ดอลลาร์ไต้หวันต่อหุ้น เทียบกับการขาดทุน 9.7 ดอลลาร์ไต้หวันต่อหุ้นในไตรมาสก่อน ขณะที่รายได้คาดว่าจะอยู่ระหว่าง 1.9-2.2 หมื่นล้านดอลลาร์ไต้หวัน ลดลงจาก 3.3 หมื่นล้านดอลลาร์ไต้หวันในไตรมาส 2

ประเด็นหลัก




สำหรับไตรมาสปัจจุบันที่จะสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน เอชทีซีคาดการณ์การขาดทุนสุทธิที่ 5.85-5.51 ดอลลาร์ไต้หวันต่อหุ้น เทียบกับการขาดทุน 9.7 ดอลลาร์ไต้หวันต่อหุ้นในไตรมาสก่อน ขณะที่รายได้คาดว่าจะอยู่ระหว่าง 1.9-2.2 หมื่นล้านดอลลาร์ไต้หวัน ลดลงจาก 3.3 หมื่นล้านดอลลาร์ไต้หวันในไตรมาส 2

เอชทีซีเริ่มหันมาขยายธุรกิจออกสู่ผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นๆ นอกเหนือจากสมาร์ทโฟน โดยชางกล่าวว่าบริษัทมองเห็นโอกาสในธุรกิจอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต อาทิ อุปกรณ์สำหรับสวมใส่ และอุปกรณ์ระบบเสมือนจริง (virtual reality)













_______________________________________




HTC ปรับธุรกิจสมาร์ทโฟน เน้นอุปกรณ์ระดับพรีเมียม-แตกไลน์สู่สินค้าอื่น

เอชทีซี คอร์ป ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนสัญชาติไต้หวัน ระบุมีแผนปรับลดต้นทุน พร้อมรุ่นสมาร์ทโฟนระดับล่างที่นำออกวางตลาด หลังยอดขายที่อ่อนแอส่งผลให้บริษัทขาดทุนอย่างต่อเนื่อง
เอชทีซีครองตำแหน่งผู้ผลิตสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์อันดับหนึ่งเมื่อไม่กี่ปีก่อน อย่างไรก็ดี ช่วงที่ผ่านมาต้องเผชิญกับปัญหาขาดทุนเนื่องจากไม่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันกับคู่แข่งรายอื่น นับตั้งแต่ปี 2556 เอชทีซีซึ่งเคยครองตำแหน่งผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอันดับ 1 ของโลกในแง่จำนวนเครื่องที่ขายได้ สูญเสียส่วนแบ่งตลาดจนหลุดออกจากผู้ผลิต 10 อันดับแรก ด้วยส่วนแบ่งที่ลดลงจากกว่า 10% เหลือเพียงไม่ถึง 2%

ไช่หลิน ชาง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของเอชทีซี กล่าวในการแถลงผลประกอบการประจำไตรมาสที่ผ่านมาว่า เอชทีซีมีแผนจะปรับลดค่าใช้จ่ายลง และลดจำนวนรุ่นสมาร์ทโฟนที่นำออกวางตลาด โดยเน้นไปที่เซกเมนต์พรีเมียมเป็นหลัก ซึ่งหมายถึงสมาร์ทโฟนรุ่นแฟล็กชิพและรุ่นที่มีราคาต่ำกว่าแฟล็กชิพลงมา 2-3 ระดับ

“เราจะยังมีสมาร์ทโฟนระดับกลาง เพียงแต่วงจรอายุของอุปกรณ์ระดับกลางจะยาวนานขึ้น เราตระหนักว่ามีกลุ่มคนที่ชื่นชอบสมาร์ทโฟนทันสมัยมากกว่า” ชางกล่าว ทั้งนี้ เอชทีซีมีแผนจะนำสมาร์ทโฟนรุ่น ฮอลิเดย์ ฮีโร่ (Holiday Hero) ซึ่งมีดีไซน์ที่ทันสมัยขึ้นออกวางตลาดในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

ชางกล่าวว่า ด้วยมาตรการต่างๆ เหล่านี้ เอชทีซีคาดหวังว่าจะสามารถทำรายได้เพิ่มขึ้นได้ในช่วงไตรมาส 4 พร้อมกับเสริมว่าบริษัทตั้งเป้าที่จะฟื้นธุรกิจสมาร์ทโฟนให้กลับมาเท่าทุนได้ในอนาคตอันใกล้

เอชทีซีรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสเดือนเมษายนถึงมิถุนายนขาดทุนสุทธิ 8 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่บริษัทมีกำไรสุทธิ 2.74 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน ขณะที่ไตรมาสแรกบริษัทมีกำไร 360 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน ชางระบุว่าผลประกอบการที่อ่อนแอมีสาเหตุจากความต้องการสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ชะลอตัว และยอดขายสมาร์ทโฟนในตลาดจีนที่เติบโตลดลง

เอชทีซี วัน เอ็ม9 (HTC One M9) สมาร์ทโฟนแฟล็กชิพรุ่นล่าสุด ไม่ประสบความสำเร็จในการกระตุ้นยอดขายให้กับบริษัท นักวิจารณ์บางรายกล่าวว่าสมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวไม่ได้รับการอัพเกรดที่มากเพียงพอจากรุ่นก่อน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่สามารถสร้างความโดดเด่นในตลาดได้

สำหรับไตรมาสปัจจุบันที่จะสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน เอชทีซีคาดการณ์การขาดทุนสุทธิที่ 5.85-5.51 ดอลลาร์ไต้หวันต่อหุ้น เทียบกับการขาดทุน 9.7 ดอลลาร์ไต้หวันต่อหุ้นในไตรมาสก่อน ขณะที่รายได้คาดว่าจะอยู่ระหว่าง 1.9-2.2 หมื่นล้านดอลลาร์ไต้หวัน ลดลงจาก 3.3 หมื่นล้านดอลลาร์ไต้หวันในไตรมาส 2

เอชทีซีเริ่มหันมาขยายธุรกิจออกสู่ผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นๆ นอกเหนือจากสมาร์ทโฟน โดยชางกล่าวว่าบริษัทมองเห็นโอกาสในธุรกิจอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต อาทิ อุปกรณ์สำหรับสวมใส่ และอุปกรณ์ระบบเสมือนจริง (virtual reality)

เมื่อไม่นานมานี้ เอชทีซีเปิดเผยแผนการลงทุนมูลค่าร่วม 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในบริษัท WEVR ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มเสมือนจริง ชางกล่าวว่าเอชทีซีมีแผนจะเริ่มจำหน่ายอุปกรณ์ระบบเสมือนจริงรุ่นแรก คือ ไวฟ์ (Vive) ผ่านแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะได้รับความสนใจจากนักเล่นเกม

นอกจากนี้เอชทีซียังอยู่ในระหว่างการพัฒนากำไลข้อมือฟิตเนสแทร็กเกอร์ร่วมกับอันเดอร์อาร์เมอร์ ผู้ผลิตชุดกีฬาจากสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี ชางกล่าวว่าโปรเจ็กเหล่านี้จะยังไม่ทำเงินให้บริษัทจนกว่าจะถึงปี 2559

http://www.thansettakij.com/2015/08/13/6868
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.