Header Ads

Breaking News
recent

14 พฤศจิกายน 2558 RS ชี้ ปี′58 บริษัทจะมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจสื่อทีวีประมาณ 70-75% ของรายได้รวมเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่อยู่ระดับ 60-70% ของรายได้รวม และตั้งเป้าหมายปี′59 จะมีสัดสวนรายได้จากธุรกิจสื่อทีวีเพิ่มเป็น 80% ของรายได้รวม

ประเด็นหลัก


ทั้งนี้ ปี′58 บริษัทจะมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจสื่อทีวีประมาณ 70-75% ของรายได้รวมเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่อยู่ระดับ 60-70% ของรายได้รวม และตั้งเป้าหมายปี′59 จะมีสัดสวนรายได้จากธุรกิจสื่อทีวีเพิ่มเป็น 80% ของรายได้รวม




_________________________________________



RS วัดใจปีหน้าช่อง 8 คุ้มทุน "หลายคนบอกเป็นปีเผาผี แต่เรามองเป็นโอกาส"

สัมภาษณ์

ปีนี้ไม่ใช่ปีทองของอุตสาหกรรมทีวีแน่นอน เพราะเม็ดเงินโฆษณาหดหายไป ซึ่งเป็นผลพวงจากพิษเศรษฐกิจ โดยบรรดาผู้คร่ำหวอดในวงการต่างทำใจกันว่า ปีนี้อุตสาหกรรมโฆษณาติดลบ จากที่เคยเติบโตปีละกว่า 10% ขณะที่หลายบริษัทต่าง ๆ ก็เร่งปรับตัวเพื่อรับมือกับการแข่งขันในปีหน้าที่คาดว่าจะเป็นของจริง



ทั้งนี้ "ประชาชาติธุรกิจ" มีโอกาสได้สัมภาษณ์ "เฮียฮ้อ" นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อาร์เอส (RS) หนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญของวงการธุรกิจทีวีดิจิทัล ซึ่งกล้าประกาศทุ่มงบฯปี 2559 เป็นเงินกว่า 2 พันล้านบาท อัดฉีดการผลิตคอนเทนต์เพิ่ม สวนกระแสภาพของอุตสาหกรรมที่ยังฟื้นตัวได้ล่าช้า

"ปีหน้าอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลจะยิ่งเป็นปีที่ยาก แม้หลายคนบอกว่าเป็นปีเผาผีและถือเป็นปีที่ชี้วัดว่าใครจะอยู่รอด แต่เรามองเป็นโอกาสที่สามารถทำช่องให้ไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ เพราะการทุ่มเงินจำนวนมากในการผลิตคอนเทนต์ให้กับช่อง 8 คาดว่าจะเพิ่มเรตติ้งคนดูเพิ่มขึ้นประมาณ 7-8 แสนคนต่อนาที โตจากปีนี้กว่า 1 เท่าตัว"

โดยปีนี้ช่วงต้นปีช่อง 8 มีเรตติ้งคนดูราว 1.5-1.6 แสนคนต่อนาที ตอนนี้เรตติ้งเพิ่มขึ้นมาอยู่อันดับ 4 รองจากช่อง 7, 3 และช่องเวิร์คพอยท์ ขณะที่จบสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีเรตติ้งถึง 4 แสนกว่าคนต่อนาที ถือว่ามีคนดูเติบโตมากกว่า 100%

เฮียฮ้อบอกว่า ธุรกิจดิจิทัลของช่อง 8 ถือว่าทำได้ดีมาก คนดูโตเกือบเท่าตัว ดังนั้น จึงตัดสินใจปีหน้าทุ่มงบฯ 2 พันล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพื่อบุกธุรกิจสื่อทีวีเต็มตัว ซึ่งแหล่งเงินทุนก้อนใหญ่นี้ก็มาจากเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทและเงินกู้บางส่วน เราไม่ได้เพิ่มทุนเพราะมีวงเงินกู้พร้อมอยู่แล้ว ฐานะทางการเงินของบริษัทมีสัดส่วนหนี้สินต่อทุนต่ำ

งบฯ ส่วนใหญ่ก็ใช้ลงทุนผลิตคอนเทนต์ช่อง 8 หลัก ๆ ก็คือ ละคร 30 เรื่อง วาง งบฯไว้กว่า 700-800 ล้านบาท ตามด้วยส่วนของกีฬา, ข่าว และวาไรตี้ รวมถึงการใช้งบฯทำสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ประจำช่องอีกประมาณ 200 ล้านบาทด้วย เพราะ กสทช.ประกาศจะจัดเรียงช่องใหม่วันที่ 1 ธ.ค.นี้ เราก็ต้องสร้างการรับรู้ของผู้ชม

ด้วยฐานเรตติ้งที่อยู่อันดับ 4 จึงทำให้อาร์เอสเตรียมปรับขึ้นค่าโฆษณาตั้งแต่ช่วง ม.ค.ปี 2559 เฉลี่ยประมาณ 50% หรืออยู่ประมาณ 50,000-300,000 บาทต่อนาที เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่อยู่ระดับ 50,000-200,000 บาทต่อนาที ซึ่งมั่นใจว่าหากช่อง 8 เกาะอยู่ในกลุ่มช่องผู้นำได้ เม็ดเงินค่าโฆษณาก็น่าจะมีโอกาสมากกว่าคนอื่นๆ

ขณะที่ "เฮียฮ้อ" มีความคาดหวังว่าภาพเศรษฐกิจในปีหน้าจะดีขึ้นแน่นอน เพราะมาตรการต่าง ๆ ที่ภาครัฐกำลังผลักดันน่าจะส่งผลออกมาชัดเจนขึ้น อุตสาหกรรมทีวีก็คิดว่าเม็ดเงินโฆษณาจะเติบโต แต่อาจจะยังไม่ได้มากมาย ซึ่งที่บริษัทกล้าลงทุนมากเนื่องจากเชื่อว่าช่องผู้นำจะสามารถเติบโตได้มากกว่าอุตสาหกรรม ดังนั้น ในปีหน้าช่อง 8 ก็จะโตกว่าอุตสาหกรรมแน่นอน และคาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุนได้ในปีหน้า

"ตอนนี้เราจ่ายค่าไลเซนส์ของช่อง 8 ไป 2 งวดแล้ว ยังเหลืออีกประมาณ 4 งวด ที่เหลือค่าเครือข่ายก็ยังจ่ายทุกเดือน ซึ่งช่อง 8 เราคาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุนในปีหน้า คือช่อง 8 ปีแรกของการดำเนินการก็ถือว่าดูแลตัวเองได้แล้ว แม้กำไรไม่มาก แต่ก็ไม่ขาดทุน ส่วนปีนี้ แม้ช่อง 8 อาจขาดทุนเล็กน้อย แต่ในแง่รวมของทั้ง RS ยังเป็นบวก ฉะนั้นเราเชื่อว่า ปีหน้าช่อง 8 จะอยู่ในจุดเริ่มต้นทำกำไรแล้ว

สำหรับผลดำเนินงานของงวดไตรมาส 3/58 ที่จะออกมาในเร็ว ๆ นี้ เฮียฮ้อกล่าวสั้น ๆ ได้แค่ว่า ก็พอใจ ภายใต้งบฯโฆษณาที่หดหายไป และภาวะเศรษฐกิจในเวลานี้ พร้อมกับออกตัวมาว่า รายได้รวมปีนี้ของอาร์เอสจะต่ำกว่าเป้าหมายที่ 4,300 ล้านบาท และกำไรสุทธิก็ต่ำกว่าที่คาดเติบโต 20% จากปี 2557 ที่อยู่ราว 370 ล้านบาท

ทั้งนี้ ปี′58 บริษัทจะมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจสื่อทีวีประมาณ 70-75% ของรายได้รวมเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่อยู่ระดับ 60-70% ของรายได้รวม และตั้งเป้าหมายปี′59 จะมีสัดสวนรายได้จากธุรกิจสื่อทีวีเพิ่มเป็น 80% ของรายได้รวม

"การแข่งขันที่รุนแรงบวกกับช่วงภาวะเม็ดเงินโฆษณาที่ลดลง ยิ่งฉุดให้การแข่งขันในอุตสาหกรรมยากขึ้นไปอีก แต่โดยรวมเราก็รับได้กับสภาพที่เจอปัจจุบัน และจะใช้โอกาสปีนี้ในการวางแผนเป้าหมายปีหน้าให้ดีขึ้นกว่าเดิม ปีหน้าจะเป็นปีที่เราสามารถเดินได้ เพราะแทบทุกธุรกิจค่อนข้างจะอยู่ตัวแล้ว"

แต่ก็มีความเสี่ยงที่ต้องระวังอยู่บ้าง คือ การเมือง ที่จะมากระทบความเชื่อมั่นการทำธุรกิจและเศรษฐกิจ จริง ๆในฐานะนักธุรกิจก็พอใจที่อยู่ในสภาพแบบนี้ การเมืองที่นิ่งเป็นแบบนี้อีก 2-3 ปีแล้วกลับมาเลือกตั้งก็ดี ส่วนเรื่องอื่น ๆ ภาคเอกชนปรับตัวได้อยู่แล้ว

อีกแผนของอาร์เอสที่จะเดินหน้าในปี′59 คือ เดินสายโรดโชว์ให้ข้อมูลนักลงทุนในและต่างประเทศมากขึ้น อาทิ สหรัฐ ยุโรป และโซนเอเชีย เป็นต้นเพราะพร้อมที่จะให้ข้อมูลธุรกิจของอาร์เอสแล้ว โดยหวังว่าจะเรียกความสนใจนักลงทุนต่างชาติเข้ามาถือหุ้นอาร์เอสได้ในสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 25% จากปัจจุบันที่ถือหุ้น 7-8% ของหุ้นทั้งหมด

"ปีหน้ามีความชัดเจนทั้งในมุมของอุตสาหกรรมและในมุมของ RS น่าจะเป็นเวลาที่เหมาะสมที่กองทุนต่างชาติจะตัดสินใจเข้าลงทุน เพราะปัจจุบันอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลเริ่มชัดแล้วว่า ใครอยู่รอดหรือไม่รอด ถือว่าไปเร็วกว่าที่คาดไว้ จากเดิมคิดว่าใช้เวลา 3-5 ปีน่าจะเห็นความชัดเจน แต่เมื่อเข้าสู่ปีที่ 2 เริ่มเห็นภาพชัดแล้วว่าผู้เล่นแต่ละรายใครเป็นใคร สถานการณ์เป็นอย่างไร คนดูถ่ายเทไปทางไหน เม็ดเงินโฆษณาเป็นอย่างไร" เฮียฮ้อทิ้งท้าย

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1447217424
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.