Header Ads

Breaking News
recent

13 ธันวาคม 2558 (บทความ) เปิดเทรนด์ดิจิตอลไลฟ์ปี’59 ระบุ จะเข้าสู่โลกแห่งความจริง และถึงจุดจบของความเป็นส่วนตัว เพื่อแลกกับการได้รับข้อมูลที่ตรงความต้องการ น.ส.วฤตดา วรอาคม หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ดิจิตอลและฝ่ายโซเชียล

ประเด็นหลัก



 แนวทางของกระแสดิจิตอลที่จะเกิดขึ้นในปี 2559แบ่งได้เป็น 6 เทรนด์ ได้แก่ 1.เกิดวัฒนธรรมการสื่อสารผ่านภาษาดิจิตอล (Digital-Born Lingo) เช่น การสื่อสารผ่านภาพอิโมจิ (Emoji) ซึ่งแต่ละประเทศจะใช้แตกต่างกัน เช่น มาเลเซียใช้อิโมจิภาพนอนมากที่สุด ซึ่งวันนี้เฟซบุ๊กมีการกด ไลค์วันละ 3.2 พันล้านครั้ง ขณะที่ 75% ของกลุ่มมิลเลนเนียมชอบสื่อสารผ่านอิโมจิ ซึ่งปี 2559 จะได้เห็นแบรนด์สินค้าต่าง ๆ ออก อิโมจิของตนเองเพื่อให้ผู้บริโภคใช้งาน 2.จะได้เห็นจุดจบของความเป็นส่วนตัว (Goodbye Privacy) เนื่องจากผู้บริโภคดิจิตอลในปัจจุบันตอบรับการเปิดเผยข้อมูลมากขึ้นเพื่อแลกกับประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่จะได้รับ เช่น ได้ข้อมูลส่วนลดสินค้าที่ตรงกับความต้องการ 3.เป็นปีที่แบรนด์ต่าง ๆ จะนำโลกเสมือนมาใช้กับกลุ่มลูกค้าและทำให้โลกเสมือนจริงเข้ามาอยู่ในชีวิตจริงได้ (A Year of Virtual Reality)




____________________________________________________________



เปิดเทรนด์ดิจิตอลไลฟ์ปี’59 ถึงยุคจุดจบความเป็นส่วนตัว


„เปิดเทรนด์ดิจิตอลไลฟ์ปี’59 ถึงยุคจุดจบความเป็นส่วนตัว โลกใหม่แห่งความจริงในปี 2559 (The New Reality 2016) ว่า แนวทางของกระแสดิจิตอลที่จะเกิดขึ้นในปี 2559แบ่งได้เป็น 6 เทรนด์ วันพุธที่ 9 ธันวาคม 2558 เวลา 2:17 น. เอ็ม อาร์ เอ็ม/แมคแคน เผยทิศทางดิจิตอลไลฟ์ปี 2559 จะเข้าสู่โลกแห่งความจริง และถึงจุดจบของความเป็นส่วนตัว เพื่อแลกกับการได้รับข้อมูลที่ตรงความต้องการ น.ส.วฤตดา วรอาคม หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ดิจิตอลและฝ่ายโซเชียล เอ็ม อาร์ เอ็ม/แมคแคน (ประเทศ ไทย) กล่าวในหัวข้อ โลกใหม่แห่งความจริงในปี 2559 (The New Reality 2016) ว่า แนวทางของกระแสดิจิตอลที่จะเกิดขึ้นในปี 2559แบ่งได้เป็น 6 เทรนด์ ได้แก่ 1.เกิดวัฒนธรรมการสื่อสารผ่านภาษาดิจิตอล (Digital-Born Lingo) เช่น การสื่อสารผ่านภาพอิโมจิ (Emoji) ซึ่งแต่ละประเทศจะใช้แตกต่างกัน เช่น มาเลเซียใช้อิโมจิภาพนอนมากที่สุด ซึ่งวันนี้เฟซบุ๊กมีการกด ไลค์วันละ 3.2 พันล้านครั้ง ขณะที่ 75% ของกลุ่มมิลเลนเนียมชอบสื่อสารผ่านอิโมจิ ซึ่งปี 2559 จะได้เห็นแบรนด์สินค้าต่าง ๆ ออก อิโมจิของตนเองเพื่อให้ผู้บริโภคใช้งาน 2.จะได้เห็นจุดจบของความเป็นส่วนตัว (Goodbye Privacy) เนื่องจากผู้บริโภคดิจิตอลในปัจจุบันตอบรับการเปิดเผยข้อมูลมากขึ้นเพื่อแลกกับประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่จะได้รับ เช่น ได้ข้อมูลส่วนลดสินค้าที่ตรงกับความต้องการ 3.เป็นปีที่แบรนด์ต่าง ๆ จะนำโลกเสมือนมาใช้กับกลุ่มลูกค้าและทำให้โลกเสมือนจริงเข้ามาอยู่ในชีวิตจริงได้ (A Year of Virtual Reality) 4.เกิดระบบนิเวศออนไลน์เพื่อการซื้อขายแบบครบวงจร (E-Commerce E-Cosystem) เช่น การค้นหาข้อมูลผ่านแอพพลิเคชั่นของโซเชียล มีเดีย นอกเหนือจากการค้นหาทางเว็บไซต์ 5.แบรนด์สินค้าพูดถึงความเป็นจริงของคนทั่วไปมากขึ้น (Be-Yourself-Vertising) เป็นการก้าวผ่านการตัดสินของสังคมในรูปแบบต่าง ๆ ทำให้เกิดการยอมรับในการเป็นตัวตนที่แท้จริง โดยความไม่สมบูรณ์แบบเป็นสิ่งที่มีเสน่ห์อย่างหนึ่ง แบรนด์และสื่อต่าง ๆ ออกมามีบทบาทในการกำหนดมาตรฐานใหม่ที่พูดถึงความเป็นจริงของคนทั่วไป และ 6.ดิจิตอลจะทำให้คนเกิดความเห็นอกเห็นใจกัน (Humankind) เพราะความเครียดและความปั่นป่วนทางการเมืองและสังคม ผลักดันให้คนกลับมาเห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ “หลายปีที่ผ่านมานักการตลาดต่างมองหาการบูรณาการในการใช้สื่อดิจิตอล ซึ่งปี 2559 การผสานกันของออนไลน์และออฟไลน์แบบไร้รอยต่อจะทำให้ผู้บริโภคได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการใช้สื่อดิจิตอล ขณะที่แบรนด์สินค้า ต่าง ๆ จะมีมุมมองใหม่ ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ใช้สื่อดิจิตอลให้แก่ผู้บริโภค” น.ส.วฤตดา กล่าว ขณะที่ภาพรวมของเทรนด์ ดิจิตอลในปี 2559 ที่จะก่อตัวและมีอิทธิพลต่อชีวิตผู้บริโภค ประกอบด้วย ผู้บริโภคจะเชื่อในความเชื่อของตัวเองมากขึ้น เนื่องจากข้อมูลในปัจจุบันมีมากจนไม่รู้ว่าข้อมูลไหนจริงข้อมูลไหนเท็จ ดังนั้นผู้บริโภคจะเป็นผู้ที่จะเลือกเชื่อข้อมูลนั้นเอง และจะเกิดประสบการณ์ไร้รอยต่อ ที่เชื่อมโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน รวมทั้งเป็นปีที่ก้าวสู่โลกเสมือนจริง (Virtual Reality) โดยมีผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางในการสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ และเห็นการใช้ดิจิตอลออนไลน์รวมคนมาอยู่ด้วยกัน เช่น เมื่อเกิดเหตุการณ์ร้าย ๆ แล้วคนต้องการที่พึ่งทางใจก็จะใช้ดิจิตอลเข้ามาช่วย.“

อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/it/365757

http://www.dailynews.co.th/it/365757

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.