Header Ads

Breaking News
recent

14 มีนาคม 2559 กสทช.ถกแก้ปัญหาทีวีดิจิตอลเหลว ทำไม่ได้ทุกข้อ เลื่อน-ขยาย-คืนโดยไม่จ่ายเงินไม่ได้ อ้างกฎหมายปิดทุกช่องทาง ประเด็นการให้ กสทช.รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการนำสัญญาณทีวีดิจิตอลขึ้นดาวเทียมตามกฎมัสแครี่ ซึ่งต้องใช้งบประมาณปีละ 200 ล้านบาทนั้น กสทช.ก็ไม่สามารถทำได้

ประเด็นหลัก


ขณะที่การทำเรตติ้งที่ผู้ประกอบการต้องการของบประมาณจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (USO) นั้นก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากอาจเข้าข่ายเอื้อผลประโยชน์ให้ผู้ประกอบการ ดังนั้น ที่ประชุมจึงเสนอให้ผู้ประกอบการขอทบทวนมติ และชี้แจงมาว่าเงินที่ได้จะช่วยให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างไรบ้าง
ทั้งนี้ ประเด็นการให้ กสทช.รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการนำสัญญาณทีวีดิจิตอลขึ้นดาวเทียมตามกฎมัสแครี่ ซึ่งต้องใช้งบประมาณปีละ 200 ล้านบาทนั้น กสทช.ก็ไม่สามารถทำได้ ผู้ชำระต้องเป็นทีวีดิจิตอลจนกว่าโครงข่ายจะครอบคลุมครบ 95% จากนั้นจึงเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่เจ้าของแพลตฟอร์มต้องรับผิดชอบเอง เนื่องจากเป็นไปตามมาตรา 24 (6) (24) แห่ง พ.ร.บ.กสทช.ที่มีประกาศกฎมัสแคร์รี่ดังกล่าวไว้อย่างชัดเจนแล้ว



_______________________________________



กสทช.หมดปัญญาแก้ปัญหาทีวีดิจิตอล

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

กสทช.ถกแก้ปัญหาทีวีดิจิตอลเหลว ทำไม่ได้ทุกข้อ เลื่อน-ขยาย-คืนโดยไม่จ่ายเงินไม่ได้ อ้างกฎหมายปิดทุกช่องทาง พร้อมนำข้อสรุปส่งศาลปกครองกลาง และเตรียมเสนอ สนช.แก้ พ.ร.บ.กสทช.ให้เปลี่ยนมือผู้ประกอบการได้
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมการ กสทช.วาระพิเศษเพื่อแก้ปัญหาทีวีดิจิตอลครั้งสุดท้ายเพื่อสรุปให้ศาลปกครองกลางว่า การเลื่อนการชำระเงินค่าใบอนุญาตงวดที่ 3 ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ พ.ศ.2556 ข้อ 10 ได้กำหนดหลักเกณฑ์การแยกชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตในงวดต่างๆ ไว้เป็นการตายตัว มิได้เปิดช่องให้ กสทช.สามารถใช้ดุลพินิจเลื่อนกำหนดระยะเวลาการชำระในงวดใดๆ ได้ และสำนักงานอัยการสูงสุด กระทรวงการคลัง และกฤษฎีกา เคยให้คำตอบแก่ กสทช.ในเรื่องนี้แล้ว ตอนที่สอบถามเรื่องการเลื่อนชำระค่าใบอนุญาตงวดที่ 2 ว่าทำไม่ได้ อาจมีลักษณะเข้าข่ายเอื้อประโยชน์ให้เอกชน กระทบต่อการแข่งขัน มติที่ประชุมจึงขอยึดตามมติเดิมที่ กสทช.เคยลงมติไว้ในครั้งนั้นแล้ว
ทั้งนี้ ที่ประชุมก็ได้ให้ความเห็นว่า กสทช. มีอำนาจในการใช้ดุลพินิจสำหรับผู้ประกอบการที่มีเหตุผลบางประการไม่สามารถชำระได้ตรงเวลาให้ชำระล่าช้าได้ โดย กสทช.จะคิดเพียงค่าปรับ 7.5% ต่อปี โดยไม่มีมาตรการพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตได้
สำหรับประเด็นเรื่องการขยายระยะเวลาใบอนุญาต หรือการคิดวันเริ่มต้นนับอายุใบอนุญาตช้าลงนั้น ที่ประชุมลงความเห็นว่า ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากมาตรา 18 พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 ระบุว่า ใบอนุญาตมีอายุ 15 ปี และหลังจากประมูลภายใน 30 วัน กสทช.ได้ให้ใบอนุญาตแก่ผู้ชนะประมูลซึ่งในใบอนุญาตได้ระบุวันเริ่มต้น และสิ้นสุดการประกอบกิจการไว้แล้วจึงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
ขณะที่ประเด็นเรื่องการคืนใบอนุญาตโดยไม่ต้องชำระเงินค่าประมูลนั้นก็ไม่สามารถทำได้ ถ้าคืนก็ต้องชำระเงินให้ครบ เนื่องจาก มาตรา 42 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ.กสทช.) ระบุว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องชำระค่าใบอนุญาต แต่การที่ผู้ได้รับใบอนุญาตจ่ายค่าใบอนุญาตเป็นงวดๆ นั้นเพราะ กสทช.มีอำนาจในการผ่อนผันให้เท่านั้น ดังนั้น ที่ประชุมจึงเสนอเพิ่มเติมให้แก้ มาตรา 43 พ.ร.บ.กสทช.ที่กำลังจะร่างใหม่ ที่ระบุว่า การประมูลทีวีดิจิตอลเป็นสิทธิเฉพาะตัวไม่สามารถเปลี่ยนมือได" แก้เป็น ให้สามารถเปลี่ยนมือได" เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ไปไม่ไหว โดย กสทช.จะนำประเด็นนี้เสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป
นายฐากร ระบุต่อว่า นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่อง การเรียงช่อง ซึ่งขณะนี้มีเพียงบางช่องเท่านั้นที่ไม่ปฏิบัติตาม จึงได้มอบหมายให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) พิจารณาความผิดทางปกครองด้วยการเพิ่มโทษที่สูงขึ้นจนกว่าผู้ไม่ปฏิบัติจะปฏิบัติตาม ส่วนเรื่องงบประชาสัมพันธ์ทีวีดิจิตอล จำนวน 63 ล้านบาท ในวันที่ 20 มี.ค.นี้ จะประกาศลงในเว็บไซต์เพื่อเชิญชวนผู้สนใจเข้ามาร่วมประมูลเป็นบริษัททำการประชาสัมพันธ์หลังจากคราวที่แล้วต้องล้มประมูลเพราะผู้เข้าร่วมประมูลขาดคุณสมบัติบางประการ คาดว่าจะใช้เวลา 45 วัน น่าจะได้ข้อสรุป
ขณะที่การทำเรตติ้งที่ผู้ประกอบการต้องการของบประมาณจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (USO) นั้นก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากอาจเข้าข่ายเอื้อผลประโยชน์ให้ผู้ประกอบการ ดังนั้น ที่ประชุมจึงเสนอให้ผู้ประกอบการขอทบทวนมติ และชี้แจงมาว่าเงินที่ได้จะช่วยให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างไรบ้าง
ทั้งนี้ ประเด็นการให้ กสทช.รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการนำสัญญาณทีวีดิจิตอลขึ้นดาวเทียมตามกฎมัสแครี่ ซึ่งต้องใช้งบประมาณปีละ 200 ล้านบาทนั้น กสทช.ก็ไม่สามารถทำได้ ผู้ชำระต้องเป็นทีวีดิจิตอลจนกว่าโครงข่ายจะครอบคลุมครบ 95% จากนั้นจึงเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่เจ้าของแพลตฟอร์มต้องรับผิดชอบเอง เนื่องจากเป็นไปตามมาตรา 24 (6) (24) แห่ง พ.ร.บ.กสทช.ที่มีประกาศกฎมัสแคร์รี่ดังกล่าวไว้อย่างชัดเจนแล้ว
ส่วนประเด็นเรื่องการจ่ายเงินเข้า USO สำนักงานฯ อยู่ระหว่างการปรับปรุงร่างประกาศเก็บเงินใหม่ โดยเสนอให้จ่ายเงินปีละ 0.1-1% ของรายได้ และไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมย้อนหลัง จากเดิมที่เก็บปีละ 2% ของรายได้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องนี้ภายใน 5 เดือน และสามารถออกประกาศฯ ได้ใหม่ประมาณเดือน ก.ค.-ส.ค.2559
ขณะเดียวกัน กสทช.ยังได้เสนอไปยังหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการแจกคูปองเพิ่มเติม รวมถึงจะเสนอต่อที่ประชุม กสท.ให้ลดค่าธรรมเนียมรายปีให้แก่ผู้ประกอบการด้วย
“เราต้องยอมรับว่าพฤติกรรมของประชาชนเปลี่ยนไป คนดูออนไลน์มากขึ้นคนส่วนใหญ่ยังดูช่องเดิม ช่องทีวีมีจำนวนมากเกินไป เราไม่อยากโทษว่าเป็นความล้มเหลวของใคร”

http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9590000025135&utm_source=MadMimi&utm_medium=email&utm_content=MGR+Morning+Brief+10-3-59&utm_campaign=20160309_m130169933_MGR+Morning+Brief+10-3-59&utm_term=_E0_B8_81_E0_B8_AA_E0_B8_97_E0_B8_8A__E0_B8_AB_E0_B8_A1_E0_B8_94_E0_B8_9B_E0_B8_B1_E0_B8_8D_E0_B8_8D
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.