Header Ads

Breaking News
recent

29 มีนาคม 2559 AIS ระบุ เปิดตัวบริการ 4.5จี เชิงพาณิชย์รายแรกของโลกด้วยความเร็วสูงถึง 1 Gbps ภายในเดือน เม.ย.นี้ โดยลูกค้าที่ใช้อุปกรณ์รองรับเทคโนโลยี LTE-U/LAA ย่อมาจากLTE-Unlicensed /License Assisted Access สามารถใช้งานเครือข่าย 4.5จี ประกอบด้วย MIMO 4x4, Carrier Aggregation บนคลื่น 1800 MHz และ 2100 MHz รวมถึงเทคโนโลยี LTE-U/LAA

ประเด็นหลัก           เริ่มด้วยค่ายพี่ใหญ่ "บมจ.แอดวานซ์อินโฟร์ เซอร์วิส" (AIS) โดย "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า ได้เปิดตัวบริการ 4.5จี เชิงพาณิชย์รายแรกของโลกด้วยความเร็วสูงถึง 1 Gbps ภายในเดือน เม.ย.นี้ โดยลูกค้าที่ใช้อุปกรณ์รองรับเทคโนโลยี LTE-U/LAA ย่อมาจากLTE-Unlicensed /License Assisted Access สามารถใช้งานเครือข่าย 4.5จี ได้โดยอัตโนมัติ และไม่ต้องทำการสมัครหรือตั้งค่าใดๆ เพิ่ม เพียงใช้บริการแพ็กเกจ 4จีของเอไอเอสและมีเครื่องที่รองรับเทคโนโลยีดังกล่าว

          ทั้งนี้ การพัฒนาโครงการข่ายดังกล่าวเป็นความสำเร็จจากศูนย์นวัตกรรมความร่วมมือ (Joint Innovation Center หรือJIC) ระหว่างเอไอเอสและหัวเว่ย ได้ร่วมกันคิดค้นและผสมผสานนวัตกรรมเครือข่ายไร้สายอัจฉริยะ มาประยุกต์ใช้งานได้จริงเป็นรายแรกของโลก ด้วยจุดเด่นด้านนวัตกรรมที่แตกต่างและเหนือชั้นกว่า ประกอบด้วย MIMO 4x4, Carrier Aggregation บนคลื่น 1800 MHz และ 2100 MHz รวมถึงเทคโนโลยี LTE-U/LAA ซึ่งเป็นการรวมช่องสัญญาณบนคลื่นที่มีอยู่เข้ากับคลื่นความถี่สาธารณะที่ไม่ต้องขอใบอนุญาต ส่งผล

          ให้เอไอเอส 4.5จี สามารถรับส่งข้อมูลได้ปริมาณมากขึ้นเร็วกว่า 4จี ถึง 2 เท่า และจะเพิ่มขึ้นอีก 30% ซึ่งจะพัฒนาให้เร็วสูงสุดถึง 1 Gbps
___________________________________________________ เริ่มส่งสัญญาณ '4จี' ระอุ 'AIS- DTAC -TRUE'เปิดศึกแย่งลูกค้า



          ยังไม่ทันเคาะระฆังอย่างเป็นทางการศึกชิงลูกค้าเครือข่าย 4 จี ก็เริ่มขึ้นแล้วโดยค่ายมือถือต่างๆ ได้ออกแพ็กเกจสารพันทั้งลด แลก แจก แถม หลังดึงดูดผู้ใช้บริการให้มาใช้บริการเครือข่ายของตนเองให้ได้มากที่สุด เพราะเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ณเวลา นี้ 3 ค่ายยักษ์ใหญ่ "เอไอเอส ดีแทคทรูมูฟเอช" ยังคงเป็นคู่แข่งทางการตลาดเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เหมือนเดิม หลังจากที่ก่อนหน้านี้ "บ.แจส โมบาย บรอดแบนด์" (แจส) ได้เข้ามาเขย่าวงการให้สะเทือนด้วยการชนะการประมูล ใบอนุญาตคลื่น 900 MHz ด้วยวงเงินกว่า 75,654 ล้านบาท แต่สุดท้ายก็เบี้ยวจ่ายค่าใบอนุญาตคลื่น 900 MHz แบบดื้อๆ โดยไม่สนใจว่าจะโดนยึดเงินสดที่เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน 644 ล้านบาท

          ทั้งนี้สิ่งที่ 3 ค่ายยักษ์ใหญ่ ได้ออกมาดึงดูดผู้ใช้บริการในครั้งนี้เรียกได้ว่า เป็นปรากฏการณ์ใหญ่ของวงการ เพราะไม่ว่าจะแจกโทรศัพท์เคลื่อนที่หรือลดราคาค่าใช้บริการ ซึ่งงานนี้เชื่อว่าผลประโยชน์จะตกอยู่กับผู้บริโภคแบบเต็มๆ

          เริ่มด้วยค่ายพี่ใหญ่ "บมจ.แอดวานซ์อินโฟร์ เซอร์วิส" (AIS) โดย "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า ได้เปิดตัวบริการ 4.5จี เชิงพาณิชย์รายแรกของโลกด้วยความเร็วสูงถึง 1 Gbps ภายในเดือน เม.ย.นี้ โดยลูกค้าที่ใช้อุปกรณ์รองรับเทคโนโลยี LTE-U/LAA ย่อมาจากLTE-Unlicensed /License Assisted Access สามารถใช้งานเครือข่าย 4.5จี ได้โดยอัตโนมัติ และไม่ต้องทำการสมัครหรือตั้งค่าใดๆ เพิ่ม เพียงใช้บริการแพ็กเกจ 4จีของเอไอเอสและมีเครื่องที่รองรับเทคโนโลยีดังกล่าว

          ทั้งนี้ การพัฒนาโครงการข่ายดังกล่าวเป็นความสำเร็จจากศูนย์นวัตกรรมความร่วมมือ (Joint Innovation Center หรือJIC) ระหว่างเอไอเอสและหัวเว่ย ได้ร่วมกันคิดค้นและผสมผสานนวัตกรรมเครือข่ายไร้สายอัจฉริยะ มาประยุกต์ใช้งานได้จริงเป็นรายแรกของโลก ด้วยจุดเด่นด้านนวัตกรรมที่แตกต่างและเหนือชั้นกว่า ประกอบด้วย MIMO 4x4, Carrier Aggregation บนคลื่น 1800 MHz และ 2100 MHz รวมถึงเทคโนโลยี LTE-U/LAA ซึ่งเป็นการรวมช่องสัญญาณบนคลื่นที่มีอยู่เข้ากับคลื่นความถี่สาธารณะที่ไม่ต้องขอใบอนุญาต ส่งผล

          ให้เอไอเอส 4.5จี สามารถรับส่งข้อมูลได้ปริมาณมากขึ้นเร็วกว่า 4จี ถึง 2 เท่า และจะเพิ่มขึ้นอีก 30% ซึ่งจะพัฒนาให้เร็วสูงสุดถึง 1 Gbps

          ตามมาด้วย "บมจ.ทเทิ่ล แอ็คเซ็สคอมมูนิเคชั่น" (DTAC) ซึ่ง "ประเทศ ตันกุรานันท์" รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี บอกว่า ได้พลิกโฉมการโทรรูปแบบใหม่ด้วยการเปิดตัว WiFi Calling หรือVoWiFi (Voice Over WiFi) ซึ่งลูกค้าของดีแทคจะได้ประโยชน์มากขึ้นจากโครงข่ายSuper 4G ที่ปฏิวัติการโทรรูปแบบใหม่ผ่านสัญญาณ WiFi ได้ทุกที่ในโลกโดยไม่จำกัดเครือข่าย WiFi จึงสามารถเพิ่มความครอบคลุมของสัญญาณได้มากขึ้น รองรับทุกสถานการณ์แม้ในพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณมือถือเข้าถึง

          ทั้งนี้ WiFi Calling คือ บริการที่ให้ลูกค้าดีแทคสามารถโทรและรับสายโทรศัพท์ผ่านการเชื่อมต่อด้วยสัญญาณ WiFi ได้จากทุกที่ทั่วประเทศและทั่วโลก นอกเหนือจากการโทรผ่านสัญญาณโครงข่ายมือถือปกติเพียงอย่างเดียว โดยใช้หมายเลขโทรศัพท์เดิมของผู้ใช้งาน ผ่านการใช้งานโทรออกหรือรับสายของเครื่องที่รองรับบริการนี้โดยไม่ต้องลงแอพพลิเคชั่นใดๆ เพิ่มเติม โดยเบอร์ต้นทางหรือปลายทางที่ติดต่อ จะเป็นเบอร์บ้านหรือเบอร์มือถือก็ได้ ต่างจากรูปแบบ Voice over IP แบบเดิม ที่ต้องโทรผ่านแอพพลิเคชั่นเท่านั้น

          ส่วนน้องเล็ก "บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น"ร้องไห้True Move H) โดย "ศุภชัย เจียรวนนท์"กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร กล่าวว่า ปีนี้ ลุ้นที่จะขึ้นเป็นเบอร์2 ในตลาด ด้วยจุดแข็ง และความได้เปรียบที่มีทั้งคลื่นความถี่ให้บริการมากที่สุด ทั้งคลื่น1800 850 900 และ 2100 รวมทั้งหมด 55 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งมีทั้งคลื่นที่มีความถี่สูง และต่ำ ทำให้ทรูมีความได้เปรียบ มีคลื่นความถี่ที่มีแบนด์วิธมากที่สุด ให้บริการลูกค้าได้ครอบคลุมทั่วถึง 77 จังหวัด

          ล่าสุดได้เปิดตัว 4จี พลัส ที่มีความเร็วสูงสุด 300 เมกะบิต สูงสุดถึง 1 กิกะบิตเพื่อรองรับลูกค้าที่ปัจจุบันมีลูกค้าทรูใช้ 4 จีราว 4 ล้านคน หรือราว 23% จากฐานลูกค้าทั้งหมด 20 ล้านราย โดยทรูตั้งเป้าที่จะเพิ่มลูกค้า 4จี ในสิ้นปีนี้ เพิ่มเป็น 6 ล้านรายขึ้นไป หรือเพิ่มอีกมากกว่า 30%

          ขณะเดียวกัน ปีนี้คาดว่าจะมีดีไวซ์ที่รองรับ 3 CA (Carrier Aggregation)หรือสมาร์ทโฟนที่รองรับคลื่นความถี่ที่หลากหลายรวมกัน มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในตลาดด้วย ขณะเดียวกันทรูเองก็จะมีแพ็กเกจการใช้งานที่ตอบสนองลูกค้าทุกกลุ่มราคาตั้งแต่ 99 ,199 ,499 บาท ให้เลือกใช้พร้อมทั้งแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคปัจจุบัน รวมถึงดีไวซ์ราคาประหยัดที่จะทยอยเปิดตัวอย่างต่อเนื่องจากนี้

http://www.thansettakij.com/2016/01/12/25566
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.