Header Ads

Breaking News
recent

12 เมษายน 2559 นายกสมาคมโฆษณาดิจิตอล (ประเทศไทย) หรือ DAAT เปิดเผยว่า โฆษณามีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการปรับลดในสื่อประเภทต่างๆ สู่สื่อออนไลน์ โดยเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีสัดส่วนลดลงจาก 19% เหลือ 10% นิตยสาร จาก 7% เหลือ 3% และ วิทยุ จาก 8% เหลือ 5% ส่วนโทรทัศน์เป็นสื่อเดียวที่มีสัดส่วนคงเดิมที่ 50-60% ขณะที่สื่อดิจิตอลมีสัดส่วนอยู่ที่ 7-8%

ประเด็นหลัก

สำหรับสื่อโฆษณาที่ได้รับความนิยมในปีที่ผ่านมา 3 อันดับแรก ได้แก่ โทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อดิจิตอล ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะมีการเปลี่ยนแปลง โดยสื่อดิจิตอลอาจขยับขึ้นมาอยู่ในลำดับที่ 2 แทนสื่อสิ่งพิมพ์ ส่วนสื่อดิจิตอลที่ได้รับความนิยม 3 อันดับแรกในปีนี้ คือ เฟซบุ๊ก ยูทูบ และดิสเพลย์ แอด ซึ่งเฟซบุ๊กถือเป็นสื่อโฆษณาดิจิตอลที่ครองส่วนแบ่งสูงสุดในปี 2558 ที่ 24% คิดเป็นการเติบโตกว่า 95% จากปีก่อนหน้า ขณะที่ ยูทูบ มีสัดส่วนที่ 20% เติบโตขึ้น 87% และดิสเพลย์ แอด มีส่วนแบ่งอยู่ในอันดับใกล้เคียงกัน

อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจร่วมกับบริษัทวิจัย ทีเอ็นเอส พบว่ามูลค่าเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อดิจิตอลในปี 2558 มีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยมูลค่า 8,084 ล้านบาท เติบโตขึ้นกว่า 32% และคาดว่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 23% หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 9,927 ล้านบาทในปีนี้ โดยอุตสาหกรรมที่ใช้สื่อดิจิตอลมากที่สุดในปีที่ผ่านมา คือ กลุ่มธุรกิจสื่อสาร 974 ล้านบาท ธุรกิจยานยนต์ 918 ล้านบาท ธุรกิจเครื่องประทินผิว 595 ล้านบาท ธุรกิจผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม 567 ล้านบาท และธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงผม 513 ล้านบาท ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าในปีนี้ธุรกิจสื่อสารก็จะเป็นกลุ่มที่มีการลงทุนในด้านดังกล่าวสูงสุด ถึง 1,304 ล้านบาท.


__________________________________



ทีวีครองเจ้าตลาดโฆษณา! จับตา เฟซบุ๊ก-ยูทูบ โกยรายได้มหาศาล

สมาคมโฆษณาดิจิตอล (DAAT) เผยธุรกิจสื่อสารใช้สื่อดิจิตอลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชี้จุดเด่นเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายได้ตรงกลุ่ม…

นายศิวัตร เชาวรียวงษ์ นายกสมาคมโฆษณาดิจิตอล (ประเทศไทย) หรือ DAAT เปิดเผยว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา แนวโน้มการเลือกสื่อเพื่องานโฆษณามีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการปรับลดในสื่อประเภทต่างๆ สู่สื่อออนไลน์ โดยเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีสัดส่วนลดลงจาก 19% เหลือ 10% นิตยสาร จาก 7% เหลือ 3% และ วิทยุ จาก 8% เหลือ 5% ส่วนโทรทัศน์เป็นสื่อเดียวที่มีสัดส่วนคงเดิมที่ 50-60% ขณะที่สื่อดิจิตอลมีสัดส่วนอยู่ที่ 7-8%

"ความนิยมใช้สื่อดิจิตอลเพื่อการโฆษณาเริ่มต้นเมื่อปี 2556 จากความแพร่หลายของบริการ 3จี และอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับความแตกต่างของสื่อดิจิตอลที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีกว่าสื่อประเภทอื่นอย่างชัดเจน จากพฤติกรรมการใช้งาน หรือแม้กระทั่งความสนใจข้อมูลก็สามารถวัดและแบ่งประเภทได้จากการใช้งานสื่อและสังคมออนไลน์ ขณะเดียวกัน โทรทัศน์ก็มีแนวโน้มจำนวนผู้รับชมน้อยลง จากปัญหาความสับสนช่องรายการจากตอนเปลี่ยนเข้าสู่ยุคทีวีดิจิตอล รวมถึงพฤติกรรมการรับชมรายการทีวีบนมือถือ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน"

สำหรับสื่อโฆษณาที่ได้รับความนิยมในปีที่ผ่านมา 3 อันดับแรก ได้แก่ โทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อดิจิตอล ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะมีการเปลี่ยนแปลง โดยสื่อดิจิตอลอาจขยับขึ้นมาอยู่ในลำดับที่ 2 แทนสื่อสิ่งพิมพ์ ส่วนสื่อดิจิตอลที่ได้รับความนิยม 3 อันดับแรกในปีนี้ คือ เฟซบุ๊ก ยูทูบ และดิสเพลย์ แอด ซึ่งเฟซบุ๊กถือเป็นสื่อโฆษณาดิจิตอลที่ครองส่วนแบ่งสูงสุดในปี 2558 ที่ 24% คิดเป็นการเติบโตกว่า 95% จากปีก่อนหน้า ขณะที่ ยูทูบ มีสัดส่วนที่ 20% เติบโตขึ้น 87% และดิสเพลย์ แอด มีส่วนแบ่งอยู่ในอันดับใกล้เคียงกัน

อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจร่วมกับบริษัทวิจัย ทีเอ็นเอส พบว่ามูลค่าเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อดิจิตอลในปี 2558 มีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยมูลค่า 8,084 ล้านบาท เติบโตขึ้นกว่า 32% และคาดว่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 23% หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 9,927 ล้านบาทในปีนี้ โดยอุตสาหกรรมที่ใช้สื่อดิจิตอลมากที่สุดในปีที่ผ่านมา คือ กลุ่มธุรกิจสื่อสาร 974 ล้านบาท ธุรกิจยานยนต์ 918 ล้านบาท ธุรกิจเครื่องประทินผิว 595 ล้านบาท ธุรกิจผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม 567 ล้านบาท และธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงผม 513 ล้านบาท ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าในปีนี้ธุรกิจสื่อสารก็จะเป็นกลุ่มที่มีการลงทุนในด้านดังกล่าวสูงสุด ถึง 1,304 ล้านบาท.

http://www.thairath.co.th/content/599286
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.