Header Ads

Breaking News
recent

02 พฤษภาคม 2559 facebook รวมสุทธิของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 5.38 พันล้านเหรียญสหรัฐ (จาก 3.54 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 5.26 พันล้านเหรียญสหรัฐ รายได้จากโฆษณาเพิ่มขึ้น 56.8 เปอร์เซ็นต์ เป็น 5.20 พันล้านเหรียญสหรัฐ

ประเด็นหลัก





รายได้รวมสุทธิของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 5.38 พันล้านเหรียญสหรัฐ (จาก 3.54 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 5.26 พันล้านเหรียญสหรัฐ รายได้จากโฆษณาเพิ่มขึ้น 56.8 เปอร์เซ็นต์ เป็น 5.20 พันล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นรายได้จากการโฆษณาบนอุปกรณ์สื่อสารถึง 82 เปอร์เซ็นต์จากรายได้ทั้งหมดเลยทีเดียว
นอกจากนี้ เฟซบุ๊กยังมีแผนจะออกหุ้นประเภท Non-voting (ผู้ถือไม่มีสิทธิออกเสียงในที่ประชุมของบริษัท) แยกออกจากผู้ถือหุ้นในปัจจุบันเพิ่มเติม เพื่อให้มั่นใจว่า เฟซบุ๊กจะยังอยู่ภายใต้อำนาจควบคุมของ “มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก” ซึ่งก่อนหน้านี้ ประกาศบริจาค (ขาย) หุ้นของตัวเอง 99 เปอร์เซ็นต์เพื่อการกุศลไปแล้วนั่นเอง






_______________________



นักวิเคราะห์ชมเปาะ “เฟซบุ๊ก” เป็นบริษัทที่ผลประกอบการเยี่ยมที่สุด


นาทีนี้ใครมีพระคุ้มครอง เลือกซื้อหุ้นได้ถูกบริษัทก็ถือว่ารอดตัวไป เพราะในซิลิคอน วัลเลย์กำลังเกิดกรณียักษ์ใหญ่ล้มดังมาหลายวันติดต่อกันแล้ว ซึ่งโชคดีที่ผู้ถือหุ้นเฟซบุ๊ก (Facebook) โซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย
โดยหุ้นของเฟซบุ๊กมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 9.5 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นไปอยู่ที่ 118.39 เหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 3 เท่า เมื่อเทียบกับราคา IPO เมื่อ 4 ปีก่อน
ขณะที่ตัวเลขผู้ใช้งานเฟซบุ๊กล่าสุด เมื่อวันที่ 31 มีนาคมนั้น อยู่ที่ 1.65 พันล้านคนต่อเดือน เพิ่มขึ้นจากยอดของปีที่ผ่านมาที่ 1.44 พันล้านคนได้อย่างสวยงาม ซึ่ง มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอเฟซบุ๊ก เผยว่า เวลาที่ผู้ใช้งานอยู่ในแอปพลิเคชันหลักของบริษัทอย่าง เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และแมสเซนเจอร์ รวมกันแล้วมากกว่า 50 นาทีต่อวันเลยทีเดียว
ความใหญ่โตของผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มได้ทำให้เฟซบุ๊กกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักการตลาดที่จะโยกงบโฆษณาจากสื่อทีวีมายังสื่อโมบาย ซึ่งนาทีนี้มีการแข่งขันที่ดุเดือดอยู่ด้วยกัน 3 บริษัท ได้แก่ YouTube ของกูเกิล Snapchat และเฟซบุ๊ก เพราะทั้ง 3 รายนี้ต่างก็มียอดผู้ชมคลิปวิดีโอมากกว่าพันล้านครั้งต่อวันทั้งสิ้น
การเปิดตัวบริการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊ก รวมถึงการออกมาตรการใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้งานเกิดความสนใจในการสร้างคลิปวิดีโอ และแชร์สู่สาธารณะจึงเป็นความพยายามที่ได้ผลอย่างยิ่งที่จะใช้ดึงดูดนักการตลาด และทำให้เฟซบุ๊กมีกำไรหลังหักค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเป็น 55 เปอร์เซ็นต์ (จาก 52 เปอร์เซ็นต์ของปีที่ผ่านมา) เลยทีเดียว
“เฟซบุ๊กถือเป็นบริษัทที่สร้างความประทับใจอย่างมากให้แก่นักลงทุน แม้ว่าพวกเขาจะได้รับคำเตือนเรื่องการใช้จ่ายที่มากขึ้นเรื่อยๆ แต่พวกเขาก็สามารถสร้างรายได้ที่งดงามจากค่าใช้จ่ายเหล่านั้นได้” Michael Pachter นักวิเคราะห์จาก Webbush Securities กล่าว
อย่างไรก็ดี เฟซบุ๊กไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของยอดขายอุปกรณ์สวมศีรษะ Oculus Rift ออกมาในการแถลงผลประกอบการครั้งนี้ โดยบอกเพียงแต่ว่า อุปกรณ์ดังกล่าวยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น จึงอาจไม่ใช่อุปกรณ์ที่สามารถทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำให้แก่บริษัทในปี 2016 นี้
การแถลงผลประกอบการครั้งนี้ของเฟซบุ๊กได้รับการยกย่องจากนักวิเคราะห์ว่า ดีที่สุดในกลุ่มเทคโนโลยี หลังจากที่นักลงทุนบางส่วนผิดหวังต่อการประกาศผลประกอบการของอินเทล ไอบีเอ็ม ทวิตเตอร์ และแอปเปิล ไปไม่น้อย ยกตัวอย่างผู้ที่ชื่นชมเฟซบุ๊กอย่างชัดเจน ได้แก่ Daniel Morgan ผู้จัดการด้านพอร์ตโฟลิโออาวุโสจาก Synovus Trust ซึ่งถือหุ้นของเฟซบุ๊กมูลค่ากว่า 40 ล้านเหรียญสหรัฐเอาไว้ในพอร์ต
สำหรับเงินปันผลที่ผู้ถือหุ้นจะได้รับจากเฟซบุ๊กนั้นอยู่ที่ 52 เซ็นต์ต่อหุ้น ส่วนผลประกอบการบริษัทมีกำไรสุทธิ 1.51 พันล้านเหรียญสหรัฐ
รายได้รวมสุทธิของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 5.38 พันล้านเหรียญสหรัฐ (จาก 3.54 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 5.26 พันล้านเหรียญสหรัฐ รายได้จากโฆษณาเพิ่มขึ้น 56.8 เปอร์เซ็นต์ เป็น 5.20 พันล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นรายได้จากการโฆษณาบนอุปกรณ์สื่อสารถึง 82 เปอร์เซ็นต์จากรายได้ทั้งหมดเลยทีเดียว
นอกจากนี้ เฟซบุ๊กยังมีแผนจะออกหุ้นประเภท Non-voting (ผู้ถือไม่มีสิทธิออกเสียงในที่ประชุมของบริษัท) แยกออกจากผู้ถือหุ้นในปัจจุบันเพิ่มเติม เพื่อให้มั่นใจว่า เฟซบุ๊กจะยังอยู่ภายใต้อำนาจควบคุมของ “มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก” ซึ่งก่อนหน้านี้ ประกาศบริจาค (ขาย) หุ้นของตัวเอง 99 เปอร์เซ็นต์เพื่อการกุศลไปแล้วนั่นเอง


http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9590000043025&utm_source=MadMimi&utm_medium=email&utm_content=MGR+Morning+Brief+29-4-59&utm_campaign=20160428_m131121024_MGR+Morning+Brief+29-4-59&utm_term=_E0_B8_99_E0_B8_B1_E0_B8_81_E0_B8_A7_E0_B8_B4_E0_B9_80_E0_B8_84_E0_B8_A3_E0_B8_B2_E0_B8_B0_E0_B8_AB_
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.