Header Ads

Breaking News
recent

26 พฤษภาคม 2559 ไมโครซอฟท์ ระบุว่า ตำแหน่งงานที่จะถูกปลดออกนั้น ราว 1,350 ตำแหน่ง เป็นพนักงานในฟินแลนด์ ซึ่งการปลดพนักงานครั้งนี้คาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายราว 950 ล้านเหรียญสหรัฐ

ประเด็นหลัก
จากนโยบายลดขนาดธุรกิจสมาร์ทโฟน ไมโครซอฟท์ (Microsoft) เตรียมหั่นพนักงานทิ้งอีก 1,850 ตำแหน่ง โดยพนักงานที่ถูกปลดส่วนใหญ่มาจากธุรกิจสมาร์ทโฟนในฟินแลนด์ หรือก็คือ อดีตพนักงานโนเกีย (Nokia) นั่นเอง
โดยไมโครซอฟท์ ระบุว่า ตำแหน่งงานที่จะถูกปลดออกนั้น ราว 1,350 ตำแหน่ง เป็นพนักงานในฟินแลนด์ ซึ่งการปลดพนักงานครั้งนี้คาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายราว 950 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยรวมค่าชดเชยสำหรับจ่ายให้พนักงานในกรณีถูกปลดเอาไว้แล้ว ด้านสหภาพแรงงานได้มีการคาดการณ์ว่า ไมโครซอฟท์อาจยกเลิกแผนในการตั้งโรงงานผลิตสมาร์ทโฟนของตนเองด้วย
อย่างไรก็ดี ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่านโยบายดังกล่าวนี้เกิดขึ้นในระยะเวลาเพียง 2 ปี นับจากที่บริษัทไมโครซอฟท์จ่ายเงินก้อนใหญ่ 7.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อซื้อธุรกิจโทรศัพท์มาจากโนเกีย โดยนับจากวันนั้นถึงวันนี้ ธุรกิจสมาร์ทโฟนของไมโครซอฟท์ได้เดินมาถึงจุดที่เลวร้ายที่สุด เมื่อวินโดวส์ โฟน มีส่วนแบ่งตลาดในตลาดโลกไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ (เป็นตัวเลขในไตรมาสแรกของปีนี้ วินโดวส์ โฟน มีส่วนแบ่งตลาดเพียง 0.7 เปอร์เซ็นต์ หรือคิดเป็นยอดขายราว 2 ล้านเครื่องเท่านั้น จากที่เคยทำได้ราว 8.6 ล้านเครื่องเมื่อไตรมาส 1 ของปีที่แล้ว - การ์ทเนอร์) หรืออาจอนุมานได้ว่า ไม่มีตัวตนบนธุรกิจสมาร์ทโฟนแล้วก็ได้ แถมไมโครซอฟท์เองก็กำลังจะขายธุรกิจฟีเจอร์โฟนให้แก่บริษัทลูกของ Foxconn แล้วเช่นกัน
___________________________________
ไมโครซอฟท์ลดขนาดธุรกิจสมาร์ทโฟนแล้ว หั่นพนักงานทิ้งอีก 1,850 ชีวิต

จากนโยบายลดขนาดธุรกิจสมาร์ทโฟน ไมโครซอฟท์ (Microsoft) เตรียมหั่นพนักงานทิ้งอีก 1,850 ตำแหน่ง โดยพนักงานที่ถูกปลดส่วนใหญ่มาจากธุรกิจสมาร์ทโฟนในฟินแลนด์ หรือก็คือ อดีตพนักงานโนเกีย (Nokia) นั่นเอง
โดยไมโครซอฟท์ ระบุว่า ตำแหน่งงานที่จะถูกปลดออกนั้น ราว 1,350 ตำแหน่ง เป็นพนักงานในฟินแลนด์ ซึ่งการปลดพนักงานครั้งนี้คาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายราว 950 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยรวมค่าชดเชยสำหรับจ่ายให้พนักงานในกรณีถูกปลดเอาไว้แล้ว ด้านสหภาพแรงงานได้มีการคาดการณ์ว่า ไมโครซอฟท์อาจยกเลิกแผนในการตั้งโรงงานผลิตสมาร์ทโฟนของตนเองด้วย
อย่างไรก็ดี ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่านโยบายดังกล่าวนี้เกิดขึ้นในระยะเวลาเพียง 2 ปี นับจากที่บริษัทไมโครซอฟท์จ่ายเงินก้อนใหญ่ 7.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อซื้อธุรกิจโทรศัพท์มาจากโนเกีย โดยนับจากวันนั้นถึงวันนี้ ธุรกิจสมาร์ทโฟนของไมโครซอฟท์ได้เดินมาถึงจุดที่เลวร้ายที่สุด เมื่อวินโดวส์ โฟน มีส่วนแบ่งตลาดในตลาดโลกไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ (เป็นตัวเลขในไตรมาสแรกของปีนี้ วินโดวส์ โฟน มีส่วนแบ่งตลาดเพียง 0.7 เปอร์เซ็นต์ หรือคิดเป็นยอดขายราว 2 ล้านเครื่องเท่านั้น จากที่เคยทำได้ราว 8.6 ล้านเครื่องเมื่อไตรมาส 1 ของปีที่แล้ว - การ์ทเนอร์) หรืออาจอนุมานได้ว่า ไม่มีตัวตนบนธุรกิจสมาร์ทโฟนแล้วก็ได้ แถมไมโครซอฟท์เองก็กำลังจะขายธุรกิจฟีเจอร์โฟนให้แก่บริษัทลูกของ Foxconn แล้วเช่นกัน
ด้าน สัตยา นาเดลลา ซีอีโอไมโครซอฟท์ เผยแต่เพียงว่า บริษัทจะยังคงสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านอุปกรณ์ และบริการบนคลาวด์ต่อไป โดยสัญญาว่าจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกครั้้งเมื่อมีการแถลงผลประกอบการในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้
ด้านนักวิเคราะห์ Ben Wood จากบริษัท CCS Insight Consultancy เชื่อว่า ไมโครซอฟท์จะยังไม่ถอดใจ และจะมีการเปิดตัวอุปกรณ์รุ่นใหม่อย่างแน่นอน
“วิสัยทัศน์ของซีอีโอไมโครซอฟท์คือ การพัฒนาวินโดวส์ 10 ให้เป็นระบบปฏิบัติการที่รองรับในทุกๆ อุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกา ทีวีจอยักษ์ หรือสมาร์ทโฟน ดังนั้น ไมโครซอฟท์จะยังให้ความสำคัญต่อตลาดสมาร์ทโฟนต่อไป โดยอาจเป็นการซัปพอร์ตให้แก่อัลคาเทล เอเซอร์ หรือเอชพี รวมถึงการเปิดตัวแบรนด์ Surface (สมาร์ทโฟน) ของตัวเองด้วย”

http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9590000052692
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.