Header Ads

Breaking News
recent

13 มิถุนายน 2559 กสทช. ที่ประชุมจะมีการพิจารณาเรื่องร้องเรียน กรณีการออกอากาศรายการ "Wake Up News" ทางช่อง "วอยซ์ทีวี" เมื่อวันที่ 21 เม.ย.59 ที่นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ภายหลังจากที่สำนักงานได้ขอถอนวาระการประชุมไปในการประชุม กสท.ครั้งที่ 17/59 เมื่อวันที่ 30 พ.ค.59

ประเด็นหลัก
12 มิ.ย.59 น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ในวันพรุ่งนี้ (13 มิ.ย.) มีวาระการประชุมที่น่าจับตา ได้แก่ การพิจารณาโทษปรับทางปกครองสูงสุด ช่อง "พีซทีวี" ภายหลังสำนักงาน กสทช.ตรวจพบการออกอากาศรายการ "เข้าใจตรงกันนะ" เมื่อวันที่ 11 มี.ค.และวันที่ 21 มี.ค.59 รายการ "เข้มข่าวดึก" เมื่อวันที่ 24 มี.ค.59 และรายการ "ห้องข่าวเล่าเรื่อง" วันที่ 28 มี.ค.59 มีเนื้อหาต้องห้ามไม่ให้ออกอากาศตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 97/2557 และฉบับ 103/2557 และเป็นการขัดต่อเงื่อนไขในการออกอากาศตามบันทึกข้อตกลงที่ได้ทำร่วมกับสำนักงาน กสทช.

นอกจากนี้ ที่ประชุมจะมีการพิจารณาเรื่องร้องเรียน กรณีการออกอากาศรายการ "Wake Up News" ทางช่อง "วอยซ์ทีวี" เมื่อวันที่ 21 เม.ย.59 ที่นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ภายหลังจากที่สำนักงานได้ขอถอนวาระการประชุมไปในการประชุม กสท.ครั้งที่ 17/59 เมื่อวันที่ 30 พ.ค.59
_________________________________ 12 มิ.ย.59 น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ในวันพรุ่งนี้ (13 มิ.ย.) มีวาระการประชุมที่น่าจับตา ได้แก่ การพิจารณาโทษปรับทางปกครองสูงสุด ช่อง "พีซทีวี" ภายหลังสำนักงาน กสทช.ตรวจพบการออกอากาศรายการ "เข้าใจตรงกันนะ" เมื่อวันที่ 11 มี.ค.และวันที่ 21 มี.ค.59 รายการ "เข้มข่าวดึก" เมื่อวันที่ 24 มี.ค.59 และรายการ "ห้องข่าวเล่าเรื่อง" วันที่ 28 มี.ค.59 มีเนื้อหาต้องห้ามไม่ให้ออกอากาศตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 97/2557 และฉบับ 103/2557 และเป็นการขัดต่อเงื่อนไขในการออกอากาศตามบันทึกข้อตกลงที่ได้ทำร่วมกับสำนักงาน กสทช.

นอกจากนี้ ที่ประชุมจะมีการพิจารณาเรื่องร้องเรียน กรณีการออกอากาศรายการ "Wake Up News" ทางช่อง "วอยซ์ทีวี" เมื่อวันที่ 21 เม.ย.59 ที่นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ภายหลังจากที่สำนักงานได้ขอถอนวาระการประชุมไปในการประชุม กสท.ครั้งที่ 17/59 เมื่อวันที่ 30 พ.ค.59

ทั้งนี้ น.ส.สุภิญญา กล่าวว่า เป็นครั้งที่ 2 แล้ว ที่มีการเสนอโทษให้เพิกถอนใบอนุญาตช่องพีซทีวี เนื่องเพราะแสดงความคิดเห็นทางการเมือง โดยเฉพาะการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องของร่างรัฐธรรมนูญ และการลงประชามติ ซึ่งทางอนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหารายการ ได้วิเคราะห์เองว่าไม่สามารถเอาผิดตามฐานมาตรา 37 ตามปกติของ กสทช.ได้ จึงต้องใช้ฐานอำนาจพิเศษ คือ ประกาศ คสช.ซึ่งเสียงในอนุกรรมการฯ ก็ไม่เป็นเอกฉันท์ 7 ต่อ 4 โดยเฉพาะความเห็นของนักวิชาการ และนักกฎหมาย มองว่าไม่ได้ผิดขนาดนั้น โดยเฉพาะถ้าถึงขั้นจะต้องเพิกถอนใบอนุญาต ส่วนตัวก็เห็นต่างจากมติอนุเนื้อหา แต่เห็นด้วยกับอนุกรรมการเสียงข้างน้อย และคิดว่าตนเองจะเป็นเสียงข้างน้อยใน กสทช.อีกครั้ง ที่เห็นต่างเรื่องการจะเพิกถอนใบอนุญาติช่องพีซทีวี เพราะเห็นว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน ฝ่ายอำนาจรัฐก็ควบคุมการแสดงความคิดเห็นของฝ่ายค้านได้ค่อนข้างเบ็ดเสร็จอยู่แล้ว ซึ่งถ้าจะปิดทีวีดาวเทียมฝ่ายค้าน ซึ่งตอนนี้ก็ลดโทนลงมากแล้ว จะยิ่งทำให้สถานภาพด้านสิทธิพลเมือง สิทธิทางการเมืองของไทย ลดลงอีก จนเป็นที่จับตาของทุกฝ่าย และตอกย้ำบรรยากาศความหวาดกลัว ตึงเครียด ในการลงประชามติที่กำลังจะมาถึงนี้ รอบก่อนหลังจากมติส่วนใหญ่เสนอให้เพิกถอนใบอนุญาต ทางช่องพีซทีวีไปฟ้องศาล จนศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว รอบนี้รอดูว่าจะออกมาอย่างไร แต่ส่วนตัวเห็นว่า การสั่งปิดสถานีโทรทัศน์โดยฐานกฎหมายพิเศษ จะเข้าข่ายการใช้อำนาจเกินกว่าเหตุได้ เพราะจะกระทบกับรายการอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง รวมถึงพนักงานและลูกจ้างทั้งหมดจะตกงานกะทันหันด้วย

"ส่วนกรณีช่องวอยซ์ทีวี ความเห็นในอนุกรรมการผู้เชี่ยวชาญเสียงก็แตก 7 ต่อ 4 เช่นกัน โดยเสียงข้างน้อยที่เป็นนักวิชาการสื่อ และกฎหมายมองว่ายังไม่ขัดมาตรา 37 คงเพราะยังเป็นสิทธิในการแสดงความเห็นและตรวจสอบตั้งคำถามการใช้อำนาจของภาครัฐตามหน้าที่ของสื่อ จะให้เชียร์อย่างเดียวก็จะฝืนความเป็นจริงมากเกินไป สังคมควรต้องมีการถ่วงดุลบ้าง การลงโทษหนักช่องโทรทัศน์ที่มีจุดยืนต่างจากฝ่ายรัฐ จะทำให้ กสทช.ถูกมองว่าขาดความอิสระในการทำหน้าที่ และใช้อำนาจในมิติทางการเมืองมากเกินไป ในขณะที่เรื่องอื่นๆ เช่น การคุ้มครองผู้บริโภคจากการถูกเอาเปรียบกลับยังอ่อนแอมากในการใช้อำนาจกำกับดูแล ดังนั้น ดิฉันยังหวังว่า บอร์ด กสท.จะพิจารณาวาระอย่างรอบคอบและมีความเป็นธรรมในการใช้อำนาจด้วย" น.ส.สุภิญญา กล่าว

http://www.naewna.com/business/220317
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.