Header Ads

Breaking News
recent

07 กรกฎาคม 2559 (บทความ) การใช้โทรศัพท์มือถือกับพร้อมเพย์ ไทยพร้อมหรือยัง ? // สำหรับผู้ใช้งานมือถือแบบเติมเงินค่ายมือถือจะยกเลิกบริการและยึดเบอร์มือถือคืนไป ผู้ใช้งานมือถือทุกคนจึงควรลงทะเบียนหมายเลขมือถือและเก็บหลักฐานไว้ไม่ให้ใครมาขโมยหมายเลขเราได้

ประเด็นหลัก นอกจากนี้ สำหรับผู้ใช้งานมือถือแบบเติมเงิน ซึ่งมักจะมีการจำกัดวันใช้งาน หากเราปล่อยให้วันหมดและไม่เพิ่มวันใช้งาน โดยปกติประมาณ 2สัปดาห์ ค่ายมือถือจะยกเลิกบริการและยึดเบอร์มือถือคืนไป ผู้ใช้งานมือถือทุกคนจึงควรลงทะเบียนหมายเลขมือถือและเก็บหลักฐานไว้ไม่ให้ใครมาขโมยหมายเลขเราได้ และควรดูแลวันใช้งานไม่ให้หมดอายุ ส่วนในกรณีที่ต้องการเลิกใช้เบอร์นั้นจริงๆ ก็ไปยกเลิกการผูกหมายเลขมือถือกับพร้อมเพย์ได้ _______________________________________ การใช้โทรศัพท์มือถือกับพร้อมเพย์ ไทยพร้อมหรือยัง ?
7 กรกฎาคม 2559 14:14 น.

การใช้โทรศัพท์มือถือกับพร้อมเพย์ ไทยพร้อมหรือยัง ?
โดย ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา หลายท่านที่ใช้งาน online banking หรือ mobile banking หรือแม้แต่ท่านที่กดตู้ ATM อาจจะพบข้อความเชิญชวนของธนาคารให้สมัครพร้อมเพย์ โดยให้ระบุเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก หรือหมายเลขมือถือ เพื่อผูกกับบัญชีธนาคาร บางท่านก็งุนงงว่ามันคืออะไร บางท่านอาจเคยได้ยินข่าวมาบ้าง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะสมัครดีไหม แล้วจะผูกกับบัญชีอะไรดี ผูกแล้วมันดีหรือไม่ดีอย่างไร
แต่ที่แน่ๆ การสมัครพร้อมเพย์เป็นเรื่องความสมัครใจ เหมือนกับการออกบัตร ATM เราจะเปิดบัญชีธนาคารโดยไม่สมัคร ATM เลยก็ได้ ดังนั้นถ้ายังไม่รู้จักพร้อมเพย์ ก็ยังไม่ต้องรีบร้อนสมัคร การสมัครบริการทางการเงินอะไรที่เราไม่รู้จักดีพออาจสร้างปัญหาตามมาในอนาคต
แนวคิดพื้นฐานของพร้อมเพย์ คือ โดยปกติถ้าเราจะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารให้ใคร เราต้องกรอกหรือระบุเลขบัญชีธนาคารของเขาเป็นหลัก ธนาคารจึงจะโอนเงินเข้าได้ถูกบัญชี แต่ในระบบพร้อมเพย์ ถ้าคนที่เราจะโอนเงินให้มีการผูกบัญชีธนาคารที่จะรับโอนเงินกับเลขประจำตัวประชาชนหรือหมายเลขมือถือ เราก็สามารถระบุเลขเหล่านั้นได้เลย โดยไม่ต้องรู้หรือไม่ต้องใช้เลขบัญชีธนาคารของเขา ระบบก็จะโอนเงินได้ถูกบัญชี แต่เดิมระบบนี้จึงถูกเรียกว่า Any ID เพราะแทนที่จะใช้แต่เพียงเลขบัญชีธนาคารเป็น ID ในการรับโอนเงิน เราสามารถใช้เลขประจำตัวประชาชนหรือหมายเลขมือถือเป็น ID ในการรับโอนเงินด้วยก็ได้
การใช้เลขประจำตัวประชาชนแม้อาจจะจำยาก แต่มีข้อดีคือเป็นเลขที่แต่ละคนมีชุดเดียวตลอดชีวิต ของใครของมัน ไม่มีใครซ้ำ และไม่มีการเปลี่ยนเลขไปๆ มาๆ ดังนั้น ถ้าเราโอนเงินให้ใครที่ผูกเลขประจำตัวประชาชนกับบัญชีธนาคาร การโอนเงินก็จะไม่ผิดตัวแน่ ส่วนข้อดีของหมายเลขมือถือก็คือเป็นเลขที่จดจำง่าย และส่วนใหญ่เรามักจะบันทึกหมายเลขมือถือของใครต่อใครลงในโทรศัพท์เราอยู่แล้ว จึงค้นหาได้ง่าย ถ้าหมายเลขยังไม่ถูกยกเลิกบริการและยังไม่เปลี่ยนมือ การโอนเงินก็จะไม่ผิดตัวเช่นกัน
การลงทะเบียนพร้อมเพย์จึงเป็นประโยชน์สำหรับการรับโอนเป็นหลัก โดยคนโอนเพียงแต่ไปที่ตู้ ATM หรือโอนผ่านมือถือ ถ้าปลายทางลงทะเบียนพร้อมเพย์ไว้ ก็โอนไปที่เลขประจำตัวหรือเลขมือถือนั้นได้เลย โดยที่ฝ่ายผู้โอนไม่ต้องสมัครพร้อมเพย์ก็ได้ ดังนั้น ถ้าเราไม่ต้องรับโอนเงินจากใคร ก็ไม่จำเป็นต้องสมัครพร้อมเพย์เลย
ทั้งนี้ ในอนาคต รัฐจะโอนเงินสวัสดิการหรือเงินต่างๆ ให้กับประชาชน โดยเข้าบัญชีธนาคาร ผ่านเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก รวมถึงเงินคืนภาษี ดังนั้น หากใครที่ต้องรับเงินจากรัฐก็ต้องลงทะเบียนพร้อมเพย์ โดยใช้เลขประจำตัวประชาชนเป็นหลัก จะไม่มีมือถือหรือไม่เคยใช้มือถือเลยก็ลงทะเบียนได้ และจะใช้พร้อมเพย์ของธนาคารใดก็ได้ แล้วแต่สะดวก แล้วแต่ความชอบความเชื่อมั่น ไม่จำเป็นต้องเป็นธนาคารของรัฐเท่านั้น
ส่วนใครที่ประกอบธุรกิจและมักจะให้ลูกค้าโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของตน การลงทะเบียนพร้อมเพย์โดยใช้หมายเลขมือถือจะทำให้ลูกค้าจดจำง่าย ไม่จำเป็นต้องผูกกับเลขประจำตัวประชาชนเลยก็ได้ เพราะจำยาก และหลายคนกังวลว่าเลขประจำตัวประชาชนเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่อยากเปิดเผย ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยแต่อย่างใด
แนวคิดเรื่องพร้อมเพย์จึงดูเหมือนจะดี และเหมาะกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอลของทางรัฐบาล แต่หลายคนก็ยังกังวลเรื่องความเสี่ยงหรือความไม่ปลอดภัยของระบบ เลยยังลังเลว่าจะสมัครดีหรือไม่
จะเห็นได้ว่าระบบพร้อมเพย์เป็นเพียงกลไกที่ใช้เลขประจำตัวประชาชนหรือเลขมือถือมาแทนเลขบัญชีธนาคารเท่านั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยยืนยันว่า ระบบพร้อมเพย์ไม่ได้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการแฮ็คผ่านอินเทอร์เน็ต แต่ก็ยังมีคำถามว่า ปัญหาการถูกแฮ็คบัญชี ถูกหลอกให้โอนเงินจะดีขึ้นหรือแย่ลงในยุคพร้อมเพย์ ก็ต้องสรุปว่าจุดมุ่งหมายหลักของพร้อมเพย์คือการรับโอนเงินเข้าบัญชี ไม่เกี่ยวอะไรกับการแฮ็คบัญชีเพื่อนำเงินออก และไม่เกี่ยวกับการหลอกให้โอนเงินด้วยวิธีการต่างๆ ดังนั้นปัญหาเหล่านั้นก็จะยังอยู่ของมันตามเรื่องตามราว
ปัญหาความเสี่ยงหรือความไม่ปลอดภัยของผู้ใช้งานมือถือในการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์จึงไม่ได้อยู่ที่ระบบพร้อมเพย์ แต่อยู่ที่ระบบรักษาความปลอดภัยของ ATM, online banking หรือ mobile banking ของแต่ละธนาคาร และปัญหาใหญ่อีกจุดหนึ่งก็คือตัวเรา ซึ่งเป็นผู้ใช้งาน ตลอดจนตัวเครื่องมือถือของเราที่เป็นจุดเปราะบางในการแฮ็ค
ดังนั้นข้อพึงสังวรณ์เกี่ยวกับพร้อมเพย์สำหรับผู้ใช้งานมือถือ ก็คือ 1.ถ้าเราไม่ต้องรับโอนเงินจากใคร เราไม่ต้องสมัครพร้อมเพย์เลยก็ได้ เพราะเราก็ยังโอนเงินไปยังคนที่สมัครพร้อมเพย์ได้ แต่การโอนเงินทุกครั้งเมื่อเรากรอกหมายเลขประจำตัวหรือหมายเลขมือถือของผู้รับโอนแล้ว จะปรากฏชื่อเจ้าของบัญชีผู้รับโอน ให้เราตรวจสอบว่าตรงกับบุคคลที่เราจะโอนเงินให้หรือไม่ด้วย
2.คนไม่มีมือถือก็สมัครพร้อมเพย์ได้ โดยเลือกผูกกับเลขประจำตัวประชาชนอย่างเดียว ในทางกลับกัน คนที่มีมือถือ จะผูกเฉพาะหมายเลขมือถือ โดยไม่ใช้เลขประจำตัวประชาชนผูกก็ได้ แต่ถ้าเป็นกรณีการรับโอนเงินจากรัฐ รัฐจะโอนโดยใช้เลขประจำตัวประชาชนเท่านั้น ไม่ใช่หมายเลขมือถือ
3.แม้ว่าผู้รับโอนอาจจะมีบัญชีธนาคารหลายบัญชี แต่เนื่องจากการโอนเงินแต่ละครั้งจะเข้าไปยังบัญชีใดบัญชีหนึ่งเท่านั้น เลขประจำตัวประชาชนจึงใช้แทนเลขบัญชีธนาคารได้บัญชีเดียว เช่นกันเลขมือถือ 1 เลขหมายก็ใช้แทนเลขบัญชีธนาคารได้บัญชีเดียว เราจะนำแต่ละเลขหมายไปผูกกับหลายบัญชีพร้อมกันไม่ได้ แต่เราสามารถยกเลิกการผูกบัญชีพร้อมเพย์ หรือสามารถเปลี่ยนบัญชีธนาคารที่จะผูกกับระบบพร้อมเพย์ได้ 4.ในทางกลับกัน คนที่มีเลขมือถือหลายเบอร์ แต่มีบัญชีธนาคารบัญชีเดียว จะผูกมือถือหลายเบอร์กับบัญชีธนาคารบัญชีเดียวก็ได้ เพื่อให้การโอนทุกครั้ง ไม่ว่าผ่านหมายเลขมือถือใด เงินก็จะเข้ามาที่บัญชีเดียว
5.เราแต่ละคนจึงสามารถมีบัญชีพร้อมเพย์ได้หลายบัญชี ตัวอย่างเช่น บัญชีแรกผูกกับเลขประจำตัวประชาชน บัญชีที่สองผูกกับหมายเลขมือถือเครื่องแรก บัญชีที่สามผูกกับหมายเลขมือถือเครื่องที่สอง แต่ถ้าเป็นเงินที่รัฐโอนให้ จะโอนเข้าบัญชีแรกเท่านั้น 6.ส่วนใหญ่การแฮ็คบัญชีธุรกรรมออนไลน์ อาจเกิดจากการที่เราหลงเข้าไปในเว็บปลอมที่หลอกให้เรากรอกชื่อผู้ใช้พร้อมรหัสผ่าน หรืออาจเกิดจากการติดมัลแวร์ ทำให้มีโปรแกรมลับแอบส่งชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านให้มิจฉาชีพโดยที่เราไม่รู้ตัว ทุกครั้งก่อนกรอกข้อมูลในเว็บไซต์ ผู้ใช้งานมือถือจึงควรตรวจสอบว่าเป็นเว็บไซต์ธนาคารจริงๆ และไม่ควรติดตั้งโปรแกรมหรือแอปใดๆ โดยไม่ระมัดระวัง และไม่กดลิงค์แปลกๆ ที่มีคนส่งให้ทางอีเมลหรือทางเครือข่ายสังคมออนไลน์ต่างๆ เพราะอาจมีมัลแวร์แฝงมาฝังตัวในอุปกรณ์ของเรา และหากเป็นไปได้ควรตรวจหามัลแวร์หรือไวรัสที่แอบฝังตัวในอุปกรณ์ของเราอย่างสม่ำเสมอ
นอกจากนี้ อย่าเชื่อข้อความใดๆ ไม่ว่าจากใครก็ตามที่ขอให้เราเปิดเผยหรือส่งชื่อผู้ใช้งานพร้อมรหัสผ่านให้เขา คิดง่ายๆ ไม่เคยมีธนาคารใดขอให้เราบอกรหัส ATM ให้เขารู้ ถ้าบัตรมีปัญหาก็ขอออกบัตร ATM ใหม่เท่านั้น โดยไม่ต้องมีการเปิดเผยรหัสเก่าให้รู้แต่อย่างใด
7.นอกจากนี้ มิจฉาชีพอาจใช้วิธีการดูดรหัสพร้อมชื่อบัญชีออนไลน์ผ่านระบบ Wi-Fi ที่เขาเปิดล่อให้คนไปใช้งาน โดยอาจทำเป็น Wi-Fi ฟรี หรืออาจตั้งชื่อให้เหมือนกับ Wi-Fi ของค่ายมือถือที่เราใช้บริการ ทำให้เราหลงไปใช้งานและถูกดูดข้อมูลส่วนบุคคล ในการทำธุรกรรมออนไลน์จึงควรทำผ่านสัญญาณโทรศัพท์มือถือไม่ว่าจะเป็นระบบ3Gหรือ4Gก็ตาม แต่หากจะใช้ Wi-Fi ก็ต้องมั่นใจก่อนว่าเป็น Wi-Fi ที่เชื่อถือได้เท่านั้น เช่นของที่บ้านหรือที่ทำงานที่เราไว้ใจ หรือตรวจสอบว่า Wi-Fi ฟรีที่จะใช้งานมีระบบการเข้ารหัสเพื่อปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลมิให้ถูกแอบดูดไปได้
8.สำหรับผู้สมัครพร้อมเพย์ เราต้องเข้าใจว่า เมื่อใครจะโอนเงินให้เราผ่านระบบพร้อมเพย์ หลังเขากรอกเลขประจำตัวประชาชนหรือหมายเลขมือถือที่เราผูกไว้กับบัญชีธนาคารเข้าระบบ จะปรากฏชื่อตัวเราเป็นเจ้าของบัญชีผู้รับโอน ชื่อและเลขหมายของเราจึงไม่เป็นความลับแต่อย่างใด หากเราจะเปิดบัญชีธุรกรรมออนไลน์จึงไม่ควรตั้งรหัสผ่านใดๆ โดยใช้เลขมือถือหรือเลขประจำตัวดังกล่าว หรือแม้แต่เลขที่บ้านหรือวันเดือนปีเกิด เพราะมิจฉาชีพอาจไปค้นข้อมูลเหล่านี้มา และใช้วิธีเดารหัสผ่านจากกลุ่มเลขดังกล่าว เพื่อแฮ็คบัญชีออนไลน์ของเราได้ และคำแนะนำมาตรฐานสำหรับทุกคนคือเราควรเปลี่ยนรหัสผ่านเป็นระยะๆ อย่างสม่ำเสมอ ส่วนใครก็ตามที่ไม่อยากเปิดเผยเลขหมายมือถือหรือเลขประจำตัวประชาชนก็ไม่ควรนำเลขที่ต้องการปกปิดนั้นไปผูกกับพร้อมเพย์
9.ในอนาคต มือถือและเลขหมายมือถือจะกลายมาเป็นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือเป็นเสมือนหนึ่งเคาน์เตอร์ธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ เราจึงควรดูแลรักษาอุปกรณ์มือถือและหมายเลขมือถือให้ดี ในปัจจุบันร้านค้าบางร้านมีอุปกรณ์รับชำระเงินโดยเพียงแต่ลูกค้านำเครื่องมือถือมาแตะหรือเพียงแต่ยื่นอุปกรณ์มือถือเข้าใกล้ เครื่องหักเงินก็หักเงินจากบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ได้ทันที เหมือนเวลาผู้โดยสารรถไฟฟ้านำบัตรรถไฟฟ้าไปแตะทางเข้าสถานี หรือลูกค้าร้านสะดวกซื้อนำบัตรสมาชิกไปแตะที่เครื่องหักเงินตรงหน้าแคชเชียร์ แต่ในอนาคตเราไม่จำเป็นต้องใช้บัตร แต่ใช้เครื่องมือถือที่ผูกกับบัญชีหรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์แทนบัตรได้เลย เราจึงไม่ควรให้ใครยืมมือถือเราไปใช้งาน และเราควรตั้งรหัสเปิดปิดหรือรหัสเปิดหน้าจอมือถือ เพื่อป้องกันมิให้ใครแอบมาใช้งานมือถือโดยที่เราไม่ยินยอม
นอกจากนี้ สำหรับผู้ใช้งานมือถือแบบเติมเงิน ซึ่งมักจะมีการจำกัดวันใช้งาน หากเราปล่อยให้วันหมดและไม่เพิ่มวันใช้งาน โดยปกติประมาณ 2สัปดาห์ ค่ายมือถือจะยกเลิกบริการและยึดเบอร์มือถือคืนไป ผู้ใช้งานมือถือทุกคนจึงควรลงทะเบียนหมายเลขมือถือและเก็บหลักฐานไว้ไม่ให้ใครมาขโมยหมายเลขเราได้ และควรดูแลวันใช้งานไม่ให้หมดอายุ ส่วนในกรณีที่ต้องการเลิกใช้เบอร์นั้นจริงๆ ก็ไปยกเลิกการผูกหมายเลขมือถือกับพร้อมเพย์ได้
ทั้งหมดนี้ เป็นข้อมูลเพื่อให้ผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือทุกคนตรวจสอบดูว่า เราพร้อมหรือไม่พร้อมในการสมัครพร้อมเพย์

http://manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9590000067711
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.