Header Ads

Breaking News
recent

31 กรกฎาคม 2559 กสท.ยังได้มีการลงโทษปรับทางปกครองแก่สถานีโทรทัศน์ช่อง จีเอ็มเอ็ม 25 เป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท เนื่องจากสถานีโทรทัศน์ช่องจีเอ็มเอ็ม 25 มีการออกอากาศเนื้อหาขัดต่อมาตราที่ 37 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 ที่ว่าด้วยการออกอากาศเนื้อหาที่ขัดต่อศีลธรรมอันดี

ประเด็นหลัก



นายภักดี กล่าวว่า บอร์ด กสท.ยังได้มีการลงโทษปรับทางปกครองแก่สถานีโทรทัศน์ช่อง จีเอ็มเอ็ม 25 เป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท เนื่องจากสถานีโทรทัศน์ช่องจีเอ็มเอ็ม 25 มีการออกอากาศเนื้อหาขัดต่อมาตราที่ 37 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 ที่ว่าด้วยการออกอากาศเนื้อหาที่ขัดต่อศีลธรรมอันดี ภายหลังจากที่เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ช่องจีเอ็มเอ็ม 25 ได้ออกอากาศละครโทรทัศน์เรื่อง คลับฟลายเดย์ ทู บี คอนทินิว ตอนเพื่อนรักเพื่อนร้าย ซึ่งมีฉากการข่มขืน และการเอาใบหน้าหนึ่งในตัวละครแนบกับท่อไอเสียรถจักรยานยนต์ ทั้งนี้ ยังได้มีการแจ้งเพิ่มเติมไปยังช่องจีเอ็มเอ็ม 25 ด้วยว่า ขอให้ปรับเรตละครจาก “ท” เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย เป็น “น18” เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ควรได้รับการแนะนำ และให้ตัดทั้ง 2 ฉากดังกล่าวทิ้งหากมีการนำละครเรื่องดังกล่าวกลับมาออกอากาศซ้ำ หรือรีรัน






__________________________________________________________________




กสท.ยื่นคำร้องศาลปิด “พีซทีวี”


บอร์ด กสท.ลงมติให้สำนักงาน กสทช.ส่งคำร้องถึงศาลเพื่อปิดพีซทีวี 30 วัน แจงคำสั่งศาลคุ้มครองพีซทีวีให้ออกอากาศได้เป็นเรื่องเก่า ขอให้ศาลมีคำสั่งตามสมควรอีกครั้งหนึ่ง
นายภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สายงานกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ได้มีมติให้สำนักงาน กสทช.ทำคำร้องยื่นไปยังศาลปกครองกลาง เพื่อชี้แจงว่ากรณีการพักใช้ใบอนุญาตสถานีโทรทัศน์พีซทีวี อันส่งผลให้ พีซทีวี ต้องยุติการออกอากาศเป็นเวลา 30 วัน ตามมติบอร์ด กสท. เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา เป็นคนละกรณีต่างกรรมต่างวาระกับมูลเหตุครั้งก่อนหน้านี้ที่นำไปเพิกถอนใบอนุญาตพีซทีวี ที่ศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้พีซทีวียังคงออกอากาศได้อยู่ ดังนั้น จึงขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งตามเห็นสมควรต่อไป
ส่วนการที่ นพ.เหวง โตจิราการ ผู้ดำเนินรายการช่องพีซทีวี ตั้งข้อสังเกตการระงับการออกอากาศมาจากคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ในด้านการกำกับดูแลมีกฎหมายระบุไว้ชัดอยู่แล้ว อีกทั้งที่ผ่านมา ได้เชิญตัวแทนจากสถานีโทรทัศน์ช่องพีซทีวี พร้อมทั้งรับฟังความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านความมั่นคง และผู้บริโภค อีกทั้งโดยรวมแล้วใช้เวลานาน และรอบคอบพอสมควร ฉะนั้น การลงโทษพีซทีวี จึงเป็นเพียงการบังคับใช้กฎหมายตามกระบวนการ
นายภักดี กล่าวว่า บอร์ด กสท.ยังได้มีการลงโทษปรับทางปกครองแก่สถานีโทรทัศน์ช่อง จีเอ็มเอ็ม 25 เป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท เนื่องจากสถานีโทรทัศน์ช่องจีเอ็มเอ็ม 25 มีการออกอากาศเนื้อหาขัดต่อมาตราที่ 37 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 ที่ว่าด้วยการออกอากาศเนื้อหาที่ขัดต่อศีลธรรมอันดี ภายหลังจากที่เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ช่องจีเอ็มเอ็ม 25 ได้ออกอากาศละครโทรทัศน์เรื่อง คลับฟลายเดย์ ทู บี คอนทินิว ตอนเพื่อนรักเพื่อนร้าย ซึ่งมีฉากการข่มขืน และการเอาใบหน้าหนึ่งในตัวละครแนบกับท่อไอเสียรถจักรยานยนต์ ทั้งนี้ ยังได้มีการแจ้งเพิ่มเติมไปยังช่องจีเอ็มเอ็ม 25 ด้วยว่า ขอให้ปรับเรตละครจาก “ท” เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย เป็น “น18” เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ควรได้รับการแนะนำ และให้ตัดทั้ง 2 ฉากดังกล่าวทิ้งหากมีการนำละครเรื่องดังกล่าวกลับมาออกอากาศซ้ำ หรือรีรัน
อย่างไรก็ตาม ในส่วนกรณีที่สถานีโทรทัศน์อมรินทร์ทีวี ได้ยื่นคำร้องเพื่อขอความเป็นธรรมให้พิจารณาดำเนินการต่อผู้ประกอบการบางรายที่เป็นช่องรายการในระบบความคมชัดมาตรฐาน (เอสดี) แต่มีการออกอากาศในรูปแบบความคมชัดสูง (เอชดี) โดยบอร์ด กสท. พิจารณาแล้ว ได้มีมติให้แจ้งคำสั่งทางปกครองไปยัง บริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง จำกัด ให้ยุติการดำเนินการดังกล่าวที่มีการออกอากาศช่องเวิร์คพ้อยท์ทีวี ในระบบเอชดี ใน 30 วัน นับตั้งแต่ได้รับคำสั่งทางปกครองจาก กสทช. ซึ่งหากครบกำหนดยังไม่ดำเนินการจะต้องโดนโทษปรับวันละ 20,000 บาท จนกว่าจะมีการดำเนินการ
นอกจากนี้จ ากกรณีวันที่ 7 สิงหาคมที่จึงถึงนี้ จะมีการลงคะแนนประชามติ โดยล่าสุด สำนักงาน กสทช. ได้มีการหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยได้มีความเห็นร่วมกันในการสอดส่องดูแลสถานีโทรทัศน์ และสถานีวิทยุที่ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. หากพบว่ามีการออกอากาศเนื้อหาที่ขัดต่อกฎหมายบ้านเมืองที่ว่าด้วยการลงประชามติ ทาง กสทช. จะมีบทลงโทษตั้งแต่ปรับ ไปจนถึงพักใช้ใบอนุญาตแก่ช่องรายการนั้นๆ และหลังจากนี้ กสทช. จะมีการหารือร่วมกันกับ กกต.ในเรื่องการลงประชามติเป็นประจำทุกสัปดาห์จนกว่าจะเสร็จสิ้นการลงประชามติ


http://manager.co.th/CbizReview/ViewNews.aspx?NewsID=9590000069101&utm_source=MadMimi&utm_medium=email&utm_content=MGR+Morning+Brief+9-7-59&utm_campaign=20160711_m132804696_MGR+Morning+Brief+9-7-59&utm_term=_E0_B8_81_E0_B8_AA_E0_B8_97__E0_B8_A2_E0_B8_B7_E0_B9_88_E0_B8_99_E0_B8_84_E0_B8_B3_E0_B8_A3_E0_B9_89
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.