Header Ads

Breaking News
recent

21 กันยายน 2559 กสทช. ระบุ AIS ได้ชี้แจงมาแล้วว่า บริษัทได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีและไล่ออกพนักงานคนดังกล่าวแล้ว ซึ่งยืนยันว่าการกระทำที่เกิดขึ้น พนักงานเป็นผู้กระทำเอง แต่อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 19 ก.ย.2559 นี้ สำนักงานจะเรียกเอไอเอสเข้ามาชี้แจงอย่างเป็นทางการอีกครั้งต่อคณะกรรมการตรวจสอบ

ประเด็นหลัก



สำหรับเอไอเอสนั้นได้ชี้แจงมาแล้วว่า บริษัทได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีและไล่ออกพนักงานคนดังกล่าวแล้ว ซึ่งยืนยันว่าการกระทำที่เกิดขึ้น พนักงานเป็นผู้กระทำเอง แต่อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 19 ก.ย.2559 นี้ สำนักงานจะเรียกเอไอเอสเข้ามาชี้แจงอย่างเป็นทางการอีกครั้งต่อคณะกรรมการตรวจสอบ

นางวิไล เคียงประดู่ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานประชาสัมพันธ์ เอไอเอส เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้จะเป็นความผิดจากตัวบุคคลซึ่งใช้สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวเพื่อปฏิบัติหน้าที่ประจำวันไปในทางมิชอบ บริษัทก็มิได้นิ่งนอนใจ ได้มีการทบทวนและยกระดับการควบคุมการทำงานภายในเพื่อป้องกันการกระทำผิดและการทุจริตในองค์กร รวมถึงการเพิ่มมาตรการระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต



________________________________________




กสทช.สอบขายข้อมูล เอไอเอสเร่งล้อมคอก


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว ครั้งที่ 5/2559 ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน)ทำเนียบรัฐบาล

กสทช.ตั้งคณะกรรมการสอบพนักงานเอไอเอสขายข้อมูลลูกค้า ชี้เป็นผู้เผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวโทรคมนาคม ด้านเอไอเอสย้ำชัดแจ้งความ-ไล่ออกพนักงานแล้ว พร้อมเพิ่มความเข้มในการเข้าถึงข้อมูล

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีผู้โพสต์ข้อความลงเว็บไซต์พันทิปว่ามีพนักงานบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส นำข้อมูลลูกค้าไปให้บุคคลภายนอกนั้น สำนักงาน กสทช.ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวแล้ว พร้อมทั้งส่งหนังสือกำชับไปยังผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายแล้ว ทั้งนี้ หากผู้ใดเปิดเผยข้อมูลลูกค้าจะมีความผิดตามมาตรา 74 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 โดยมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำคุกและปรับ ส่วนผู้ประกอบการหากตรวจสอบพบว่าสมรู้ร่วมคิด อาจมีความผิดในทางปกครอง ซึ่งโทษสูงสุดถึงขั้นยึดใบอนุญาตประกอบกิจการ

สำหรับเอไอเอสนั้นได้ชี้แจงมาแล้วว่า บริษัทได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีและไล่ออกพนักงานคนดังกล่าวแล้ว ซึ่งยืนยันว่าการกระทำที่เกิดขึ้น พนักงานเป็นผู้กระทำเอง แต่อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 19 ก.ย.2559 นี้ สำนักงานจะเรียกเอไอเอสเข้ามาชี้แจงอย่างเป็นทางการอีกครั้งต่อคณะกรรมการตรวจสอบ
นางวิไล เคียงประดู่ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานประชาสัมพันธ์ เอไอเอส เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้จะเป็นความผิดจากตัวบุคคลซึ่งใช้สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวเพื่อปฏิบัติหน้าที่ประจำวันไปในทางมิชอบ บริษัทก็มิได้นิ่งนอนใจ ได้มีการทบทวนและยกระดับการควบคุมการทำงานภายในเพื่อป้องกันการกระทำผิดและการทุจริตในองค์กร รวมถึงการเพิ่มมาตรการระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต

โดยบริษัทได้กำหนดให้การเข้าถึงข้อมูลบนระบบสารสนเทศ ซึ่งเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าแต่ละครั้ง ให้พนักงานผู้มีสิทธิ์ จำนวน 2 คน กรอกรหัสผ่านในการเข้าสู่ระบบ จากเดิมใช้แค่คนเดียว และปรับปรุงให้ระบบการทำงานของผู้ที่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ามีลักษณะการทำงานแบบปิด กล่าวคือ กำหนดให้พนักงานห้ามนำโทรศัพท์เคลื่อนที่ อุปกรณ์บันทึกข้อมูล เข้าไปในบริเวณสถานที่ปฏิบัติงาน.

http://www.thaipost.net/?q=กสทชสอบขายข้อมูล-เอไอเอสเร่งล้อมคอก
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.