Header Ads

Breaking News
recent

21 กันยายน 2559 Huawei ได้เข้าไปสนับสนุนในงานนำเสนอไอเดีย Startup Thailand Regional : Pitching Grand Challenge ภายในงาน Startup Thailand & Digital Thailand 2016 ที่ผู้ชนะจะได้ไปเยี่ยมชมนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี ที่สํานักงานใหญ่ของหัวเว่ย ที่เมืองเซิ่นเจิ้น ประเทศจีน ระยะเวลา 3 วัน พร้อมรับรางวัลเงินสดอีก 100,000 บาท และโทรศัพท์มือถือ Huawei P9

ประเด็นหลัก





โดยล่าสุด หัวเว่ย ได้เข้าไปสนับสนุนในงานนำเสนอไอเดีย Startup Thailand Regional : Pitching Grand Challenge ภายในงาน Startup Thailand & Digital Thailand 2016 ที่ผู้ชนะจะได้ไปเยี่ยมชมนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี ที่สํานักงานใหญ่ของหัวเว่ย ที่เมืองเซิ่นเจิ้น ประเทศจีน ระยะเวลา 3 วัน พร้อมรับรางวัลเงินสดอีก 100,000 บาท และโทรศัพท์มือถือ Huawei P9

สำหรับทีมที่ชนะเลิศได้รางวัลดังกล่าว คือ ทีม บริษัท สารเทศชุมชน จำกัด (Community Information) ซึ่งเป็นทีมผู้ชนะจากการประกวดผลงานในจังหวัดขอนแก่น เป็นผลงานในกลุ่มของเทคโนโลยีในการช่วยภาครัฐบริหารจัดการข้อมูลในชุมชนผ่านระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง ที่จะเก็บข้อมูลที่น่าสนใจจากแต่ละพื้นที่ มารวมรวบให้กลายเป็นข้อมูลที่สามารถนำไปใช้งานต่อในภาครัฐได้






__________________________________________________





มั่นใจ “พันธมิตร” สร้างธุรกิจหัวเว่ย ในอนาคต


หัวเว่ย ทุ่มทุนสร้างการเติบโตในกลุ่มธุรกิจคอนซูเมอร์ หวังปีนี้กวาดรายได้ไม่ต่ำกว่า 3,500 ล้านบาท หลังเห็นผลตอบรับจากการร่วมมือกับทางไลก้า มุ่งมั่นเดินตามแนวทางนี้ต่อไป ขณะที่ภาพรวมธุรกิจทั้งหมด คาดว่าจะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 20% ตามแนวโน้มการลงทุนด้านไอทีที่สูงขึ้น จากนโยบายของภาครัฐที่สนับสนุนให้เกิดการลงทุน ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมการตั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการขับเคลื่อนประเทศ
วัง อี้ฝาน กรรมการผู้จัดการ หัวเว่ย ประเทศไทย ให้ข้อมูลว่า ในช่วงที่ผ่านมา ทั้งมุมของเศรษฐกิจ และภาครัฐของไทย มีการสนับสนุนให้เกิดการลงทุนจากต่างชาติ ซึ่งถ้าเทียบไทยกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ถือว่ามีความมั่นคงสูง ซึ่งที่ผ่านมา ในปีนี้ในกลุ่มธุรกิจอุปกรณ์โทรคมนาคม ได้รับการตอบรับที่ดีจากนโยบายของภาครัฐที่สนับสนุนให้เกิดการลงทุนทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่ภาคเอกชนก็มีการลงทุนเครือข่ายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่
จุดที่ทำให้หัวเว่ย ให้ความสำคัญกับประเทศไทย เพราะมองว่าไทยมียุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนประเทศ ประกอบกับถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ของภูมิภาคในการตั้งสำนักงาน รวมถึงการจัดตั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำให้มองว่ามีโอกาสที่จะนำนวัตกรรม และผู้เชี่ยวชาญ เข้ามาสนับสนุนในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนขององค์กร และคอนซูเมอร์
อย่างไรก็ตาม ด้วยแนวคิดของหัวเว่ย ที่เน้นการเติบโตไปพร้อมๆ กับพาร์ตเนอร์ในทุกกลุ่มธุรกิจ ทำให้ปัจจุบันเริ่มเห็นความร่วมมือของหัวเว่ย กับพาร์ตเนอร์รายใหญ่ระดับโลก ที่ร่วมกันนำเทคโนโลยีมาใช้งาน เพราะนโยบายของหัวเว่ย จะเน้นไปที่การลงทุนวิจัย และพัฒนาต่อเนื่อง อย่างในปีที่ผ่านมา ได้ใช้งบประมาณในส่วนนี้ไปกว่า 9.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อนำนวัตกรรมที่น่าสนใจออกสู่ตลาด
“รูปแบบการทำธุรกิจของหัวเว่ย จะเน้นการคิดค้น และพัฒนาผลิตภัณฑ์จากภายในองค์กรเป็นหลัก ไม่เน้นการควบรวมกิจการ เพราะมองว่าจะเกิดความยุ่งยากในระหว่างการดำเนินงาน ทำให้เห็นว่า นอกจากในแง่ของการผลิตด้วยบริษัท ก็จะมีอีกแนวทาง คือ การร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ เพื่อสร้างความแตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่นในท้องตลาด”
ในกลุ่มองค์กรธุรกิจ หัวเว่ย จะมีแนวทางอย่าง Huawei Connect เป็นคอนเซ็ปต์หลักในการเชื่อมต่อผลิตภัณฑ์ และโซลูชั่นของหัวเว่ย เข้ากับพาร์ตเนอร์ต่างๆ ภายใต้ชื่อ “Connection as a Service 2.0” ส่วนในกลุ่มธุรกิจคอนซูเมอร์ จะเห็นได้จากความร่วมมือกับทางไลก้า ในการร่วมออกแบบกล้องให้กับ P9 ซีรีส์ และความร่วมมือกับฮาร์แมน คาร์ดอน ในเรื่องของประสิทธิภาพเสียงใน MediaPad M3 ทำให้ผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ย มีความโดดเด่น ทั้งเรื่องภาพ และเสียง
ขณะที่เป้าหมายของหัวเว่ย ในปีนี้ ภาพรวม คือ การเติบโตประมาณ 20% โดยธุรกิจหลักของหัวเว่ย ยังคงอยู่ในกลุ่มของอุปกรณ์เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ที่คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตราว 20% ในปีนี้ ซึ่งด้วยการที่เป็นฐานรายได้ที่ใหญ่ที่สุด ทำให้เป้าหมายในส่วนนี้ใกล้เคียงกับภาพใหญ่ของหัวเว่ย ถัดมา คือ การเติบโตในกลุ่มธุรกิจองค์กร ที่รวมทั้งการจำหน่ายโซลูชั่น ระบบคลาวด์ เน็ตเวิร์ก สตอเรจ ดาต้าเซ็นเตอร์ต่างๆ ราว 50% และสุดท้ายกลุ่มธุรกิจคอนซูเมอร์ ที่จะเป็นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตในแง่รายได้สูงสุดไม่ต่ำกว่า 250%
เบื้องต้น ในส่วนของรายได้จากธุรกิจคอนซูเมอร์ในปีนี้ น่าจะอยู่ที่ราว 100 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3,500 ล้านบาท) ซึ่งแน่นอนว่า ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้หัวเว่ย สามารถสร้างรายได้หลักในกลุ่มนี้ คือ สมาร์ทโฟนในซีรีส์ P9 ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค ทั้งในประเทศไทย และทั่วโลก โดยจากข้อมูลของจีเอฟเค ระบุว่า ส่วนแบ่งตลาดของ P9 ซีรีส์ ในช่วงสมาร์ทโฟนราคา 15,000-25,000 บาท มีส่วนแบ่งถึง 17%
ประกอบกับในช่วงสิ้นเดือนกันยายน จะมีการเสริมในกลุ่มของแท็บเล็ตพรีเมียม ในช่วงราคา 12,900 บาท เข้ามาช่วยเพิ่มฐานลูกค้าแท็บเล็ตในช่วงหมื่นต้นๆ จากเดิมที่หัวเว่ย จะเน้นในกลุ่มแท็บเล็ตระดับต่ำกว่า 5,000 บาท ไม่นับรวมกับสมาร์ทโฟนในตระกูล Mate ที่จะเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในกลุ่ม ทำให้เชื่อว่าในภาพรวมของกลุ่มธุรกิจคอนซูเมอร์ จะสามารถเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 2.5 เท่า เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน จากการตอบรับที่ดีของผู้บริโภค ทำให้หัวเว่ย เตรียมทุ่มงบเพิ่มเติมสำหรับบริการหลังการขายราว 70 ล้านบาท เพื่อเพิ่มศูนย์บริการเร่งด่วน จากปัจจุบันมีอยู่ 3 แห่ง เป็น 13 แห่งภายในสิ้นปีนี้ พร้อมยกระดับบริการซ่อม ด้วยการับประกันซ่อมเครื่องภายใน 1 ชั่วโมง หรือในกรณีที่ส่งเครื่องจากต่างจังหวัด จะใช้ระยะเวลารวมการจัดส่งไม่เกิน 3 วัน ซึ่งขณะนี้กำลังอยูในช่วงพูดคุยกับผู้ให้บริการลอจิสติกส์รายใหญ่ในไทย
“ตอนนี้ประเทศไทยถือเป็น 1 ใน 3 ประเทศที่หัวเว่ย ให้ความสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังจะเห็นได้จากการที่หัวเว่ย เลือกตั้งสำนักงานภูมิภาคในประเทศไทย มีการส่งเสริมงบประมาณจากบริษัทแม่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนกิจกรรมของภาครัฐ อย่างงานสตาร์ทอัปไทยแลนด์ด้วยงบ 5 ล้านบาท ที่หัวเว่ย มองว่า เป็นการส่งเสริมอีโคซิสเตมส์ทางเทคโนโลยีให้แก่ประเทศไทย”
โดยล่าสุด หัวเว่ย ได้เข้าไปสนับสนุนในงานนำเสนอไอเดีย Startup Thailand Regional : Pitching Grand Challenge ภายในงาน Startup Thailand & Digital Thailand 2016 ที่ผู้ชนะจะได้ไปเยี่ยมชมนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี ที่สํานักงานใหญ่ของหัวเว่ย ที่เมืองเซิ่นเจิ้น ประเทศจีน ระยะเวลา 3 วัน พร้อมรับรางวัลเงินสดอีก 100,000 บาท และโทรศัพท์มือถือ Huawei P9
สำหรับทีมที่ชนะเลิศได้รางวัลดังกล่าว คือ ทีม บริษัท สารเทศชุมชน จำกัด (Community Information) ซึ่งเป็นทีมผู้ชนะจากการประกวดผลงานในจังหวัดขอนแก่น เป็นผลงานในกลุ่มของเทคโนโลยีในการช่วยภาครัฐบริหารจัดการข้อมูลในชุมชนผ่านระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง ที่จะเก็บข้อมูลที่น่าสนใจจากแต่ละพื้นที่ มารวมรวบให้กลายเป็นข้อมูลที่สามารถนำไปใช้งานต่อในภาครัฐได้

http://manager.co.th/CbizReview/ViewNews.aspx?NewsID=9590000094428&utm_source=MadMimi&utm_medium=email&utm_content=MGR+Morning+Brief+21-9-59&utm_campaign=20160920_m134403439_MGR+Morning+Brief+21-9-59&utm_term=_E0_B8_A1_E0_B8_B1_E0_B9_88_E0_B8_99_E0_B9_83_E0_B8_88+_E2_80_9C_E0_B8_9E_E0_B8_B1_E0_B8_99_E0_B8_98
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.