Header Ads

Breaking News
recent

23 ตุลาคม 2559 NEWS ได้ส่งหนังสือด่วนถึง ก.ล.ต. พื่อให้ดำเนินการทางปกครอง ปลดนายสุทธิชัย หยุ่น กับพวกอีก 8 คน พ้นจากกรรมการและผู้บริหาร บมจ.เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป (NMG)

ประเด็นหลัก




บริษัท นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)(บมจ.) (NEWS) ได้ส่งหนังสือด่วนถึงเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เพื่อให้ดำเนินการทางปกครอง ปลดนายสุทธิชัย หยุ่น กับพวกอีก 8 คน พ้นจากกรรมการและผู้บริหาร บมจ.เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป (NMG) หลังจากพนักงานอัยการยื่นฟ้องนายสุทธิชัย และพวก เป็นคดีอาญา ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2559 ทำให้นายสุทธิชัยและกรรมการอีก 8 คน เข้าข่ายลักษณะบุคคลที่ขาดความน่าไว้วางใจที่จะเป็นกรรมการหรือผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน ตามประกาศของก.ล.ต.ที่ กจ.8/2553

ทั้งนี้นายศิริธัช โรจนพฤกษ์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายหนึ่งของ NEWS ได้แจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอาญา กับ นายณิทธิมน หัสดินทร ณ อยุธยา,นายปกรณ์ บริมาสพร , นายเชวง จริยะ พิสุทธิ์ , นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ นางสาวเขมกร วชิรวราการ นายพนา จันทรวิโรจน์ นางสาวดวงกมล โชตะนา นายเสริมสิน สมะลาภา และ นายสุทธิชัย หลังเชื่อได้ว่า ทั้งหมดได้ร่วมหรือมีส่วนร่วมห้ามมิให้ผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมประจำปี NMG ถือว่าเป็นการกระทำความผิดทางอาญาอย่างชัดแจ้ง ซึ่งก.ล.ต. ในฐานะหน่วยงานของรัฐมีอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ มาตรา 19(2) ในการกำกับดูแลให้มีการปฏิบัติและดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับบุคคลที่กระทำความผิดตามพ.ร.บ.นี้ แต่ก.ล.ต.กลับไม่ได้เร่งรัดดำเนินการสอบสวนอย่างจริงจัง เป็นเหตุให้ผู้ถือหุ้นจำเป็นต้องออกมาปกป้องสิทธิของตนด้วยตนเองโดยการแจ้งความร้องทุกข์











________________________________________________




‘นิวส์’ กดดันก.ล.ต.ปลดบิ๊กเนชั่น จำเลยคดีอาญาขาดคุณสมบัติ


‘นิวส์’ กดดันก.ล.ต.ปลดบิ๊กเนชั่น จำเลยคดีอาญาขาดคุณสมบัติ

“นิวส์” ส่งหนังสือถึงก.ล.ต.ให้ใช้อำนาจตามประกาศฉบับที่ 8/2553 ปลด“สุทธิชัย หยุ่น” กับพวก 8 คนพ้นบอร์ดเนชั่นทันที หลังทั้งหมดตกเป็นจำเลยคดีอาญาขัดขวางผู้ถือหุ้นบางส่วนเข้าประชุมผู้ถือหุ้น ระบุขาดคุณสมบัติ และเป็นบุคคลที่ไม่น่าไว้วางใจต้องห้ามเป็นกรรมการบริษัท


บริษัท นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)(บมจ.) (NEWS) ได้ส่งหนังสือด่วนถึงเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เพื่อให้ดำเนินการทางปกครอง ปลดนายสุทธิชัย หยุ่น กับพวกอีก 8 คน พ้นจากกรรมการและผู้บริหาร บมจ.เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป (NMG) หลังจากพนักงานอัยการยื่นฟ้องนายสุทธิชัย และพวก เป็นคดีอาญา ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2559 ทำให้นายสุทธิชัยและกรรมการอีก 8 คน เข้าข่ายลักษณะบุคคลที่ขาดความน่าไว้วางใจที่จะเป็นกรรมการหรือผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน ตามประกาศของก.ล.ต.ที่ กจ.8/2553

ทั้งนี้นายศิริธัช โรจนพฤกษ์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายหนึ่งของ NEWS ได้แจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอาญา กับ นายณิทธิมน หัสดินทร ณ อยุธยา,นายปกรณ์ บริมาสพร , นายเชวง จริยะ พิสุทธิ์ , นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ นางสาวเขมกร วชิรวราการ นายพนา จันทรวิโรจน์ นางสาวดวงกมล โชตะนา นายเสริมสิน สมะลาภา และ นายสุทธิชัย หลังเชื่อได้ว่า ทั้งหมดได้ร่วมหรือมีส่วนร่วมห้ามมิให้ผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมประจำปี NMG ถือว่าเป็นการกระทำความผิดทางอาญาอย่างชัดแจ้ง ซึ่งก.ล.ต. ในฐานะหน่วยงานของรัฐมีอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ มาตรา 19(2) ในการกำกับดูแลให้มีการปฏิบัติและดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับบุคคลที่กระทำความผิดตามพ.ร.บ.นี้ แต่ก.ล.ต.กลับไม่ได้เร่งรัดดำเนินการสอบสวนอย่างจริงจัง เป็นเหตุให้ผู้ถือหุ้นจำเป็นต้องออกมาปกป้องสิทธิของตนด้วยตนเองโดยการแจ้งความร้องทุกข์

ต่อมาพนักงานอัยการได้มีคำสั่งยื่นฟ้องนายสุทธิชัยและพวก เป็นคดีอาญา ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2559 ในข้อหาและความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 4, มาตรา 98/7 และ มาตรา 281/2 รวมถึงความผิดตามพ.ร.บ.บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ.2535 มาตรา 4, มาตรา 33, มาตรา85 วรรค 1, มาตรา 102 , มาตรา 104 และ มาตรา 105 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ซึ่งศาลได้ประทับรับฟ้องแล้ว


ในหนังสือของNEWS ได้ระบุว่า แม้กรณีที่ นายสุทธิชัย กับพวก ถูกดำเนินคดีอาญา อันเนื่องจากกรณีที่ “ผู้ถือหุ้น” เป็นผู้แจ้งความกล่าวโทษ มิใช่เป็นกรณีที่สำนักงานก.ล.ต. กล่าวโทษเอง แต่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่กจ.8/2553 ดังกล่าว ย่อมมีผลใช้บังคับกับนายสุทธิชัย กับพวก ซึ่งเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทมหาชนด้วยเช่นกัน ดังนั้นก.ล.ต.จึงควรพิจารณาดำเนินการตามที่หน่วยงานได้ออกประกาศคำสั่งด้วย

ทั้งนี้ ประกาศก.ล.ต.ที่ กจ. 8/2553 ได้กำหนดลักษณะที่แสดงถึงการขาดความเหมาะสมที่จะได้รับความไว้วางใจให้เป็นกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัทที่เสนอขายหุ้นต่อประชาชนหรือบริษัทจดทะเบียน รวมทั้งกระบวนการและขั้นตอนในการพิจารณาลักษณะที่ขาดความเหมาะสม เพื่อมิให้มีการแต่งตั้งบุคคลที่มีลักษณะไม่เหมาะสมดำรงตำแหน่งที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่การบริหารจัดการกิจการที่มีมหาชนเป็นผู้ถือหุ้น

“ประกาศนี้มีเจตนารมณ์ เพื่อสร้างมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการ ที่ต้องให้คณะกรรมการบริษัท ต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนด้วยความสุจริต มีจรรยาบรรณในมาตรฐานสูง เพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดของบริษัทและผู้ถือหุ้น ผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นควรจะได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่ หากกรรมการบริษัทมหาชนบุคคลใดถูกกล่าวโทษหรือถูกดำเนินคดีในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังหรือซื่อสัตย์สุจริต ตามมาตรา 281/2 ย่อมต้องถือว่า เป็นกรณีมีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการถูกกล่าวโทษโดย ก.ล.ต. หรือถูกกล่าวโทษโดยบุคคลภายนอก” นายอารักษ์ ราษฎร์บริหาร ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจาก NEWS กล่าว

ในหนังสือของ NEWS ยังอ้างถึงการใช้กฎหมายโดยให้เหตุผลแบบ “ยิ่งต้องเป็นเช่นนั้น” (Argumentum A fortiori) ซึ่งยิ่งต้องทำให้ก.ล.ต.ต้องปฏิบัติในมาตรฐานเดียวกัน โดยหากยึดตามประกาศก.ล.ต.ที่ กจ.8/2553 จะพบว่าหาก ก.ล.ต.เป็นผู้กล่าวโทษ กรรมการและผู้บริหารของ บริษัทย่อมขาดความน่าไว้วางใจ และถือว่ามีลักษณะต้องห้าม ต้องพ้นจากตำแหน่งทันที

“ขนาดก.ล.ต. เพียงแค่กล่าวโทษ ซึ่งยังไม่แน่ว่า พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการจะสั่งฟ้องหรือไม่ ยังถือว่า มีลักษณะไม่น่าไว้วางใจและขาดคุณสมบัติไปแล้ว ดังนั้นในกรณีที่อัยการมีคำสั่งฟ้องคดีนายสุทธิชัย ต่อศาลและศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้อง ตามหลัก”ยิ่งต้องเป็นเช่นนั้น” ต้องถือว่า มีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจ มีลักษณะต้องห้าม และต้องพ้นจากตำแหน่งกรรมการและผู้บริหาร NMG ไปด้วยเช่นกัน”นายอารักษ์ กล่าว

นายอารักษ์ กล่าวในตอนท้ายว่า จากข้อเท็จจริงดังกล่าว จึงเป็นอำนาจของเลขาธิการ ก.ล.ต.ที่จะพิจารณาดำเนินการสั่งให้นายสุทธิชัย กับพวกรวม 8 คน พ้นจากตำแหน่งกรรมการและผู้บริหารของ NMG ในทันที



http://www.thansettakij.com/2016/09/21/99061
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.