Header Ads

Breaking News
recent

21 พฤศจิกายน 2559 (บทความ) "เอ็นทีที" เท300ล้าน รุกลงทุนเพิ่มโหมบุกตลาด"คลาวด์"ในไทย // "เราจะโฟกัสการทำตลาดไปในกลุ่มแมนูแฟกตอรี่เป็นหลักแต่ฐานรองจะเป็นโลจิสติกส์และไฟแนนซ์ โดยขยายฐานลูกค้าไปยังบริษัทไทยเพิ่มขึ้น จากที่มีฐานลูกค้าเป็นบริษัทญี่ปุ่น 70-80% โดยบริษัทญี่ปุ่นที่จดทะเบียนในไทยปัจจุบันมี 40,000-50,000 ราย

ประเด็นหลัก
ด้านนายศานิต เกษมสันต์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการแผนกผลิตภัณฑ์และบริการ บริษัทเดียวกัน เสริมว่า หากไทยมีการลงทุนเคเบิลใต้น้ำเพิ่มขึ้นจะช่วยให้ไทยเป็นฮับได้ ปัจจุบันราคาอินเทอร์เน็ตในไทยแพงกว่าสหรัฐอเมริกา 10 เท่า แต่สิงคโปร์แพงกว่าสหรัฐเพียง 2 เท่า หากไทยเป็นฮับจะทำให้ราคาของอินเทอร์เน็ตถูกลงด้วย

"เราจะโฟกัสการทำตลาดไปในกลุ่มแมนูแฟกตอรี่เป็นหลักแต่ฐานรองจะเป็นโลจิสติกส์และไฟแนนซ์ โดยขยายฐานลูกค้าไปยังบริษัทไทยเพิ่มขึ้น จากที่มีฐานลูกค้าเป็นบริษัทญี่ปุ่น 70-80% โดยบริษัทญี่ปุ่นที่จดทะเบียนในไทยปัจจุบันมี 40,000-50,000 ราย ในปีหน้าเราจะทำมาร์เก็ตติ้งมากขึ้น โดยพยายามโตในตลาดที่เป็นธุรกิจของไทยมากขึ้น ซึ่งเอ็นทีทีอยู่ในช่วงของการเรียนรู้ตลาดไทย เรื่องการแข่งขันด้านราคาก็ยังต้องมี แต่จะโฟกัสไปที่ลูกค้าที่ยอมจ่ายเพิ่มเพื่อให้ได้คุณภาพที่สูงขึ้น แต่ก็ไม่ได้ทิ้ง SMEs ยังมีทางเลือกให้

นายเรย์มอนด์ เตียว รองประธานอาวุโส ส่วนการดำเนินงานเอเชีย-แปซิฟิก บริษัท เอ็นทีที ซิเคียวริตี้ จำกัด กล่าวว่า ผลสำรวจปีที่ผ่านมาพบว่าไทยติดอันดับประเทศท็อปไฟฟ์ที่โดนโจมตีทางไซเบอร์มากที่สุดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกทั้งยังพบด้วยว่ามีสถิติการป้องกันการโจมตีถึง 6.2 พันล้านครั้ง จากลูกค้ากว่า 10,000 ราย และมีบันทึกการวิเคราะห์การโจมตีกว่า 3.5 ล้านล้านรายการ เป็นประจำทุกปี ซึ่งบริษัทมองว่าการรักษาความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญในปัจจุบันและอนาคต จึงให้บริการครบวงจร
_____________________________________________________________________
"เอ็นทีที" เท300ล้าน รุกลงทุนเพิ่มโหมบุกตลาด"คลาวด์"ในไทย

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

"เอ็นทีที" เร่งเครื่องบุกตลาดคลาวด์ในไทย ควักกระเป๋าลงทุนเพิ่ม 300 ล้านบาท ขยายพื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์ "Thailand Bangkok 2" เฟส 2 มั่นใจตลาดมีโอกาสเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักติดกัน 2 ปีซ้อน ทั้งหนุนไทยเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน-ลงทุนเคเบิลใต้น้ำ อัพเกรดขึ้น "อาเซียนดิจิทัลฮับ" แทนสิงคโปร์


นายมานาบุ คาฮาระ ประธาน บริษัท เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า องค์กรทั่วโลกหันมาใช้ระบบคลาวด์ภายในองค์กรมากขึ้น รวมถึงในประเทศไทย แม้ปัจจุบันยังไม่มากนัก แต่มีโอกาสเติบโตขึ้นในระดับตัวเลข 2 หลัก ภายใน 2 ปีข้างหน้า บริษัทจึงมีการลงทุนขยายบริการอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย โดยในปีหน้าจะลงทุนอีก 300 ล้านบาท ขยายพื้นที่เฟส 2 ของศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ "Thailand Bangkok" แห่งที่ 2 อีก 1,000 ตารางเมตร รองรับการใช้งานสำหรับองค์กรที่ต้องการมาตรฐานและความปลอดภัยระดับสูง เช่น สถาบันการเงิน, โรงงาน, องค์กรข้ามชาติ, หน่วยงานภาครัฐ

"เราให้บริการด้านคลาวด์ และการบริหารจัดการระบบรักษาความปลอดภัยในองค์กร ตั้งแต่ปี 2556 ภายใต้การดูแลของเอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ และเอ็นทีที ซีเคียวริตี้ รองรับการจัดระบบโครงสร้างไอซีทีแบบดั้งเดิมไปสู่คลาวด์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยพัฒนาการให้บริการ Enterprise Cloud ด้วยการนำเสนอแพลตฟอร์มที่ครอบคลุมทั้งระบบไอซีทีแบบดั้งเดิมและบนคลาวด์ รวมถึงการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย ให้เช่าพื้นที่วางเซิร์ฟเวอร์ ในศูนย์ข้อมูล Bangkok 1 และ Bangkok 2"

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันอินเทอร์เน็ตทราฟฟิกจากไทยยังต้องผ่านไปที่สิงคโปร์ และมีเครือข่ายเคเบิลใต้น้ำเพียง 8 เส้น ขณะที่สิงคโปร์มี 15 เส้น จึงควรมีการลงทุนเพิ่มและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ดีขึ้น เชื่อว่าประเทศไทยมีศักยภาพที่เป็น "อาเซียนดิจิทัลฮับ" ได้ไม่ต่างจากสิงคโปร์ เนื่องจากประชากรมากกว่า และมีอาณาเขตติดเพื่อนบ้าน ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบ ซึ่งบริษัทเองพร้อมที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการลงทุนด้วยหากไทยเปิดกว้าง

ด้านนายศานิต เกษมสันต์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการแผนกผลิตภัณฑ์และบริการ บริษัทเดียวกัน เสริมว่า หากไทยมีการลงทุนเคเบิลใต้น้ำเพิ่มขึ้นจะช่วยให้ไทยเป็นฮับได้ ปัจจุบันราคาอินเทอร์เน็ตในไทยแพงกว่าสหรัฐอเมริกา 10 เท่า แต่สิงคโปร์แพงกว่าสหรัฐเพียง 2 เท่า หากไทยเป็นฮับจะทำให้ราคาของอินเทอร์เน็ตถูกลงด้วย

"เราจะโฟกัสการทำตลาดไปในกลุ่มแมนูแฟกตอรี่เป็นหลักแต่ฐานรองจะเป็นโลจิสติกส์และไฟแนนซ์ โดยขยายฐานลูกค้าไปยังบริษัทไทยเพิ่มขึ้น จากที่มีฐานลูกค้าเป็นบริษัทญี่ปุ่น 70-80% โดยบริษัทญี่ปุ่นที่จดทะเบียนในไทยปัจจุบันมี 40,000-50,000 ราย ในปีหน้าเราจะทำมาร์เก็ตติ้งมากขึ้น โดยพยายามโตในตลาดที่เป็นธุรกิจของไทยมากขึ้น ซึ่งเอ็นทีทีอยู่ในช่วงของการเรียนรู้ตลาดไทย เรื่องการแข่งขันด้านราคาก็ยังต้องมี แต่จะโฟกัสไปที่ลูกค้าที่ยอมจ่ายเพิ่มเพื่อให้ได้คุณภาพที่สูงขึ้น แต่ก็ไม่ได้ทิ้ง SMEs ยังมีทางเลือกให้

นายเรย์มอนด์ เตียว รองประธานอาวุโส ส่วนการดำเนินงานเอเชีย-แปซิฟิก บริษัท เอ็นทีที ซิเคียวริตี้ จำกัด กล่าวว่า ผลสำรวจปีที่ผ่านมาพบว่าไทยติดอันดับประเทศท็อปไฟฟ์ที่โดนโจมตีทางไซเบอร์มากที่สุดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกทั้งยังพบด้วยว่ามีสถิติการป้องกันการโจมตีถึง 6.2 พันล้านครั้ง จากลูกค้ากว่า 10,000 ราย และมีบันทึกการวิเคราะห์การโจมตีกว่า 3.5 ล้านล้านรายการ เป็นประจำทุกปี ซึ่งบริษัทมองว่าการรักษาความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญในปัจจุบันและอนาคต จึงให้บริการครบวงจร

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1478507929
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.