Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

ฟิทช์ เรทติ้งส์ เครดิตของ AIS อยู่ในที่ AA ลงทุนโครงข่ายปีละ 40,000 ลบ ระดับเครดิตเทียบเท่าโครงข่าย PLDT Inc. ของฟิลิปปินส์


บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศจัดอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิ ของบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด หรือ AWN จำนวนเงินรวม 9 พันล้านบาท ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2570 ที่ระดับ ‘AA (tha)’ เงินที่ได้รับจากการออกหุ้นกู้ดังกล่าวจะนำไปใช้ในการชำระหนี้ที่ถึงกำหนด เป็นเงินลงทุน และเงินทุนหมุนเวียน หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับเครดิตในระดับเดียวกับอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของบริษัทที่ ‘AA (tha)’ เนื่องจากหุ้นกู้ดังกล่าวมีสถานะเท่าเทียมกับหนี้ไม่มีหลักประกัน และไม่ด้อยสิทธิของบริษัท ปัจจัยที่มีผลต่ออันดับเครดิต ประกอบด้วย อันดับเครดิตเท่ากับอันดับเครดิตของบริษัทแม่ อันดับเครดิตของ AWN เท่ากับอันดับเครดิตของบริษัทแม่ ซึ่งได้แก่ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) หรือ AIS โดยสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งระหว่างบริษัททั้งสอง ตามหลักเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตของฟิทช์ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทแม่กับบริษัทลูก (Parent and Subsidiary Rating Linkage Criteria) AIS ถือหุ้นทั้งหมดใน AWN และมีอำนาจควบคุมการบริหารและการดำเนินงานของ AWN ทั้งหมด AWN เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตในการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนคลื่นความถี่ 2.1GHz และ 1.8GHz และชนะการประมูลคลื่นความถี่ 900MHz ในเดือน พ.ค.2559 ดังนั้น AWN จึงมีความสำคัญต่อ AIS อย่างมากในฐานะเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบใบอนุญาตของกลุ่ม การลงทุนที่สูงทำให้ความสามารถในการรองรับหนี้สินที่เพิ่มโดยไม่กระทบต่ออันดับเครดิตลดลง ฟิทช์เชื่อว่าความสามารถในการรองรับหนี้สินที่เพิ่มขึ้นโดยไม่กระทบต่ออันดับเครดิตของ AIS จะยังคงอยู่ในระดับต่ำ ในปี 2560 และ 2561 เนื่องจาก จากการลงทุน และการชำระค่าคลื่นความถี่ที่อยู่ในระดับสูง ฟิทช์คาดว่ากระแสเงินสดสุทธิ (Free cash flow) ของ AIS จะติดลบ เนื่องจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานของบริษัท ไม่น่าจะเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายด้านการลงทุน และเงินปันผล ฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนหนี้สินที่ปรับปรุงแล้วต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียน (FFO-Adjusted Net Leverage) ของ AIS น่าจะอยู่ที่ระดับประมาณ 2.0 เท่าในปี 2560 และ 2561 (ครึ่งปีแรกของปี 2560 อยู่ที่ 1.8 เท่า) การแข่งขันที่ปรับตัวดีขึ้น ฟิทช์คาดว่าการแข่งขันด้านราคาในธุรกิจโทรคมนาคมในประเทศไทย น่าจะปรับตัวดีขึ้นในครึ่งปีหลังของปี 2560 และในปี 2561 เนื่องจากผู้ประกอบการหันมาให้ความสำคัญในการทำกำไร มากกว่าการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด และลดการให้ส่วนลดค่าเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Handset Subisidy) โดยตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2560 AIS และ บมจ. โทเทิ่ล แอ็คแซส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) (มีอันดับเครดิตที่ BBB/AA(tha)/แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ) ได้ลดการให้ส่วนลดค่าเครื่อง และให้ส่วนลดค่าเครื่องเฉพาะลูกค้าในระบบรายเดือน ฟิทช์คาดว่า ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ของ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) จะมีการลดการให้ส่วนลดค่าเครื่องสำหรับลูกค้าระบบเติมเงินในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2560 หลังจากที่ส่วนแบ่งทางการตลาดตามรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับที่สูงกว่าของ DTAC ในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2560 กำไรที่เติบโต: ฟิทช์คาดว่า อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย และค่าเช่า (EBITDA) ของ AIS จะปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 7.2 หมื่นล้านบาทในปี 2560 จาก 6.3 หมื่นล้านบาทในปี 2559 เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการให้ส่วนลดค่าเครื่องที่ลดลง โดยสัดส่วนค่าใช้จ่ายการตลาด (ซึ่งรวมค่าใช้จ่ายในการให้ส่วนลดค่าเครื่อง) ต่อรายได้จากการให้บริการของ AIS ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2560 ลดลงอย่างมาก มาอยู่ที่ร้อยละ 8 จากร้อยละ 14 ในปี 2559 นอกจากนี้กำไรของ AIS ยังได้รับผลบวกจากการปรับลดค่าธรรมเนียมในการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (Universal Service Obligation: USO) เป็นร้อยละ 2.5 ของรายได้ จากร้อยละ 3.75 ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2560 เป็นต้นมา ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2560 EBITDA Margin ของ AIS ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 46 จากร้อยละ 41 ในปี 2559 รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากเติบโตของบริการด้านข้อมูล: ฟิทช์คาดว่ารายได้จากการให้บริการ (ไม่รวมค่าเชื่อมโยงเครือข่าย) ของ AIS จะเติบโตประมาณร้อยละ 5-6 ต่อปี ในปี 2560 เนื่องจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการให้บริการด้านข้อมูล และการให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ฟิทช์คาดว่ารายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จะเติบโตในระดับปานกลางที่ร้อยละ 3-4 ต่อปี เนื่องจากการเติบโตที่แข็งแกร่งของการให้บริการที่ไม่ใช่เสียง จะถูกลดทอนจากรายได้จากการให้บริการด้านเสียงที่ลดลง ในขณะที่รายได้จากการให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงน่าจะเติบโตอย่างมากมาอยู่ที่ระดับ 2.5 พันล้านในปี 2560 จาก 860 ล้านบาท ในปี 2559 ผู้นำตลาด: AIS สามารถรักษาสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องในฐานะผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ที่สุดในประเทศในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ฟิทช์คาดว่าบริษัทจะสามารถรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดตามรายได้จากการให้บริการให้อยู่ในระดับประมาณร้อยละ 50 ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า (2559: ร้อยละ 49) นอกจากนี้สถานะทางธุรกิจของ AIS ยังได้รับการสนับสนุนจากชื่อเสียงทางการค้าของบริษัทที่เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดี และเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ครอบคลุมมากที่สุด การกำหนดอันดับเครดิตโดยสรุป อันดับเครดิตของ AWN เท่ากับอันดับเครดิตของบริษัทแม่ซึ่งได้แก่ AIS โดยสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งระหว่างบริษัททั้งสอง โดยอันดับเครดิตของ AIS สะท้อนถึงสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งในฐานะผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง AIS มีอันดับเครดิตสูงกว่า DTAC เนื่องจาก DTAC มีขนาดรายได้ที่เล็กกว่า มีสถานะทางการตลาดที่ด้อยกว่า และมีอัตราส่วนกำไรต่อรายได้ที่ต่ำกว่า AIS อันดับเครดิตของ DTAC ได้รับการปรับเพิ่มขึ้นหนึ่งอันดับจากอันดับเครดิต Standalone ของ DTAC เพื่อสะท้อนถึงความเกี่ยวเนื่องในระดับปานกลางระหว่าง DTAC กับ Telenor โดย Telenor มีอำนาจควบคุมคณะกรรมการและผู้บริหารของ DTAC อันดับเครดิตของ AIS อยู่ในระดับเดียวกันกับ PLDT Inc. หรือ PLDT ซึ่งเป็นผู้ประกอบการโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งมีอันดับเครดิตที่ BBB/AAA(phl)/แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ เนื่องจากบริษัททั้งสองเป็นผู้ประกอบการโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของแต่ละประเทศ ถึงแม้ว่า PLDT จะมีอัตตราส่วนหนี้สินที่สูงกว่า AIS แต่สถานะทางธุรกิจของ PLDT แข็งแกร่งกว่า AIS เนื่องจาก PLDT มีบริการโทรคมนาคมที่หลากหลายกว่า ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายโทรศัพท์แบบสาย และโทรศัพท์เคลือนที่ สมมุติฐานที่สำคัญของฟิทช์ที่ใช้ในการประมาณการ - รายได้จากการให้บริการเติบโตร้อยละ 4-6 ต่อปี ในปี 2560 และ 2561 (2559: เติบโตร้อยละ 1.6) - EBITDA margin ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 45-46 ในปี 2560 และ 2561 (2559: ร้อยละ 41) เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการให้ส่วนลดค่าเครื่องที่ลดลง และการปรับลดค่าธรรมเนียม USO -เงินลงทุนในการขยายโครงข่ายอยู่ที่ 4.0-4.5 หมื่นล้านบาทต่อปี ในช่วงปี 2560 และ 2561 (2559: 4 หมื่นล้านบาท) ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต ปัจจัยบวก - การเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิตในแง่บวกของ AIS โดยที่ความสัมพันธ์ระหว่าง AIS และ AWN ไม่อ่อนแอลง ปัจจัยลบ - การเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิตของ AIS ในแง่ลบ ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคตของ AIS ตามรายงานการจัดอันดับเครดิตลงวันที่ 16 ตุลาคม 2560 มีดังนี้ ปัจจัยบวก - บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิ (Free Cash Flow) เป็นบวก - EBITDA Margin ของบริษัทสูงกว่าร้อยละ 45 อย่างต่อเนื่อง (ในปี 2559 อยู่ที่ร้อยละ 46.6) ปัจจัยลบ - การเพิ่มขึ้นของอัตราส่วน FFO- Adjusted Net Leverage สูงกว่า 2.0 เท่าอย่างต่อเนื่อง - การเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย หรือกฎระเบียบของกิจการโทรคมนาคมที่ส่งผลในแง่ลบต่อบริษัท สภาพคล่องที่บริหารจัดการได้: สภาพคล่องของ AWN อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ถึงแม้ว่าบริษัทจะมีหนี้ระยะสั้นที่สูง ณ สิ้นปี ไตรมาสที่ 2 ของปี 2560 โดยหนี้ระยะสั้นของ AWN จำนวน 2.24 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วยหนี้เงินกู้จาก AIS จำนวน 1.54 หมื่นล้านบาท ซึ่งฟิทช์คาดว่าหนี้ในส่วนนี้น่าจะได้รับการต่ออายุเมื่อครบกำหนดบางส่วน ฟิทช์เชื่อว่าเงินสดจำนวน 2.9 พันล้านบาท วงเงินกู้ที่ไม่สามารถยกเลิกได้จำนวน 19 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และวงเงินกู้ระยะสั้นที่สามารถเบิกกู้ได้จำนวน 7 พันล้านบาท ณ สิ้นปี 2559 ของบริษัท น่าจะเพียงพอสำหรับการชำระเงินคืนกู้ระยะสั้นจากธนาคารจำนวน 7 พันล้านบาท นอกจากนี้การที่บริษัทสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้เพิ่มเติมน่าจะช่วยเสริมสภาพคล่องในกรณีที่กระแสเงินสดบริษัทเป็นลบในปี 2560 และปี 2561 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.