Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

SCI เซ็น MOU ร่วม Siemens พัฒนาโครงการสายส่งไฟฟ้าแรงสูง เสาสื่อสารโทรคมนาคมในเมียนมา

บมจ.เอสซีไอ อีเลคตริค (SCI) เปิดเผยว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ กลุ่มบริษัทได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับ บริษัท Siemens (Thailand) และพันธมิตรในเมียนมา เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการงานก่อสร้างสายส่งที่ประเทศเมียนมา ขณะที่ความคืบหน้าการก่อสร้างโรงงานผลิตเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง เสาสื่อสารโทรคมนาคม และบริการชุบกัลวาไนซ์ (สังกะสี) ของบริษัท เอสซีไอ เมทัล เทค (เมียนมาร์) จำกัด (SCIMTMM) ที่นิคมติลาวา ประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นบริษัทย่อยนั้น คาดว่าจะแล้วเสร็จช่วงกลางปี 61 นายเกรียงไกร เพียรวิทยาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอสซีไอ อีเลคตริค (SCI) กล่าวว่า ความคืบหน้าในการลงทุนต่างประเทศ ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.) ลาวนั้น ปัจจุบัน SCI มีงานในมือ 416 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.45 หมื่นล้านบาท โดยในปี 2559 รับรู้รายได้เข้ามา 4-5% จากมูลค่างานทั้งหมด และในไตรมาส 1/60 รับรู้เข้ามาประมาณ 2% อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ไตรมาส 2/60 การรับรู้รายได้งานโครงการนั้นมีน้อยมาก เนื่องจากงานก่อสร้างได้ชะลอออกไป ซึ่งคาดว่าภายในสิ้นปีนี้น่าจะได้ข้อสรุปงานก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าในลาว ซึ่งจะช่วยผลักดันรายได้ในปี 61 เติบโตก้าวกระโดด “เชื่อว่าหลังจากทางรัฐบาลลาวได้ข้อสรุป ทาง SCI จะได้รับงานโครงการรับเหมาติดตั้งระบบไฟฟ้าแรงสูงอีก 1 โครงการ มูลค่า 306 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพราะลาวต้องเร่งสร้างสายส่งไฟฟ้าให้แล้วเสร็จ เพื่อรองรับโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและจะทยอยแล้วเสร็จภายในปี 2563-2568 กว่า 1 หมื่นเมกะวัตต์"นายเกรียงไกร กล่าว ขณะที่การก่อสร้างโรงงานผลิตเสาไฟฟ้าแรงสูง เสาสื่อสารโทรคมนาคม และบริการชุบกัลวาไนซ์ (สังกะสี) ที่เมียนมา ซึ่งมีกำลังการผลิต 7,500 ตัน/ปี และชุบสังกะสี 24,000 ตัน/ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 2/61 โดย SCI ได้เข้าไปเจรจากับภาครัฐของเมียนมา เพื่อหาแนวทางการลงทุนระบบไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งมีอยู่หลายรูปแบบ ซึ่งอาจจะเป็นการลงทุนจากภาครัฐเอง หรือหาภาคเอกชนไปลงทุนวางระบบให้แล้วแบ่งปันรายได้กัน ทั้งนี้ บริษัทฯตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) โดยการลงทุนผ่านบริษัท ที ยูทิลิตี้ส์ จำกัด (TU) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนกับ บมจ. พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF) ซึ่งคาดว่าจะเห็นรายได้เริ่มทยอยเข้ามาในช่วงปี 2561 นายเกรียงไกร กล่าวถึงผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/60 มีรายได้รวม 422.23 ล้านบาท ลดลง 185.84 ล้านบาท ลดลง 30.56% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวม 608.08 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 33.41 ล้านบาท ลดลง 23.64 ล้านบาท หรือ 41.65%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีกำไรสุทธิ 57.04 ล้านบาท ทั้งนี้รายได้ที่ลดลงนั้นเป็นผลจากการชะลอของงานโครงการก่อสร้างเสาส่งไฟฟ้าในสปป.ลาว อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบจากไตรมาสที่ 2/2560 ทั้งรายได้และกำไรมีการปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจตู้สวิตช์บอร์ดและรางเดินสายไฟ อีกทั้งได้รับอานิสงส์จากการได้รับงานเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงของการไฟฟ้าแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) รวมถึงงานเสาส่งโทรคมนาคมภาคเอกชน ที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่วนผลการดำเนินงานในงวด 9 เดือนแรกของปี 2560 มีรายได้รวม 1,323.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 173.26 ล้านบาท หรือ 15.07% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวม 1,149.99 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 42.79 ล้านบาท ลดลง 5.87 ล้านบาท หรือ 12.06% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 48.66 ล้านบาท "แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/60 คาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯเตรียมพร้อมเข้าประมูลงานเสาส่งไฟฟ้าในประเทศเพิ่มส่วนธุรกิจผลิตและจำหน่ายตู้สวิตช์บอร์ด ในปีนี้คาดว่าจะเติบโตขึ้น เช่นเดียวกัน เนื่องจากมีความต้องการซื้อเพิ่มขึ้นจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ" นายเกรียงไกร กล่าว ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.