Header Ads

Breaking News
recent

TRUE ชี้โต 2 เท่า แม้ขาดทุน สุทธิจำนวน 691 ล้านบาท มีลูกค้า TRUE-H 26.7 ล้านราย ระบบรายเดือนจำนวน 6.7 ล้านราย และลูกค้าในระบบเติมเงิน จำนวน 20.0 ล้านราย

บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) เปิดเผยว่า กลุ่มทรูได้ปรับเป้าหมายการเติบโตของรายได้จากการให้บริการของกลุ่มในปี 60 ให้เป็นเติบโตในอัตราเลขสองหลักช่วงต้น เพื่อให้สะท้อนผลการดำเนินงานในงวด 9 เดือนของปี ซึ่งมีรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้นประมาณ 11% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อนหน้า จากเดิมเมื่อต้นปี 60 กลุ่มทรู ตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้จากการให้บริการโดยรวมในอัตราประมาณ 16-20% ทั้งนี้ ในไตรมาส 3/60 รายได้จากการให้บริการของกลุ่มทรู อยู่ที่ 2.45 หมื่นล้านบาท เติบโต 2.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากการอัพเกรดบริการบรอดแบนด์ อินเทอร์เน็ตให้แก่ลูกค้าที่อยู่บนระบบสายทองแดงมาสู่โครงข่ายไฟเบอร์ การลดลงของการใช้งานโทรศัพท์บ้าน และกลยุทธ์ของกลุ่มทรูที่ลดการจัดอีเว้นท์ มิวสิค เอ็นเตอร์เทนเมนต์ โดยรวม แต่มุ่งเน้นในการจัดอีเว้นท์ที่สร้างผลกำไรชัดเจนให้กับบริษัทมากยิ่งขึ้น ขณะที่รายได้จากการให้บริการโดยรวมของกลุ่มทรูในไตรมาส 3 ปีนี้เพิ่มขึ้น 8.7% จากช่วงเวลาเดียวกันปีก่อนหน้า ส่วนใหญ่เป็นผลจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องของทรูมูฟ เอช ตามการใช้บริการนอนวอยซ์ที่เพิ่มขึ้นสูงและฐานลูกค้าที่เติบโต ซึ่งมีรายได้จากบริการนอนวอยซ์และฐานลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งในกลุ่มลูกค้าระบบรายเดือนและเติมเงิน ซึ่งผลักดันให้ EBITDA ของกลุ่ม เติบโตประมาณ 39% จากช่วงเวลาเดียวกันปีก่อนหน้า เป็น 8.9 พันล้านบาท ในขณะที่ EBITDA Margin ยังคงแข็งแกร่งที่ประมาณ 36.5% ในไตรมาส 3/60 กลุ่มทรู รายงานผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทฯ จำนวน 691 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสาคัญ เมื่อเทียบกับผลขาดทุนสุทธิจำนวน 2.5 พันล้านบาท ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า อันเป็นผลจากกำไรจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากมาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายให้ผลลัพธ์ที่ดีและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น สำหรับทรูมูฟ เอช ยังคงเติบโตโดดเด่นเหนืออุตสาหกรรม ด้วยฐานลูกค้าและรายได้จากบริการนอนวอยซ์ที่เพิ่มขึ้นสูงตามความต้องการใช้งานดาต้าที่เติบโตต่อเนื่อง และความเชื่อมั่นต่อโครงข่ายประสิทธิภาพสูงสุดของทรูมูฟ เอช ซึ่งทรูมูฟ เอช เป็นผู้ให้บริการเพียงรายเดียวที่มีฐานลูกค้าที่เติบโต โดยเพิ่มขึ้นเป็น 26.7 ล้านราย ณ สิ้นไตรมาส 3/60 ซึ่งในจำนวนนี้เป็นลูกค้าในระบบรายเดือนจำนวน 6.7 ล้านราย และลูกค้าในระบบเติมเงิน จำนวน 20.0 ล้านราย ส่งผลให้รายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น 15.3% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนหน้า และ 2.2% จากไตรมาสก่อนหน้า เป็น 17.1 พันล้านบาท ในไตรมาส 3/60 รายได้จากการให้บริการบรอดแบนด์ บริการอินเทอร์เน็ต และสื่อสารข้อมูลธุรกิจ เพิ่มขึ้น 14.8% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนหน้า และ 4.3% จากไตรมาสก่อนหน้า เป็น 5.9 พันล้านบาท จากผลตอบรับที่ดีต่อแคมเปญไฟเบอร์ บรอดแบนด์ของกลุ่ม และการขยายการให้บริการไฟเบอร์บนเทคโนโลยี FTTH ไปสู่พื้นที่ใหม่ๆ เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง โดยทรูออนไลน์มีจานวนผู้ใช้บริการบรอดแบนด์ รายใหม่สุทธิประมาณ 78,100 ราย ในไตรมาส 3/60 ซึ่งผลักดันให้ฐานลูกค้าบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 3 ล้านราย รายได้จากการให้บริการของทรูวิชั่นส์ เป็น 3 พันล้านบาท ลดลง 3.1% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 5 จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนหน้า เป็นผลจากรายได้จากมิวสิค เอ็นเตอร์เทนเมนท์ และอื่นๆ ที่ลดลงเป็น 514 ล้านบาท ในไตรมาส 3/60 จากการที่กลุ่มทรูมุ่งเน้นในการคัดสรรและเลือกจัดอีเว้นท์ที่เสริมสร้างผลกำไรให้กับกลุ่มบริษัทมากยิ่งขึ้น ขณะที่ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ค่อนข้างคงที่จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 5.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อนหน้า เป็น 8.4 พันล้านบาท ดอกเบี้ยจ่าย ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากการชาระหนี้สินในระหว่างไตรมาส แต่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันปี ก่อนหน้า เป็น 1.5 พันล้านบาท จากการกู้ยืมเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจ รวมถึงการใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของกลุ่ม และรายได้ภาษีเงินได้ มีจำนวน 749 ล้านบาท อันเป็นผลจากการรับรู้สินทรัพย์ภาษีเงินได้จากขาดทุนสะสมทางภาษีของกลุ่มบริษัทที่คาดว่าจะได้ใช้
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.