Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

CSS คว้างานระบบโทรคมนาคม DTAC มูลค่า 650 ลบ. ในขณะ TRUE ยังคงมีแผนขยายโครงข่ายการให้บริการเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าบริษัทน่าจะมีโอกาสได้รับงานเพิ่มเติมเช่นกัน




คาดรายได้ปีนี้กว่า 5 พันลบ. หรือโตกว่า 10% จากทยอยรับรู้ฯ Backlog,คว้างานระบบโทรคมนาคม DTAC มูลค่า 650 ลบ.

นายสมพงษ์ กังสวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น (CSS) กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% จากปีก่อน มาที่กว่า 5 พันล้านบาท เนื่องจากจะทยอยรับรู้รายได้จากงานในมือ (Backlog) ที่ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 1,800 ล้านบาท ในช่วงปีนี้และปีหน้า ขณะที่แนวโน้มธุรกิจขาขึ้นจากการลงทุนของภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศให้ฟื้นตัว อันเกี่ยวเนื่องไปถึงภาคเอกชน ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อบริษัททำให้มีโอกาสได้งานใหม่ๆ ทั้งในส่วนของงานโทรคมนาคมและเทรดดิ้งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด บริษัทได้เซ็นสัญญารับเหมางานติดตั้งระบบโทรคมนาคมจาก บมจ.โทเทิ่ล แอ็ดเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) มูลค่า 650 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ทันทีและจากนโยบายการขยายโครงการอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศของ DTAC ทำให้ภายใน 3 ปีนี้ (ปี 61-63) บริษัทมีโอกาสได้รับงานติดตั้งระบบโทรคมนาคมจาก DTAC เพิ่มเติม ขณะที่ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ยังคงมีแผนขยายโครงข่ายการให้บริการเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าบริษัทน่าจะมีโอกาสได้รับงานเพิ่มเติมเช่นกัน

ด้านธุรกิจพลังงานทดแทน ที่ผ่านมาบริษัทมีการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำที่ สปป.ลาว ขนาดกำลังการผลิตประมาณ 50 เมกะวัตต์ (MW) ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้จากการลงทุนในเดือนตุลาคมนี้ โดยบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาโรงไฟฟ้าพลังงานขยะเพื่อต่อยอดธุรกิจในอนาคตเพิ่มเติมด้วย

สำหรับงานในมือ ที่มีอยู่ในขณะนี้ แบ่งเป็นงานที่มาจากธุรกิจโทรคมนาคมประมาณ 800 ล้านบาท และธุรกิจเทรดดิ้งประมาณ 1,000 ล้านบาท ขณะที่บริษัทยังคงเข้าประมูลงานใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อผลักดันให้ธุรกิจของบริษัทเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นมากยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากงานภาคเอกชน 95% ส่วนที่เหลือมาจากงานภาครัฐ ซึ่งบริษัทคาดหวังว่าจากแนวโน้มของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจะทำให้สัดส่วนงานภาครัฐเพิ่มมากขึ้น ขณะที่สัดส่วนรายได้ที่มาจากธุรกิจเทรดดิ้งอยู่ที่ 70% และโทรคมนาคม 30%

"ปีนี้งานโทรคมนาคมของบริษัทถือว่าคึกคักมาก และยังคงต่อเนื่อง โดยธุรกิจด้านโทรคมนาคมจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของบริษัท ในอนาคต เนื่องจาก DTAC มีแผนตั้งสถานีเครือข่ายอีกจำนวนมาก ดังนั้นคาดว่าบริษัทจะมีงานต่อเนื่องในระยะ 3 ปีนี้แน่นอน โดยบริษัทพร้อมที่จะเข้าประมูลงานทุกงาน และมีโอกาสจะได้รับงานจาก DTAC อย่างต่อเนื่อง ขณะที่งานเทรดดิ้งยังคงมีเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ"นายสมพงษ์ กล่าว
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.