Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

ITEL ได้รับเลือกเป็นผู้ให้บริการศูนย์รับฝากข้อมูล สัญญา 5 ปี มูลค่ากว่า 140 ลบ. ห่างจากตัวเมืองกรุงเทพฯ ประมาณ 30 กิโลเมตร



บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม (ITEL) แจ้งว่าบริษัทได้เข้าร่วมนำเสนอบริการศูนย์รับฝากข้อมูล ให้กับธนาคารเอกชนแห่งหนึ่ง เพื่อให้บริการศูนย์รับฝากข้อมูล โดยมีอายุสัญญา 5 ปี มูลค่าสัญญากว่า 140 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยบริษัทได้รับคัดเลือกเป็นผู้ให้บริการดังกล่าว เนื่องจากการออกแบบศูนย์ข้อมูลที่ได้มาตรฐาน Tier-III Standard โดยได้การรับรองมาตรฐานจากสถาบัน Uptime Institute ทั้งในด้านการออกแบบ (Design Documents) และด้านการก่อสร้าง (Constructed Facility) ทั้งยังได้รบการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001 และมาตรฐาน Payment Card Industry Security Standard (PCI DSS) อีกทั้งสถานที่ตั้งที่เดินทางสะดวก โดยห่างจากตัวเมืองกรุงเทพฯ ประมาณ 30 กิโลเมตร โดยบริษัทคาดว่าจะมีการลงนาม และเริ่มให้บริการภายในไตรมาส 3/61
นายณัฐนัย อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการ ของ ITEL เปิดเผยว่า บริษัทได้นำดาต้า เซ็นเตอร์ แห่งที่ 2 หรือ Genesis Data Center เข้าร่วมนำเสนอบริการศูนย์รับฝากข้อมูล ให้กับธนาคารเอกชนแห่งหนึ่ง เพื่อให้บริการศูนย์รับฝากข้อมูล โดยมีอายุสัญญา 5 ปี มูลค่าสัญญาประมาณ 140 ล้านบาท โดยธนาคารเอกชนขนาดใหญ่ดังกล่าวจะเข้ามาใช้บริการเช่าพื้นที่ดาต้า เซ็นเตอร์กว่า 100 แร็ค ซึ่งจะช่วยหนุนเป้าหมายยอดผู้ใช้บริการพื้นที่ดาต้า เซ็นเตอร์ไม่น้อยกว่า 30% และมั่นใจว่าจะมีลูกค้าทยอยใช้บริการเพิ่มขึ้นกว่า 60% ภายในสิ้นปี 61 ซึ่งจะทำให้สามารถเริ่มรับรู้รายได้เข้ามาได้ทันที
"ทั้งปี ITEL เชื่อมั่นว่ากำไรสุทธิเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ว่าจะเติบโตไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 โดยสเต็ปการเติบโตจะเริ่มตั้งแต่ไตรมาส 1 และเติบโตต่อเนื่องทุกไตรมาสในส่วนของกำไรสุทธิ ทั้งนี้ บริษัทยังมองเห็นโอกาสในการลงทุนของภาครัฐและเอกชนในโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ EEC เพราะนอกจากการลงทุนด้าน Infrastructure ต่าง ๆ ด้าน IT ก็เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญที่มีการลงทุนนับเป็นโอกาสที่ดีของ ITEL"นายณัฐนัย กล่าว
นายณัฐนัย กล่าวว่า ดาต้า เซ็นเตอร์ แห่งที่ 2 ของ ITEL นั้นเป็นการร่วมมือกันระหว่าง 3 บริษัท ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้แก่ บริษัท ,บมจ.แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี (AIT) และบมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นของแต่ละบริษัท อยู่ที่ 1 ใน 3 ของหุ้นและการลงทุนในบริษัทใหม่ทั้งหมด
จุดเด่นของดาต้า เซ็นเตอร์ แห่งที่ 2 คือ เป็นศูนย์ข้อมูลที่ออกแบบตามมาตรฐาน Tier-III Standard ซึ่งสามารถขยายเป็น Tier-IIII ได้ ด้วยมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยสูง ก้าวนำทางเทคโนโลยีด้วยนวัตกรรมและการออกแบบโครงสร้างทาง Digital Transformation ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสถาบัน Uptime ทั้งในด้านการออกแบบ (Design Documents) และด้านการก่อสร้าง (Constructed Facility) มาตรฐาน ISO และ PCI โดยมีดาต้า เซ็นเตอร์เพียงไม่กี่แห่งในประเทศไทยที่สามารถได้รับการรับรองคุณภาพและความมั่นคงปลอดภัยตามมาตรฐานสำคัญในระดับสากล
นอกจากนี้ยังมีศักยภาพตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าองค์กรธุรกิจได้เป็นอย่างดี ด้วยการรองรับน้ำหนักได้มากถึง 3,000 กิโลกรัม/ตารางเมตร ทำให้รองรับอุปกรณ์ได้ทุกชนิดตามความต้องการของลูกค้า ด้วยระยะทางห่างจากกรุงเทพฯเพียง 30 กิโลเมตรซึ่งไม่ไกลเกินไป เมื่อเกิดเหตุขัดข้องขึ้นสามารถให้บริการได้อย่างไม่มีสะดุดตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน 365 วัน ด้วย SLA 99.982% เสริมความแข็งแกร่งด้วย การให้บริการโดยเจ้าหน้าที่และทีมงานมืออาชีพ ที่เป็น 1 ในคนไทยเพียง 9 คนที่ได้รับ Certified Data Centre Expert (CDCE) ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าที่นี่เป็นดาต้า เซ็นเตอร์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในไทย ได้รับ Certified Data Centre Expert ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าที่นี่เป็นดาต้า เซ็นเตอร์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในไทย
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.