Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

14 ตุลาคม 2555(เกาะติดประมูล3G)รุมอีก4กลุ่ม/9.00น.สุริยะใส(ฮั้ว)อดียสหภาพTOT(โอนทรัพย์สิน)ตัวแทนผู้บริโภค(ราคา)คุ้มครองสิทธิ(ต่างชาติ)

ประเด็นหลัก

นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน (Green Politics) ได้กล่าวชี้แจงกรณีที่จะยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้มีการคุ้มครองชั่วคราวระงับการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ย่าน 2.1 กิกะเฮิรตซ์ เพื่อให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3จี ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 16 ต.ค.นี้ โดยกล่าวว่าตนต้องอธิบายก่อนว่าการยื่นฟ้องศาลปกครองในวันพรุ่งนี้ไม่ได้ต้องการล้มการประมูล 3จี แต่ต้องการให้การประมูลป้องกันการฮั้ว และสามารถนำรายได้จากการประมูลเข้ารัฐอย่างที่ควรจะได้ เพราะเกณฑ์การประมูลที่จะใช้กันในวันดังกล่าว นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านโทรคมนาคมจากทีดีอาร์ไอ และนักฎหมายหลายส่วนเห็นตรงกันว่าจะทำให้เกิดการฮั้ว ไม่มีการแข่งขันจริง


     “ที่สำคัญทำให้รัฐเสียรายได้ เฉพาะราคาตั้งต้นก็สูญไปกว่า 1.7 หมื่นล้านบาทแล้ว ไม่นับราคาประมูลซึ่งถ้ามีการแข่งขันกันจริงๆ จะทำให้ตัวเลขรายได้ขยับไปเกือบ 2 แสนล้านบาท ดูได้จากสูตรการประมูลอันเก่าก่อนหน้านี้ที่เรียกว่า สูตร N-1 นั้นมีการคาดการณ์กันของนักเศรษฐศาสตร์ว่าใบอนุญาตแต่ละใบราคาประมูลอาจสูงถึง 6-8.5 หมื่นล้านบาทแค่ 2 ใบก็เกือบ 1.5 แสนล้านบาทแล้ว แต่รอบนี้มาคิดสูตรกันใหม่ลดราคาตั้งต้นจาก 6,444 ล้านบาท เหลือ 4,500 ล้านบาท แบ่งเป็น 9 ใบรวมกันก็จะตกราวๆ 5 หมื่นล้านบาทเท่านั้น คำถามคือรายได้ที่ควรจะได้แสนกว่าล้านบาทหายไปได้อย่างไร จริงๆ แล้ว กสทช.ควรเอาเกณฑ์การประมูล N-1 มาใช้ จะทำให้รัฐจะได้ประโยชน์มากกว่า” นายสุริยะใสกล่าว
     
      ทั้งนี้ การล้มการประมูลครั้งที่แล้วศาลไม่ได้บอกว่าสูตร N-1 เป็นปัญหาอะไร เพราะศาลชี้แค่ประเด็นอำนาจในการประมูลควรเป็นของ กทช.องค์กรเดิมหรือ กสทช.องค์กรใหม่เท่านั้น ฉะนั้น เกณฑ์การประมูลก็ยังสามารถนำมาใช้ได้อีก แต่มาคิดสูตรกันใหม่จึงเกิดปัญหามีหลายฝ่ายฟ้องร้องไปที่ศาลแล้ว ที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะล่าช้าเป็นปีเหมือนครั้งที่แล้วนั้น ไม่จริงและเป็นไปไม่ได้ เพราะตอนนั้นที่ไปช้าเพราะยังไม่มี กสทช.ต้องสรรหากันเกือบปี แต่ตอนนี้มี กสทช.แล้ว และ กสทช.ก็มีอำนาจสั่งพัก หยุด หรือเลื่อนประมูลได้ถ้ามีเหตุจำเป็น ตามประกาศหลักเกณฑ์วิธีการประมูล ในภาคผนวก ข้อที่ 5 ให้อำนาจ กสทช.ไว้ชัดเจน ซึ่งสามารถแก้เกณฑ์การประมูลได้ภายในวันเดียวก็ย่อมทำได้ ไม่ได้ล่าช้าหรือเสียเวลาเป็นเดือนเป็นปีอย่างที่พยายามบิดเบือนกัน



      ยังมีตัวแทนภาคประชาชนหลายราย เตรียมยื่นฟ้องในวันที่ 15 ต.ค. คือ อดีตสหภาพบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ในประเด็นที่ผู้ประกอบการยังไม่ได้โอนทรัพย์สินให้น่วยงานรัฐตามสัญญาสร้าง โอน ให้บริการ และนายบุญชัย รุ่งเรืองพิศาลสุข ตัวแทนผู้บริโภคจะยื่นฟ้องเรียกร้องให้กำหนดค่าบริการเหมาจ่าย 3 จี ในอัตรา 250 บาทต่อเดือน รวมถึงคดีของนายอานุภาพ ถิรลาภ นักวิชาการอิสระด้านโทรคมนาคม ที่ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 10 ต.ค. โดยคาดว่าศาลจะมีคำสั่งในวันที่ 15 ต.ค.ว่าจะรับฟ้องหรือคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่




 รวมถึงกลุ่มของนายประหยัด เสนวิรัช นายกสมาคมสถาบันคุ้มครองสิทธิประโยชน์ผู้บริโภค ที่ฟ้องคุ้มครองชั่วคราว ขอให้ กสทช.เพิกถอนประกาศ ที่รับรองรายชื่อผู้ผ่านเข้าร่วมประมูลใบอนุญาต เพราะว่า 1 ใน 3 บริษัท มีชาวต่างชาติถือหุ้นขัดต่อกฎหมาย ทั้ง 2 เรื่องศาลยังไม่มีคำสั่งใดๆ จนถึงขณะนี้













_________________________________________


“สุริยะใส” แจงยื่นฟ้องระงับประมูล “3จี” หวั่นฮั้วทำรัฐสูญรายได้-ญาติ พ.ค. 35 จี้แข่งขันจริง


ผู้ประสานงานกลุ่มกรีนเผย พรุ่งนี้ 9 โมงเช้ายื่นฟ้องศาลปกครอง ลั่นไม่ได้ล้มประมูล แต่ให้ป้องกันการฮั้ว ชี้นักวิชาการ-ทีดีอาร์ไอ-นักกฎหมายห่วงไม่มีการแข่งขันจริง รัฐสูญรายได้แสนล้าน ยันไม่มีใครขวางแต่ต้องโปร่งใส ด้านญาติวีรชน พ.ค. 35 ร้อง กสทช.แก้ไขให้เกิดการประมูลที่แท้จริง เหตุออกหลักเกณฑ์เอื้อฮั้วประมูล ไม่เกิดการแข่งขัน โอดเอาทรัพย์ให้เอกชนราคาต่ำแล้วยังข่มขู่ฟ้องกลับอีก
     
      วันนี้ (14 ต.ค.) นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน (Green Politics) ได้กล่าวชี้แจงกรณีที่จะยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้มีการคุ้มครองชั่วคราวระงับการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ย่าน 2.1 กิกะเฮิรตซ์ เพื่อให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3จี ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 16 ต.ค.นี้ โดยกล่าวว่าตนต้องอธิบายก่อนว่าการยื่นฟ้องศาลปกครองในวันพรุ่งนี้ไม่ได้ต้องการล้มการประมูล 3จี แต่ต้องการให้การประมูลป้องกันการฮั้ว และสามารถนำรายได้จากการประมูลเข้ารัฐอย่างที่ควรจะได้ เพราะเกณฑ์การประมูลที่จะใช้กันในวันดังกล่าว นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านโทรคมนาคมจากทีดีอาร์ไอ และนักฎหมายหลายส่วนเห็นตรงกันว่าจะทำให้เกิดการฮั้ว ไม่มีการแข่งขันจริง
     
      “ที่สำคัญทำให้รัฐเสียรายได้ เฉพาะราคาตั้งต้นก็สูญไปกว่า 1.7 หมื่นล้านบาทแล้ว ไม่นับราคาประมูลซึ่งถ้ามีการแข่งขันกันจริงๆ จะทำให้ตัวเลขรายได้ขยับไปเกือบ 2 แสนล้านบาท ดูได้จากสูตรการประมูลอันเก่าก่อนหน้านี้ที่เรียกว่า สูตร N-1 นั้นมีการคาดการณ์กันของนักเศรษฐศาสตร์ว่าใบอนุญาตแต่ละใบราคาประมูลอาจสูงถึง 6-8.5 หมื่นล้านบาทแค่ 2 ใบก็เกือบ 1.5 แสนล้านบาทแล้ว แต่รอบนี้มาคิดสูตรกันใหม่ลดราคาตั้งต้นจาก 6,444 ล้านบาท เหลือ 4,500 ล้านบาท แบ่งเป็น 9 ใบรวมกันก็จะตกราวๆ 5 หมื่นล้านบาทเท่านั้น คำถามคือรายได้ที่ควรจะได้แสนกว่าล้านบาทหายไปได้อย่างไร จริงๆ แล้ว กสทช.ควรเอาเกณฑ์การประมูล N-1 มาใช้ จะทำให้รัฐจะได้ประโยชน์มากกว่า” นายสุริยะใสกล่าว
     
      ทั้งนี้ การล้มการประมูลครั้งที่แล้วศาลไม่ได้บอกว่าสูตร N-1 เป็นปัญหาอะไร เพราะศาลชี้แค่ประเด็นอำนาจในการประมูลควรเป็นของ กทช.องค์กรเดิมหรือ กสทช.องค์กรใหม่เท่านั้น ฉะนั้น เกณฑ์การประมูลก็ยังสามารถนำมาใช้ได้อีก แต่มาคิดสูตรกันใหม่จึงเกิดปัญหามีหลายฝ่ายฟ้องร้องไปที่ศาลแล้ว ที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะล่าช้าเป็นปีเหมือนครั้งที่แล้วนั้น ไม่จริงและเป็นไปไม่ได้ เพราะตอนนั้นที่ไปช้าเพราะยังไม่มี กสทช.ต้องสรรหากันเกือบปี แต่ตอนนี้มี กสทช.แล้ว และ กสทช.ก็มีอำนาจสั่งพัก หยุด หรือเลื่อนประมูลได้ถ้ามีเหตุจำเป็น ตามประกาศหลักเกณฑ์วิธีการประมูล ในภาคผนวก ข้อที่ 5 ให้อำนาจ กสทช.ไว้ชัดเจน ซึ่งสามารถแก้เกณฑ์การประมูลได้ภายในวันเดียวก็ย่อมทำได้ ไม่ได้ล่าช้าหรือเสียเวลาเป็นเดือนเป็นปีอย่างที่พยายามบิดเบือนกัน
     
      “ไม่มีใครขัดขวาง 3จี ทุกคนก็อยากมีอยากได้ แต่ต้องโปร่งใสและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศจริงๆ อย่าให้ทัศนคติแบบนักการเมืองหรือเจ้าหน้าที่รัฐโกงได้ถ้าตัวเองได้ประโยชน์มาครอบงำกรณี 3จี จนสังคมละเลยการตรวจสอบจะเสียหายในระยะยาว ในวันพรุ่งนี้ เวลา 09.00 น ผมและตัวแทนอีกหลายองค์กรจะไปยื่นฟ้องที่ศาลปกครอง” นายสุริยะใสกล่าว
     
      ด้านนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าวถึงกรณีที่ กสทช.จะมีการประมูลใบอนุญาต 3จี ว่า คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ได้ติดตามเรื่องดังกล่าวมาโดยตลอด เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเจตนารมณ์วีรชนเดือนพฤษภาคม 2535 ที่ต้องการให้ประชาชนเป็นเจ้าของทรัพยากรคลื่นความถี่วิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคมอย่างแท้จริง โดยเห็นว่า กสทช.ต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนว่าประชาชนเป็นเจ้าของทรัพยากรคลื่นความถี่ วิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคม ตามรัฐธรรมนูญของประเทศไทย และ กสทช.มีหน้าที่กำกับดูแล ให้ผลประโยชน์ของการใช้คลื่นความถี่ตกแก่ประชาชนเท่านั้น กสทช.ไม่ได้เป็นเจ้าของคลื่นความถี่ที่จะให้เอกชนประมูลแต่อย่างใด
     
      ดังนั้น กสทช.จะต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ว่า การประมูลที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 16 ต.ค.นี้ ทำไมมีการกล่าวหาว่า กสทช.ทำให้ประชาชนเสียประโยชน์จากรายได้จากการประมูลนี่น้อยลงจากกรอบเดิมที่เคยกำหนดไว้ จากการที่ กสทช.ได้ถูกประชาชนหลายภาคส่วน ออกมาท้วงติงและแสดงความห่วงใย ว่าการประมูลครั้งนี้ กสทช. ออกหลักเกณฑ์การประมูลที่อาจเอื้อให้เกิดการฮั้วกันของเอกชน และไม่เกิดการแข่งขันกันจริงๆ โดยเฉพาะการไปกำหนดราคาเริ่มต้นประมูลที่ 4,500 ล้านบาทต่อ 5 เมกะเฮิรตซ์ โดยกำหนดราคาต่ำไปจากเดิมที่ กสทช.กำหนดไว้ที่ 6,440 ล้านบาท และเปลี่ยนรูปแบบโดยการปรับหลักเกณฑ์การประมูลใหม่ ให้เอกชนประมูลได้รายละ 15 เมกะเฮิรตซ์เท่ากัน อาจทำให้เอกชนทั้ง 3 รายสามารถได้รับการประมูลโดยไม่จำเป็นต้องแข่งขันกันประมูลแต่อย่างใดในทางปฏิบัติ ซึ่งขัดกับหลักการประมูลที่แท้จริง เพราะเท่ากับว่าการประมูลไม่ได้เกิดขึ้นจริง
     
      “คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 จึงขอเรียกร้องให้ กสทช.รีบแก้ไขให้เกิดการประมูลที่แท้จริงตามหลักเกณฑ์เดิมที่ให้มีการแข่งขันกันอย่างเต็มที่โดยเร็วเพื่อประโยชน์จะได้เกิดแก่ประชาชน ผมรู้สึกเสียใจที่ กสทช.เอาทรัพย์ของประชาชนที่มอบหมายให้ทำหน้าที่ดูแลไปมอบให้เอกชนในราคาต่ำ ยังข่มขู่เจ้าของทรัพย์ว่าจะฟ้องร้องอีก กสทช.ควรตระหนักถึงบทบาทและหน้าที่ของตนเองอย่างแท้จริง และพร้อมแก่การตรวจสอบจากประชาชนในทุกกรณี” นายอดุลย์กล่าว
     


ASTV ผู้จัดการ
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9550000125964

_________________________________________


รับไม่ได้ฮั้ว 3จี 'สุริยะใส' ยันไม่ต้องการล้มประมูล

“สุริยะใส กตะศิลา” เผยเตรียมหารือองค์กรภาคประชาชนฟ้องศาลปกครอง 15 ต.ค. เบรกประมูล 3จี ระบุรับไม่ได้ฮั้วประมูล ทำประเทศสูญกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท...

เมื่อวันที่ 13 ต.ค. นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน กล่าวว่า ในวันที่ 14 ต.ค. นี้ องค์กรภาคประชาชนกว่า 10 องค์กร นักวิชาการ นักกฎหมาย และอดีตสมาชิสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.ร.) เตรียมหารือร่วมกันถึงแนวทางและคำร้องที่จะยื่นฟ้องต่อศาลปกครองในวันที่ 15 ต.ค. เพื่อขอคุ้มคราวชั่วคราว กรณีสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. จัดการประมูลใบอนุญาตให้บริการ หรือ ไลเซ่นส์ 3จี 2.1 กิกะเฮิร์ตซ  เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2552 หรือ พ.ร.บ.ฮั้ว เนื่องจาก กสทช.ได้กำหนดเพดานการถือครองคลื่นความถี่ไว้ที่รายละ 15 เมกะเฮิร์ตซ จากคลื่นความถี่ที่มีอยู่ 45 เมกะเฮิร์ตซ หรือ แบ่ง ออกเป็น 9 ใบ ใบละ 5 เมกะเฮิร์ตซ ขณะที่ผู้เข่าร่วมประมูลมีเพียง 3 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค ดีแทค เนทเวอร์ค และ เรียล ฟิวเจอร์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเอไอเอส ดีแทค และทรู ตามลำดับ ส่งผลให้ไม่เกิดการแข่งขันด้านราคา เนื่องจากคลื่นความถี่ที่มีอยู่แบ่งกันได้ลงตัวพอดี


ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน กล่าวต่อว่า การหารือร่วมกันครั้งนี้ ยังต้องการให้ กสทช. ขยับราคาเริ่มต้นประมูลจากใบละ 4,500 ล้านบาท เป็น 6,440 ล้านบาท ตามผลการศึกษามูลค่าคลื่นความถี่ของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะการที่ กสทช.เลือกราคาเริ่มต้นเพียง 70% ของมูลค่าคลื่นจริง ส่งผลให้ประเทศต้องเสียผลประโยชน์ที่ควรจะได้รับ กว่า 1.7 หมื่นล้านบาท ขณะที่เอกชนทั้ง 3 รายได้ประกาศความพร้อมด้านเม็ดเงินในการประมูลว่าได้เตรียมไว้ถึง 2 หมื่นล้านบาท  ดังนั้น หากขยับราคาขึ้น เอกชนก็พร้อมที่จะเข้าร่วมประมูลเหมือนเดิม นอกจากนี้ยังยืนยันว่า จุดยืนการฟ้อง คือ ไม่ต้องการล้มประมูล 3จี แต่หากเป็นการประมูลในลักษณะบล็อกโหวต แบ่งผลประโยชน์กัน เชื่อว่าประชาชนไม่อยากได้ 3จีแบบนี้ และผู้ฟ้องร้องมีสิทธิ์ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ขัดขวางความเจริญ

อย่างไรก็ตาม นอกจากกลุ่มของนายสุริยะใสแล้ว ยังมีตัวแทนภาคประชาชนหลายราย เตรียมยื่นฟ้องในวันที่ 15 ต.ค. คือ อดีตสหภาพบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ในประเด็นที่ผู้ประกอบการยังไม่ได้โอนทรัพย์สินให้น่วยงานรัฐตามสัญญาสร้าง โอน ให้บริการ และนายบุญชัย รุ่งเรืองพิศาลสุข ตัวแทนผู้บริโภคจะยื่นฟ้องเรียกร้องให้กำหนดค่าบริการเหมาจ่าย 3 จี ในอัตรา 250 บาทต่อเดือน รวมถึงคดีของนายอานุภาพ ถิรลาภ นักวิชาการอิสระด้านโทรคมนาคม ที่ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 10 ต.ค. โดยคาดว่าศาลจะมีคำสั่งในวันที่ 15 ต.ค.ว่าจะรับฟ้องหรือคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่


ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/tech/298365

_________________________________________________


"สุริยะใส"เตรียมยื่นฟ้องศาลปกครองระงับประมูล 3G เก้าโมงเช้าพรุ่งนี้

คำแถลง กรณียื่นฟ้อง 3G

    ผมต้องอธิบายก่อนว่าการยื่นฟ้องศาลปกครองในวันพรุ่งนี้ ไม่ได้ต้องการล้มการประมูล 3G แต่ต้องการให้การประมูลป้องกันการฮั้ว และสามารถนำรายได้จากการประมูลเข้ารัฐอย่างที่ควรจะได้ เพราะเกณฑ์การประมูลที่จะใช้กันในวันที่ 16 ตุลาคมนี้ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านโทรคมนาคม จากทีดีอาร์ไอ และนักฎหมายหลายส่วนเห็นตรงกันว่าจะทำให้เกิดการฮั้วไม่มีการแข่งขันจริง ที่สำคัญทำให้รัฐเสียรายได้เฉพาะราคาตั้งต้นก็สูญไปกว่า 1.7 หมื่นล้านบาทแล้ว

    ไม่นับราคาประมูลซึ่งถ้ามีการแข่งขันกันจริงๆ จะทำให้ตัวเลขรายได้ขยับไปเกือบ 2 แสนล้านบาท ดูได้จากสูตรการประมูลอันเก่าก่อนหน้านี้ที่เรียกว่า สูตร N-1 นั้นมีการคาดการณ์กันของนักเศรษฐศาสตร์ว่าใบอนุญาตแต่ละใบราคาประมูลอาจสูงถึง 6-8.5 หมื่นล้านบาทแค่ 2 ใบก็เกือบ 1.5 แสนล้านบาทแล้ว

    แต่รอบนี้มาคิดสูตรกันใหม่ลดราคาตั้งต้นจาก 6,444 ล้านบาท เหลือ 4,5000 ล้านบาท แบ่งเป็น 9 ใบรวมกันก็จะตกราวๆ 5 หมื่นล้านบาทเท่านั้น คำถามคือรายได้ที่ควรจะได้แสนกว่าล้านบาทหายไปได้อย่างไร จริงๆแล้ว กสทช. ควรเอาเกณฑ์การประมูล N-1 มาใช้ จะทำให้รัฐจะได้ประโยชน์มากกว่า

    การล้มการประมูลครั้งที่แล้วศาลไม่ได้บอกว่าสูตร N-1 เป็นปัญหาอะไร เพราะศาลชี้แค่ประเด็นอำนาจในการประมูลควรเป็นของ กทช.องค์กรเดิมหรือ กสทช.องค์กรใหม่เท่านั้น ฉะนั้นเกณฑ์การประมูลก็ยังสามารถนำมาใช้ได้อีก แต่มาคิดสูตรกันใหม่จึงเกิดปัญหามีหลายฝ่ายฟ้องร้องไปที่ศาลแล้ว

    ที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะล่าช้าเป็นปีเหมือนครั้งที่แล้วนั้น ไม่จริงและเป็นไปไม่ได้ เพราะตอนนั้นที่ไปซ้าเพราะยังไม่มี กสทช.ต้องสรรหากันเกือบปี แต่ตอนนี้มี กสทช.แล้ว และ กสทช. ก็มีอำนาจสั่งพัก หยุด หรือเลื่อนประมูลได้ถ้ามีเหตุจำเป็น ตามประกาศหลักเกณฑ์วิธีการประมูล ในภาคผนวก ข้อที่ 5 ใก้อำนาจ กสทช.ไว้ชัดเจน ซึ่งสามารถแก้เกณฑ์การประมูลได้ภายในวันเดียวก็ย่อมทำได้ ไม่ได้ล่าช้าหรือเสียเวลาเป็นเดือนเป็นปีอย่างที่พยายามบิดเบือนกัน

    ไม่มีใครขัดขวาง 3G ทุกคนก็อยากมีอยากได้ แต่ต้องโปร่งใสและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศจริงๆ อย่าให้ทัศนคติแบบนักการเมืองหรือเจ้าหน้าที่รัฐโกงได้ถ้าตัวเองได้ประโยชน์ มาครอบงำกรณี 3G จนสังคมละเลยการตรวจสอบจะเสียหายในระยะยาว

     ในวันพรุ่งนี้เวลา 9.00 น ผมและตัวแทนอีกหลายองค์กรจะไปยื่นฟ้องที่ศาลปกครอง

นายสุริยะใส กตะศิลา
ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน
(Green Politics)
14 ตุลาคม 2555


มติชน
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1350212754&grpid=03&catid=03

_______________________________________


เครือข่าย ปชช.เตรียมยื่นฟ้องศาลให้ กสทช.ปรับราคาตั้งต้นประมูล 3G

      วันนี้ (14 ต.ค.) ที่สำนักงาน กสทช. ไม่ได้เปิดสถานที่ประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 3 จี ให้เอกชนเข้ามาดูสถานที่ จะมีเพียงแต่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวกับการจัดประมูล ในวันที่ 16 ตุลาคมนี้ ประชุมสรุปความพร้อมเท่านั้น
      ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาดูแลรักษาความเรียบร้อย ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 18 ตุลาคมนี้ ยืนยันว่า ไม่ได้มีมาตรการที่จะต้องรักษาความปลอดภัยเป็นพิเศษ และช่วงที่ผ่านมาไม่มีรายงานเหตุผิดปกติ จะมีเพียงแต่วันที่ 16 ซึ่งเป็นวันประมูล ที่ต้องเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่มากขึ้น
      ส่วนคดีที่ นายอนุภาพ ถิรลาภ นักวิชาการอิสระ ด้านโทรคมนาคม ฟ้องขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวระงับการประมูล เพื่อขอให้ กสทช.ออกประกาศมาตรฐาน ที่ปกป้องสิทธิประโยชน์ของผู้บริโภค ก่อนเกิดการประมูลให้เรียบร้อยก่อน รวมถึงกลุ่มของนายประหยัด เสนวิรัช นายกสมาคมสถาบันคุ้มครองสิทธิประโยชน์ผู้บริโภค ที่ฟ้องคุ้มครองชั่วคราว ขอให้ กสทช.เพิกถอนประกาศ ที่รับรองรายชื่อผู้ผ่านเข้าร่วมประมูลใบอนุญาต เพราะว่า 1 ใน 3 บริษัท มีชาวต่างชาติถือหุ้นขัดต่อกฎหมาย ทั้ง 2 เรื่องศาลยังไม่มีคำสั่งใดๆ จนถึงขณะนี้
      วันพรุ่งนี้ (15 ต.ค.) กลุ่มของนายสุริยะใส กตะศิลา พร้อมกับเครือข่ายภาคประชาชน จะยื่นฟ้องขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ศาลสั่ง กสทช.ไปพิจารณาปรับหลักเกณฑ์ การปรับเพิ่มราคาตั้งต้นการประมูลจาก 4,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 30 และหาก กสทช. ยังยืนยันเดินหน้าจัดการประชุม จะรวมตัวกันยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบด้วยเช่นกัน โดยการยื่นฟ้องวันพรุ่งนี้ จะมี นายนิติธร ล้ำเหลือ เป็นทนายความ

ASTV ผู้จัดการ
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9550000125827

_____________________________________


2 เครือข่ายฯ ร่วมยื่นล้มประมูล 15 ต.ค.นี้


      เครือข่ายโทรคมนาคมเพื่อประชาชน-เครือข่ายภาคประชาชน 10 องค์กร เผย 15 ต.ค.นี้ ยื่นฟ้องศาลเพื่อให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวการประมูล 3G 2.1GHz ที่กสทช.จะจัดขึ้นในวันที่ 16 ต.ค.นี้
     
      นายบุญชัย รุ่งเรืองไพศาลสุข ประธานเครือข่ายโทรคมนาคมเพื่อประชาชน เปิดเผยว่า ในวันที่ 15 ต.ค.นี้ จะเดินทางไปยังศาลปกครองกลาง เพื่อยื่นฟ้องกสทช.ให้ระงับการประมูล 3G เนื่องจากที่ผ่านมา กสทช.ได้ให้ข้อมูลข่าวสารกับประชาชนเพียงฝ่ายเดียว
     
      ทั้งที่จริงแล้วเครือข่ายฯซึ่งเป็นผู้คิดนวัตกรรมโครงการ 3G-200 ซึ่งจะเป็นการปฏิวัติการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทย ให้ประชาชนเสียค่าใช้จ่ายสูงสุดในระบบเหมาจ่ายในอัตราเดือนละเพียง 200 บาทเท่านั้น ซึ่งจะสามารถใช้โทรศัพท์ได้ทั้งการเข้าอินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงอย่างไม่จำกัดจำนวน
     
      "ที่ผ่านมาเราได้นำเสนอ และร่วมประชุมกับ พ.อ.เศรษฐพงศ์ และนายสุทธิพล ทวีชัยการ ซึ่งเป็นกรรมการกทค. รวมถึงคณะทำงานของ กสทช.มา 2 ครั้งแล้ว ซึ่งต่างก็ยอมรับว่าเป็นโครงการที่ดี และเป็นประโยชน์กับประชาชน แต่สุดท้ายแล้ว กสทช.ก็ไม่ดำเนินการให้กับประชาชนแต่อย่างใด"
     
      สำหรับ โครงการ 3G-200 สามารถดำเนินการได้เป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง อีกทั้งผู้ประกอบการก็สามารถมีกำไรอย่างดี ที่สำคัญตลอดระยะเวลา 15 ปีจะสามารถทำให้ประชาชนประหยัดค่าโทรศัพท์เป็นจำนวนถึง 1.5 ล้านล้านบาท ซึ่งอ้างอิงตามข้อมูลของ กสทช. ที่ในปัจจุบันมีผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนจำนวน 78 ล้านเลขหมาย ดังนั้นหากโครงการ 3G-200 เกิดขึ้น น่าจะมีผู้ใช้ปริมาณมากขึ้นกว่าเดิม หรืออาจจะถึง 80 ล้านเลขหมาย
     
      อย่างไรก็ตามเราคาดว่าน่าจะมีผู้ใช้บริการการ 3G หากเกิดโครงการจำนวน 60 ล้านเลขหมาย ส่วนที่เหลือ 20 ล้านเลขหมายอาจใช้ในระบบ 2G เดิม รวมทั้งประชาชนที่ใช้โทรศัพท์มือถือไม่เกิน 200 บาทก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้ ฉะนั้นประมาณการรายได้ก็จะอยู่ที่ 12,000 ล้านบาทต่อเดือน หรือ 140,000 ล้านบาทต่อปี
     
      นอกจากนี้ในวันเดียวกัน นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน พร้อมเครือข่ายภาคประชาชน 10 องค์กร จะร่วมยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อให้ศาลคุ้มครองชั่วคราว สั่งระงับประมูลเช่นเดียวกัน
     
      อีกทั้งจะขอให้ศาลสั่งกสทช.ปรับหลักเกณฑ์ราคาตั้งต้นการประมูลให้สูงกว่า 4,500 ล้านบาท เนื่องจากแม้จะสนับสนุนการประมูล 3G แต่ต้องเป็นการประมูลที่โปร่งใสและรักษาผลประโยชน์ของประชาชนให้เต็มที่กว่านี้ และต้องไม่เปิดโอกาสให้เกิดการฮั้วกันระหว่างเอกชน 3 ราย ที่เข้าร่วมประมูล
     
      พร้อมทั้งยังเตรียมยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ดำเนินการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการกสทช.ต่อไปด้วย

ASTV ผู้จัดการ
http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9550000125492

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.