Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

16 ตุลาคม 2555 (เกาะติดประมูล3G) สมเกียรติ TDRI ชี้ ลาบลอย-ประคานให้ ชัด!! ( ราคาแสนถูกต่ำกว่าปีละ 1 พันล้านบาทต่อปีเอง)

ประเด็นหลัก

นายสมเกียรติระบุว่า การประมูลครั้งนี้แม้จะทำให้ประชาชนมีบริการ 3G ใช้กันอย่างเต็มรูปแบบในปีหน้า แต่ก็ทำให้เกิดความเสียหายต่อรัฐและประชาชนในฐานผู้เสียภาษี เมื่อเทียบจากราคาประเมินถึง 16,335 ล้านบาท โดยผู้ประกอบการทั้งสามรายได้ประโยชน์จากส่วนต่างนี้ไปเป็นเสมือน “ลาภลอย” ทั้งนี้ยังไม่รวมประโยชน์ที่ได้จากการลดค่าสัมปทานที่ต้องจ่ายให้รัฐอีกปีละกว่า 4 หมื่นล้านบาท ที่สำคัญ การที่แต่ละรายได้คลื่น 3G มูลค่าถูกแสนถูกต่ำกว่าปีละ 1 พันล้านบาทต่อปีจะไม่มีผลต่ออัตราค่าบริการ 3G ที่ประชาชนต้องจ่ายแต่อย่างใด นอกจากจะเพิ่มกำไรให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทผู้ประกอบการ ดังจะเห็นได้จากราคาหุ้นของผู้ประกอบการที่เพิ่มขึ้น






_________________________________________

ปธ. TDRI จี้ กสทช.รับผิดชอบประมูล 3จี ทำรัฐเสียหายยับ-ป้อน “ลาภลอย” ค่ายมือถือ

ข้อความจากเว็บไซต์เฟซบุ๊กนายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานทีดีอาร์ไอ



ประธานทีดีอาร์ไอชี้ประมูล 3จี ได้ราคาเพิ่มจากราคาตั้งต้นเล็กน้อยตามคาด แต่รัฐเสียประโยชน์ 1.6 หมื่นล้าน ขณะผู้ประกอบการได้ “ลาภลอย” ค่าใบอนุญาตแสนถูกปีละไม่ถึง 1 พันล้าน แถมได้ลดค่าสัมปทานอีก 4 หมื่นล้านต่อปี แต่ชาวบ้านยังจ่ายค่าบริการเท่าเดิม ตอกย้ำข้อครหา กสทช.สมคบค่ายมือถือ จี้รับผิดชอบต่อความเสียหาย พร้อมวอนหน่วยงานรัฐสอบ
     
      วันนี้ (16 ต.ค.) นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวแสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊ก Somkiat Tangkitvanich ต่อการประมูล 3G ของกรรมการกิจการโทรคมนาคมและการสื่อสาร (กสทช.) ในวันนี้ว่า ผลการประมูลคลื่น 3G เป็นไปตามที่คาดหมายของตน คือ ได้ราคาเพิ่มขึ้นจากราคาตั้งต้นเพียงเล็กน้อยคือประมาณร้อยละ 2.8 เท่านั้น คือเพิ่มจากราคาตั้งต้นโดยรวม 9 ใบที่ 40,500 ล้านบาท เป็นเพียง 41,650 ล้านบาทเท่านั้น โดยมีคลื่น 6 ชุดที่มีราคาประมูลเท่ากับราคาตั้งต้น
     
      นายสมเกียรติระบุว่า การประมูลครั้งนี้แม้จะทำให้ประชาชนมีบริการ 3G ใช้กันอย่างเต็มรูปแบบในปีหน้า แต่ก็ทำให้เกิดความเสียหายต่อรัฐและประชาชนในฐานผู้เสียภาษี เมื่อเทียบจากราคาประเมินถึง 16,335 ล้านบาท โดยผู้ประกอบการทั้งสามรายได้ประโยชน์จากส่วนต่างนี้ไปเป็นเสมือน “ลาภลอย” ทั้งนี้ยังไม่รวมประโยชน์ที่ได้จากการลดค่าสัมปทานที่ต้องจ่ายให้รัฐอีกปีละกว่า 4 หมื่นล้านบาท ที่สำคัญ การที่แต่ละรายได้คลื่น 3G มูลค่าถูกแสนถูกต่ำกว่าปีละ 1 พันล้านบาทต่อปีจะไม่มีผลต่ออัตราค่าบริการ 3G ที่ประชาชนต้องจ่ายแต่อย่างใด นอกจากจะเพิ่มกำไรให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทผู้ประกอบการ ดังจะเห็นได้จากราคาหุ้นของผู้ประกอบการที่เพิ่มขึ้น
     
      “ผลการประมูลครั้งนี้ยังชี้ให้เห็นว่าข้อมูลที่ กสทช.พยายามโฆษณาให้ประชาชนเชื่อมาโดยตลอดว่าจะมีการแข่งขันมาก เนื่องจากคลื่นความถี่แต่ละชุดมีความแตกต่างกันมาก เสมือนเป็นที่ดินทำเลดีติดทะเลกับที่ดินแออัดติดถนนใหญ่ไม่เป็นความจริง และตอกย้ำความเชื่อของสาธารณชนในวงกว้างที่ว่า การประมูลครั้งนี้มีลักษณะเอื้อต่อการสมคบกันของผู้ประกอบการ” นายสมเกียรติระบุ
     
      นายสมเกียรติระบุอีกว่า นอกจากนี้ ผลการประมูลยังชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดอย่างร้ายแรงของการออกแบบการประมูล 2 ประการ คือ หนึ่ง การจำกัดคลื่นความถี่ที่ผู้ประกอบการแต่ละรายจะสามารถถือครองได้ให้เท่ากัน ทำให้ไม่เกิดการแข่งขันอย่างที่ควรจะเป็น สอง การกำหนดราคาประมูลขั้นต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง ทำให้เกิดความเสียหายมากเมื่อไม่มีการแข่งขันกันเท่าที่ควร ทั้งนี้ หาก กสทช.ได้รับฟังข้อทักท้วงของฝ่ายต่างๆ ก็จะไม่เกิดข้อผิดพลาดดังกล่าวขึ้น
     
      “ผมจึงขอเรียกร้องให้ กสทช.รับผิดชอบต่อความเสียหายต่อรัฐและประชาชนที่เกิดขึ้น โดยให้แถลงต่อประชาชนว่าจะมีการรับผิดชอบอย่างไร และขอเรียกร้องให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ นอกจากนี้ ในการประมูลคลื่นความถี่ 4G และคลื่นความถี่อื่นๆ ที่จะมีขึ้นต่อไป ก็ขอให้ระวังอย่าได้ใช้แนวทางเดียวกันมาดำเนินการอีก” นายสมเกียรติระบุ


ASTV ผู้จัดการ
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9550000126890

________________________________


TDRI ยันประมูล 3G รัฐเสียประโยชน์ จี้กสทช.แสดงความรับผิดชอบ


นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่า ผลการประมูลคลื่น 3จี ของ กสทช.เป็นไปตามที่คาดหมายของ คือได้ราคาเพิ่มขึ้นจากราคาตั้งต้นเพียงเล็กน้อยเพียง 2.8% เท่านั้น คือ เพิ่มจากราคาเริ่มต้นโดยรวม 9 ใบ ที่ 40,500 ล้านบาท มาเป็นเพียง 41,650 ล้านบาท โดยมีคลื่น 6 ชุดที่มีราคาประมูลเท่ากับราคาตั้งต้น



ทั้งนี้เห็นว่าการประมูลดังกล่าวแม้จะทำให้ประชาชนมีบริการ 3จี ใช้กันอย่างเต็มรูปแบบในปี 56 แต่ก็ทำให้เกิดความเสียหายต่อรัฐและประชาชนในฐานผู้เสียภาษี เมื่อเทียบจากราคาประเมินถึง 16,335 ล้านบาท พร้อมมองว่าผู้ประกอบการทั้ง 3 รายได้ประโยชน์จากส่วนต่างนี้ไปเป็นเสมือนลาภลอย ทั้งนี้ยังไม่รวมประโยชน์ที่ได้จากการลดค่าสัมปทานที่ต้องจ่ายให้รัฐอีกปีละกว่า 4 หมื่นล้านบาท ที่สำคัญการที่แต่ละรายได้คลื่น 3จี มูลค่าถูกแสนถูกคือต่ำกว่าปีละ 1 พันล้านบาท จะไม่มีผลต่ออัตราค่าบริการ 3จี ที่ประชาชนต้องจ่ายแต่อย่างใด นอกจากจะเพิ่มกำไรให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทผู้ประกอบการ ดังจะเห็นได้จากราคาหุ้นของผู้ประกอบการที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนั้น ผลของการประมูลในครั้งนี้ยังชี้ให้เห็นว่าข้อมูลที่ กสทช.พยายามโฆษณาให้ประชาชนเชื่อมาโดยตลอดว่าจะมีการแข่งขันมาก เนื่องจากคลื่นความถี่แต่ละชุดมีความแตกต่างกันมาก เสมือนเป็นที่ดินทำเลดี ติดทะเล กับที่ดินแออัดติดถนนใหญ่ไม่เป็นความจริง และตอกย้ำความเชื่อของสาธารณะชนในวงกว้างที่ว่าการประมูลไลเซ่นส์ครั้งนี้มีลักษณะเอื้อต่อการสมคบกันของผู้ประกอบการ

อีกทั้ง ผลการประมูลยังชี้ให้เห็นถึงข้อผิดพลาดอย่างร้ายแรงของการออกแบบการประมูล 2 ประการคือ 1.การจำกัดคลื่นความถี่ที่ผู้ประกอบการแต่ละรายจะสามารถถือครองได้ให้เท่ากัน ทำให้ไม่เกิดการแข่งขันอย่างที่ควรจะเป็น 2.การกำหนดราคาประมูลขั้นต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง ทำให้เกิดความเสียหายมาก เมื่อไม่มีการแข่งขันกันเท่าที่ควร ทั้งนี้หาก กสทช.ได้รับฟังข้อทักท้วงของฝ่ายต่างๆ ก็จะไม่เกิดข้อผิดพลาดดังกล่าวขึ้น

"ผมจึงขอเรียกร้องให้ กสทช.รับผิดชอบต่อความเสียหายต่อรัฐและประชาชนที่เกิดขึ้น โดยให้แถลงต่อประชาชนว่าจะมีการรับผิดชอบอย่างไร และขอเรียกร้องให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ นอกจากนี้ในการประมูลคลื่นความถี่ 4จี และคลื่นความถี่อื่นๆ ที่จะมีขึ้นต่อไป ก็ขอให้ระวังอย่าได้ใช้แนวทางเดียวกันมาดำเนินการอีก" นายสมเกียรติ กล่าว

--อินโฟเควสท์
http://www.ryt9.com/s/iq03/1510555

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.