Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

19 ตุลาคม 2555(เกาะติดประมูล3G) ++ ไม่ฟัง ที่ปรึกษา +++ ++ ที่ปรึกษาขอร้องให้ยกเลิก ประมูล3G ด่วน ++ (เช่อโดนฟ้องแน่นอน)

ประเด็นหลัก

 บันทึกข้อความของนายณกฤช เศวตนันท์ ที่ปรึกษา พ.อ.เศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช.ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ส่งถึง พ.อ.เศรษฐพงศ์ เมื่อวันที่ 17 ต.ค.2555 ก่อนประชุม กทค.เพื่อรับรองผลการประมูลไลเซ่นส์ 3 จี เพื่อขอให้ ยกเลิกการประมูลไลเซ่นส์ 3 ในวันดังกล่าว โดยให้เหตุผลเป็นข้อๆ ดังต่อไปนี้

     1.มีพฤติการณ์ที่ผู้เข้าร่วมประมูลไม่สู้ราคากันอย่างแท้จริง
     เนื่องจากศาลปกครองมีหลักในการพิจารณาอยู่ที่ประโยชน์สาธารณะและประโยชน์ของรัฐเป็นสำคัญ กสทช.ในฐานผู้ถูกฟ้องคดีภายหลังผลการประมูลออกมาเช่นนี้จะไม่มีเหตผลเหมาะสมในการอ้างต่อสู้ได้ เพราะ กสทช.ย่อมมีหน้าที่ประการหนึ่งในการจัดกประมูลคลื่นความถี่เพื่อนำรายได้ส่งเข้ารัฐ แม้จะยกข้อกล่าวอ้างสมดุลประโยชน์ของทั้ง 3 ฝ่ายขึ้นมากล่าวในขณะนี้ ก็อาจทำให้ไม่มีน้ำหนักเพียงพอเสียแล้ว เนื่อง จาก กสทช.มีหน้าที่จัดการประมูลให้เป็นไปโดยโปร่งใส เป็นธรรมและรัฐต้องได้ประโยชน์ตามสมควร แต่เนื่องจากผลการประมูลที่ออกมาทำให้ถูกสังคมมองว่าการจัดประมูลในครั้งนี้ เป็นการเอื้อให้เอกชนไม่ต้องเสนอราคาเพิ่มสูงขึ้น ดังปรากฎตัวอย่างตามข่าวที่แนบและยังเป็นตัวอย่างอีกด้วยว่า กสทช.เคยถูกทักท้วงจากสื่อมวลชนจำนวนมากที่กล่าวว่า กสทช.เอื้อให้มีการสมยอมกันในการประมูลครั้งนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ กสทช.กำหนดเพดานการถือครองคลื่นความถี่ไว้อยู่ที่ 15 MHz เมื่อมีผู้เข้าประมูล 3 รายจึงเท่ากับแบ่งกันไปคนละ 15 MHz รวมเป็นคลื่นจำนวน 45 MHz พอดีโดยไม่ต้องมีการแข่งขัน คือแบ่งกันเรียบร้อยตั้งแต่ยังไม่ประมูล
    
 ข้อพิพาทหรือโต้แย้งดังกล่าวเป็นกรณีผลการประมูลที่มีจำนวนคลื่นความถี่ 6 slot ที่ราคาตั้งต้น 4.5 พันล้านบาทเป็นคนละกรณีกับการกำหนดราคาประมูลตั้งต้น 4.5 พันล้านบาทแทนจำนวน 6.4 พันล้านบาทตามที่คณะวิจัยจากจุฬาฯ เสนอ ซึ่งเป็นข้อพิพาทหรือข้อโต้แย้งอีกอย่างหนึ่ง



     2.เรื่องความรับผิดในทางอาญาตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐฯ เป็นเรื่องที่ควรระมัดระวังให้มาก เนื่องจากในขณะนี้มีผู้ยื่นเรื่องร้องทุกข์ต่อ ป.ป.ช.จำนวนประมาณ 2 รายแล้ว
     จากการศึกษา พ.ร.บ.ดังกล่าว พบว่าหาก กทค.รับรองผลการประมูลที่เกิดขึ้น ทำให้ กสทช.มีความสุ่มเสี่ยงที่จะต้องรับผิดชอบในทางอาญา ใน 2 มาตรา ได้แก่มาตรา 10 และมาตรา 11
     “มาตรา 10 เจ้า หน้าที่ในหน่วยงานของรัฐผู้ใดซึ่งมีอำนาจหรือหน้าที่ในการอนุมัติ การพิจารณาหรือการดำเนินการใดๆที่เกี่ยวข้องกับการเสนอราคาครั้งใด รู้หรือมีพฤติการณ์ปรากฎแจ้งชัดว่าควรรู้ว่าการเสนอราคาในครั้งนั้นมีการ กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ละเว้นไม่ดำเนินการเพื่อให้มีการยกเลิกการดำเนินการเกี่ยวกับการเสนอราคาใน ครั้งนั้น มีความผิดฐานกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 2หมื่นบาทถึง 2 แสนบาท
     “มาตรา 11 เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐผู้ใด หรือผู้ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานของรัฐผู้ใดโดยทุจริตทำการออกแบบ กำหนดราคา กำหนดเงื่อนไข หรือกำหนดผลประโยชน์ตอบแทน อันเป็นมาตรฐานในการเสนอราคาโดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม หรือเพื่อช่วยเหลือให้ผู้เสนอราคารายใดได้มีสิทธิเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยไม่เป็นธรรม หรือเพื่อกีดกันผู้เสนอราคารายใดได้มีโอกาสเข้าแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 1 แสนบาทถึง 4 แสนบาท
   
     “มาตรา 4 ผู้ใดตกลงร่วมกันในการเสนอราคา เพื่อวัตถุประสงค์ที่จะให้ประโยชน์แก่ผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ โดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม หรือโดยการกีดกันมิให้มีการเสนอสินค้าหรือบริการอื่นต่อหน่วยงานของรัฐ หรือโดยการเอาเปรียบแก่หน่วยงานของรัฐอันมิใช่เป็นไปในทางการประกอบธุรกิจปกติ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสามปี และปรับร้อยละห้าสิบของจำนวนเงินที่มีการเสนอราคาสูงสุดในระหว่างผู้ร่วมกระทำความผิดนั้น หรือของจำนวนเงินที่มีการทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐแล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า

    
     3. เนื่องจากศาลอาญาจะมองว่า กสทช.มีเจตนาทุจริตโดยเอื้ออให้เกิดการสมยอมกันมาตั้งแต่ต้นแล้ว และเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นจริง กสทช.ก็ไม่คิดแก้ไขให้ถูกต้อง จนศาลปกครองต้องมีคำสั่งให้ยกเลิกการประมูล

    
     4.ขอเสนอให้ กสทช.ออกประกาศกำหนดอัตราค่าบริการขั้นสูงสำหรับผู้ชนะการประมูลไลเซ่นส์ 3 จี เป็นการล่วงหน้าโดยเร็วที่สุด โดยต้องครอบคลุมทั้งบริการประเภทเสียงและบริการประเภทข้อมูลได้ใช้ 3 จี ในราคาที่ต่ำเพื่อแสดงให้ประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องได้เห็นว่า กสทช.กำหนดราคาตั้งต้นประมูลที่ 4.5 พันล้านบาท เพื่อให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์ด้วยการใช้ 3 จี ในราคาที่ถูก


____________________________________________

อีกฉบับ! กุนซือ ประธาน กทค.ชี้ประมูล 3 จีเสี่ยงผิด พ.ร.บ.ฮั้ว ชงล้มเริ่มใหม่

อีกฉบับ! ที่ปรึกษา "พ.อ.เศรษฐพงศ์" ประธาน กทค.ชี้ประมูล 3 จี เสี่ยงผิด พ.ร.บ.ฮั้ว เหตุไม่มีการแข่งขันทางราคา แบ่งเอกชนรายละ 3 สลอตเท่ากัน ชงล้มเริ่มใหม่

     นอกจาก คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ที่ได้ส่งหนังสือ "ด่วนที่สุด" ที่ กค (กพวอ) 0421.3/42301 ลงวันที่ 18 ต.ค.2555 ถึงประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อท้วงติงว่าการประมูลในอนุญาตประกอบการ หรือไลเซ่นส์ คลื่นความถี่ 3 จี 2.1 กิกะเฮิร์ตซ์ เมื่อวันที่ 16 ต.ค.2555 ไม่มีการแข่งขันทางราคาอย่างแท้จริง สุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 หรือที่เรียกกันว่า พ.ร.บ.ฮั้ว

     ล่าสุด สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ยังได้รับเอกสารเป็นบันทึกข้อความของนายณกฤช เศวตนันท์ ที่ปรึกษา พ.อ.เศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช.ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ส่งถึง พ.อ.เศรษฐพงศ์ เมื่อวันที่ 17 ต.ค.2555 ก่อนประชุม กทค.เพื่อรับรองผลการประมูลไลเซ่นส์ 3 จี เพื่อขอให้ ยกเลิกการประมูลไลเซ่นส์ 3 ในวันดังกล่าว โดยให้เหตุผลเป็นข้อๆ ดังต่อไปนี้

     1.มีพฤติการณ์ที่ผู้เข้าร่วมประมูลไม่สู้ราคากันอย่างแท้จริง โดยมี slot ที่มีราคาประมูลสุดท้ายจบที่เท่ากับราคาประมูลตั้งต้นคือ 4.5 พันล้านบาทถึง 6 slot อันได้แก่ slot B, C, D, F, G และ I โดยทั้ง 6 slot ดังกล่าวเป็นของผู้ชนะการประมูล 2 ราย คือ บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค จำกัดและบริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด รายละ 3 slot รวมเป็นเงินประมูลเท่ากับรายละ 13,500 บาท ซึ่งถึงแม้ว่าในภาคผนวก ข. (กฎการประมูล) จะได้ระบุว่า ราคาประมูลตั้งต้นจำนวน 4.5 พันล้านบาทเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ก็ตาม แต่พฤติการณ์ดังที่กล่าวข้างต้นนั้นทำให้เห็นว่าในการประมูลวันที่ 16 ต.ค.2555 ที่ผ่านมา ไม่มีการแข่งขันกันจริง โดยเฉพาะมีผู้ประกอบการ 2 รายที่มุ่งหาแต่ slot ที่ว่างแล้วเสนอราคาที่ราคาตั้งต้น โดยที่ไม่มีการเสนอราคาเพิ่มแต่อย่างใด ดังนั้นบอร์ด กทค.จึงควรพิจารณารับรองการประมูลในครั้งนี้ และประกาศยกเลิกการประมูลวันที่ 16 ต.ค.2555 ที่ผ่านมา
     หาก กทค.ไม่ประกาศยกเลิกการประมูลด้วยตนเองก็จะมีอีกหลายฝ่ายอื่นที่จะยื่นฟ้องศาลปกครองเพื่อขอให้ยกเลิกการประมูลครั้งที่ผ่านมา เช่น กลุ่มของนายสุริยะใส (กตะศิลา แกนนำกลุ่มกรีน) เนื่องจากในขณะนี้มีหลายกลุ่มหลายฝ่ายที่คอยจ้างจะฟ้องล้มการประมูลจำนวนมากกับรุมฟ้องคณะกรรมการ กสทช.ในทางอาญา ประกอบกับหาก กสทช.ถูกฟ้องศาลปกครองจะทำให้ กสทช.มีโอกาสชนะคดีน้อย เนื่องจากศาลปกครองมีหลักในการพิจารณาอยู่ที่ประโยชน์สาธารณะและประโยชน์ของรัฐเป็นสำคัญ กสทช.ในฐานผู้ถูกฟ้องคดีภายหลังผลการประมูลออกมาเช่นนี้จะไม่มีเหตผลเหมาะสมในการอ้างต่อสู้ได้ เพราะ กสทช.ย่อมมีหน้าที่ประการหนึ่งในการจัดกประมูลคลื่นความถี่เพื่อนำรายได้ส่งเข้ารัฐ แม้จะยกข้อกล่าวอ้างสมดุลประโยชน์ของทั้ง 3 ฝ่ายขึ้นมากล่าวในขณะนี้ ก็อาจทำให้ไม่มีน้ำหนักเพียงพอเสียแล้ว เนื่องจาก กสทช.มีหน้าที่จัดการประมูลให้เป็นไปโดยโปร่งใส เป็นธรรมและรัฐต้องได้ประโยชน์ตามสมควร แต่เนื่องจากผลการประมูลที่ออกมาทำให้ถูกสังคมมองว่าการจัดประมูลในครั้งนี้เป็นการเอื้อให้เอกชนไม่ต้องเสนอราคาเพิ่มสูงขึ้น ดังปรากฎตัวอย่างตามข่าวที่แนบและยังเป็นตัวอย่างอีกด้วยว่า กสทช.เคยถูกทักท้วงจากสื่อมวลชนจำนวนมากที่กล่าวว่า กสทช.เอื้อให้มีการสมยอมกันในการประมูลครั้งนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ กสทช.กำหนดเพดานการถือครองคลื่นความถี่ไว้อยู่ที่ 15 MHz เมื่อมีผู้เข้าประมูล 3 รายจึงเท่ากับแบ่งกันไปคนละ 15 MHz รวมเป็นคลื่นจำนวน 45 MHz พอดีโดยไม่ต้องมีการแข่งขัน คือแบ่งกันเรียบร้อยตั้งแต่ยังไม่ประมูล
     ข้อพิพาทหรือโต้แย้งดังกล่าวเป็นกรณีผลการประมูลที่มีจำนวนคลื่นความถี่ 6 slot ที่ราคาตั้งต้น 4.5 พันล้านบาทเป็นคนละกรณีกับการกำหนดราคาประมูลตั้งต้น 4.5 พันล้านบาทแทนจำนวน 6.4 พันล้านบาทตามที่คณะวิจัยจากจุฬาฯ เสนอ ซึ่งเป็นข้อพิพาทหรือข้อโต้แย้งอีกอย่างหนึ่ง
     2.เรื่องความรับผิดในทางอาญาตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐฯ เป็นเรื่องที่ควรระมัดระวังให้มาก เนื่องจากในขณะนี้มีผู้ยื่นเรื่องร้องทุกข์ต่อ ป.ป.ช.จำนวนประมาณ 2 รายแล้ว
     จากการศึกษา พ.ร.บ.ดังกล่าว พบว่าหาก กทค.รับรองผลการประมูลที่เกิดขึ้น ทำให้ กสทช.มีความสุ่มเสี่ยงที่จะต้องรับผิดชอบในทางอาญา ใน 2 มาตรา ได้แก่มาตรา 10 และมาตรา 11
     “มาตรา 10 เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐผู้ใดซึ่งมีอำนาจหรือหน้าที่ในการอนุมัติ การพิจารณาหรือการดำเนินการใดๆที่เกี่ยวข้องกับการเสนอราคาครั้งใด รู้หรือมีพฤติการณ์ปรากฎแจ้งชัดว่าควรรู้ว่าการเสนอราคาในครั้งนั้นมีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ละเว้นไม่ดำเนินการเพื่อให้มีการยกเลิกการดำเนินการเกี่ยวกับการเสนอราคาในครั้งนั้น มีความผิดฐานกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 2หมื่นบาทถึง 2 แสนบาท
     “มาตรา 11 เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐผู้ใด หรือผู้ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานของรัฐผู้ใดโดยทุจริตทำการออกแบบ กำหนดราคา กำหนดเงื่อนไข หรือกำหนดผลประโยชน์ตอบแทน อันเป็นมาตรฐานในการเสนอราคาโดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม หรือเพื่อช่วยเหลือให้ผู้เสนอราคารายใดได้มีสิทธิเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยไม่เป็นธรรม หรือเพื่อกีดกันผู้เสนอราคารายใดได้มีโอกาสเข้าแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 1 แสนบาทถึง 4 แสนบาท
     ในขณะที่มาตรา 11 จะมีความยากอยู่ที่ผู้ฟ้องคดีจะต้องพิสูจน์ให้ได้เสียก่อนว่า กสทช.ได้กระทำโดยมีเจตนาทุจริต แต่ในมาตรา 10 นั้น เพียงแค่รู้หรือมีพฤติการณ์ปรากฎแจ้งชัดว่าควรรู้ว่าการเสนอราคาในครั้งนั้นมีการกระทำความผิด แต่ละเว้นไม่ดำเนิเนการยกเลิกการดำเนินการเกี่ยวกับการเสนอราคาในครั้งนั้น ก็จะถือว่ามีความผิดแล้ว
     โดยความผิดที่รู้หรือมีพฤติการณ์ปรากฎแจ้งชัดว่าควรรรู้ว่ามีการกระทำผิดในการประมูลในครั้งนี้ อยู่ใน พ.ร.บ.ดังกล่าว มาตรา 4
     “มาตรา 4 ผู้ใดตกลงร่วมกันในการเสนอราคา เพื่อวัตถุประสงค์ที่จะให้ประโยชน์แก่ผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ โดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม หรือโดยการกีดกันมิให้มีการเสนอสินค้าหรือบริการอื่นต่อหน่วยงานของรัฐ หรือโดยการเอาเปรียบแก่หน่วยงานของรัฐอันมิใช่เป็นไปในทางการประกอบธุรกิจปกติ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสามปี และปรับร้อยละห้าสิบของจำนวนเงินที่มีการเสนอราคาสูงสุดในระหว่างผู้ร่วมกระทำความผิดนั้น หรือของจำนวนเงินที่มีการทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐแล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า
     ตัวอย่างความผิดตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว มาตรา 10 ปรากฎตามเอกสารเผยแพร่ของ ป.ป.ช. เช่น ในการประมูลงานก่อสร้างอาคารเรียนของจังหวัดหนี่งที่มี 6 อำเภอ มีผู้ยื่นซองเพียง 3 รายเท่านั้น คือ ก., ข. และ ค. แล้วผลัดกันได้งานรายละ 2 อำเภอ ในราคาที่ใกล้เคียงกันและมีหลักฐานข้อมูลความเกี่ยวพันระหว่างกัน ก็อาจถือได้ว่าเป็นพฤติการณ์ควรรู้ว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐฯ แล้ว
     3.นอกจากที่ว่าหาก กสทช.ไม่สั่งยกเลิกการประมูลแล้ว จะต้องมีคนมาฟ้องล้มการประมูลต่อศาลปกครองดังกล่าวที่กล่าวในข้อ 1. แล้ว ยังส่งผลต่อเนื่องว่าหากศาลปกครองมีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีเหล่านั้นชนะคดีโดยศาลยกเลิกการประมูล จะทำให้การต่อสู้คดีอาญาของ กสทช.ตามข้อ 2. ยิ่งกระทำได้ยากมากยิ่งขึ้น โอกาสที่จะชนะคดีจะยิ่งเกิดขึ้นได้ยาก เนื่องจากศาลอาญาจะมองว่า กสทช.มีเจตนาทุจริตโดยเอื้ออให้เกิดการสมยอมกันมาตั้งแต่ต้นแล้ว และเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นจริง กสทช.ก็ไม่คิดแก้ไขให้ถูกต้อง จนศาลปกครองต้องมีคำสั่งให้ยกเลกการประมูล
     ดังนั้น ผมจึงขอเสนอให้ประกาศยกเลิกการประมูลเมื่อวันที่ 16 ต.ค.2555 แล้วประกาศจัดการประมูลใหม่ โดยแจ้งว่าต้องตีความประกาศ 3G ภาคผนวก ข. กฎการประมูลเสียใหม่ ว่าราคาสุดท้ายจะเท่ากับราคาประมูลตั้งต้นไม่ได้ และโดยไม่ต้องทำการแก้ไขประกาศ 3G กับไม่ต้องทำประชาพิจารณ์ใหม่
     4.ขอเสนอให้ กสทช.ออกประกาศกำหนดอัตราค่าบริการขั้นสูงสำหรับผู้ชนะการประมูลไลเซ่นส์ 3 จี เป็นการล่วงหน้าโดยเร็วที่สุด โดยต้องครอบคลุมทั้งบริการประเภทเสียงและบริการประเภทข้อมูลได้ใช้ 3 จี ในราคาที่ต่ำเพื่อแสดงให้ประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องได้เห็นว่า กสทช.กำหนดราคาตั้งต้นประมูลที่ 4.5 พันล้านบาท เพื่อให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์ด้วยการใช้ 3 จี ในราคาที่ถูก
     จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา

     นายณกฤช เศวตนันทน์

     ที่ปรึกษาประจำรองประธาน กสทช. (พ.อ.เศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ)

สำนักข่าวอิศรา

http://www.isranews.org/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7/57-2012-08-12-13-59-01/17137-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2-%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%84-%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5-3G.html

___________________________________________




จับตา! เปิด "เอกสารลับ" เอาผิด กสทช.ปม 3 จี กลางรายการ "ตอบโจทย์" คืนนี้

จับตา! เปิด เอกสารลับเอาผิด กสทช.ปมประมูล 3 จี กลางรายการ ตอบโจทย์คืนนี้

     สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ได้รับการแจ้งว่า รายการ ที่นี่ตอบโจทย์ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ในคืนนี้ (19 ต.ค.) ระหว่างเวลา 21.30-22.00 น. ดำเนินรายการโดยนายภิญโญ ไตรสุริยธรรมา จะมีการพูดคุยกับเรื่องการประมูลใบอนุญาตการประกอบกิจการ หรือไลเซ่นส์ คลื่นความถี่ 3 จี 2.1 กิกะเฮิร์ตซ์ ที่จัดโดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันที่ 16 ต.ค.2555 ที่หลายฝ่ายติงว่ามีความผิดปกติ เนื่องจากผู้ชนะการประมูล 2 ใน 3 ราย ไม่ได้เคาะราคาเพิ่มจากราคาขั้นต้น 4.5 พันล้านบาทต่อ 5 เมกะเฮิร์ตซ์เลยแม้แต่บาทเดียว กระทั่งกระทรวงการคลังทำหนังสือถึงประธาน กสทช.ติงว่าไม่มีการแข่งขันทางราคาอย่างแท้จริง อาจมีการสมยอมราคาซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 หรือ พ.ร.บ.ฮั้ว
      รายงานข่าวได้แจ้งว่า นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน หนึ่งในแขกรับเชิญ จะนำ เอกสารลับซึ่งอ้างว่าได้มาจากคนในสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่เปิดเผยเบื้องหลังการประมูลไลเซ่นส์ 3 จีดังกล่าว ถึงขนาดมีการเสนอกันเป็นการภายในคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ที่มี พ.อ.เศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ เป็นประธาน ว่าควรจะล้มเลิกการประมูลแล้วเริ่มต้นใหม่เพราะสุ่มเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องเอาผิดทางอาญา ตาม พ.ร.บ.ฮั้ว มาแสดงกลางรายการ ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้ว่า นายสุริยะใสจะประกาศในรายการว่าจะนำ เอกสารลับดังกล่าว ไปประกอบคำร้องที่ยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้เอาผิดกับคณะกรรมการ กสทช.ที่จัดการประมูลไลเซ่นส์ 3 จีไม่โปร่งใส เอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน


สำนักข่าวอิศรา
http://www.isranews.org/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7/57-2012-08-12-13-59-01/17155-%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A-3G-%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%97%E0%B8%8A-%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%88%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C.html

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.