Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

22 ตุลาคม 2555 (เกาะติดประมูล3G) นักวิชาการจวกฮั้วประมูล 3G หวั่นทำไทยสะดุดล้าหลังเทคโนโลยี

ประเด็นหลัก

ศาสตราจารย์ ดร.ถวิล พึ่งมา อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดเผยว่า กรณีที่เครือข่าย และองค์กรต่างๆ ออกมาโจมตีการประมูล 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1GHz ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) ว่าไม่โปร่งใส ปล่อยให้มีการฮั้วประมูลถึงขั้นเสนอให้ ป.ป.ช.และ สตง.เข้ามาตรวจสอบนั้น มองว่าทุกฝ่ายกำลังหลงทาง เพราะมุ่งแต่จะตั้งราคาประมูลค่าคลื่นสูง โดยไม่ดูผลกระทบที่จะตามมา ทั้งที่ควรพิจารณาเร่งรัดให้ผู้ประกอบการลงทุนสร้าง และขยายเครือข่าย 3จี ให้ครอบคลุมทั้งประเทศซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากกว่า

"เรื่องฮั้วประมูลหรือไม่ โปร่งใสหรือไม่ กสทช.คงทำอะไรไปได้ไม่มากกว่านี้เพราะกฎหมายจัดตั้ง กสทช.กำหนดให้ใช้วิธีการประมูล ทั้งที่ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องเสมอไปไม่ได้เป็นวิธีที่จะกันการฮั้วประมูลอะไรได้ไม่ว่าจะออกแบบอย่างไร หรือไปตั้งราคาสูงเท่าไรเพราะหากเอกชนเขาจะฮั้วประมูลกันจริงแค่เขาจับมือกันตั้งเพดานราคาประมูลสูงเกินกว่า 5,000 ล้านแล้วเขาไม่เสนอราคา กสทช.จะทำอะไรได้ สุดท้ายคนไทยเรานั่นแหละจะสูญเสียประโยชน์ และหากท้ายที่สุดแล้ว ไม่สามารถผลักดัน 3จี ครั้งนี้ได้ไม่เพียงแต่ประเทศไทยจะไม่มี 3จี ใช้เท่านั้น การประมูลคลื่น 4จี และ 5จี ในอนาคตก็คงไม่เกิดขึ้น"

_________________________________




นักวิชาการจวกฮั้วประมูล3จีหวั่นทำไทยสะดุดล้าหลังเทคโนโลยี

อธิการบดี สจล. เตือนสติคนจับผิดเอกชนฮั้วประมูล 3จี ชี้ 3-4 ปี ทั่วโลกเข้าสู่เทคโนโลยีใหม่แอลทีอี แนะเดินหน้าสู่การพัฒนาประเทศ...

ศาสตราจารย์ ดร.ถวิล พึ่งมา อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดเผยว่า กรณีที่เครือข่าย และองค์กรต่างๆ ออกมาโจมตีการประมูล 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1GHz ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) ว่าไม่โปร่งใส ปล่อยให้มีการฮั้วประมูลถึงขั้นเสนอให้ ป.ป.ช.และ สตง.เข้ามาตรวจสอบนั้น มองว่าทุกฝ่ายกำลังหลงทาง เพราะมุ่งแต่จะตั้งราคาประมูลค่าคลื่นสูง โดยไม่ดูผลกระทบที่จะตามมา ทั้งที่ควรพิจารณาเร่งรัดให้ผู้ประกอบการลงทุนสร้าง และขยายเครือข่าย 3จี ให้ครอบคลุมทั้งประเทศซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากกว่า

"เรื่องฮั้วประมูลหรือไม่ โปร่งใสหรือไม่ กสทช.คงทำอะไรไปได้ไม่มากกว่านี้เพราะกฎหมายจัดตั้ง กสทช.กำหนดให้ใช้วิธีการประมูล ทั้งที่ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องเสมอไปไม่ได้เป็นวิธีที่จะกันการฮั้วประมูลอะไรได้ไม่ว่าจะออกแบบอย่างไร หรือไปตั้งราคาสูงเท่าไรเพราะหากเอกชนเขาจะฮั้วประมูลกันจริงแค่เขาจับมือกันตั้งเพดานราคาประมูลสูงเกินกว่า 5,000 ล้านแล้วเขาไม่เสนอราคา กสทช.จะทำอะไรได้ สุดท้ายคนไทยเรานั่นแหละจะสูญเสียประโยชน์ และหากท้ายที่สุดแล้ว ไม่สามารถผลักดัน 3จี ครั้งนี้ได้ไม่เพียงแต่ประเทศไทยจะไม่มี 3จี ใช้เท่านั้น การประมูลคลื่น 4จี และ 5จี ในอนาคตก็คงไม่เกิดขึ้น"

ศาสตราจารย์ ดร.ถวิล กล่าวด้วยว่า ในต่างประเทศการจัดสรรคลื่น 3จี ส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้วิธีประมูล แต่จัดสรรตรงไปยังผู้ประกอบการรายเดิมเพื่อเป็นแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการเร่งพัฒนาและขยายเครือข่าย ทั้งจีน ญี่ปุ่น หรือเวียดนาม ต่างก็จัดสรรคลื่นโดยไม่ประมูลทั้งสิ้น เพราะรัฐบาลต้องการให้เอกชนแข่งขันกันที่การพัฒนาคุณภาพและเครือข่าย ยิ่งผู้ประกอบการขยายเครือข่ายได้กว้างและครอบคลุมประชาชนยิ่งได้ประโยชน์ ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่า คลื่นความถี่ 2.1GHz ที่ให้บริการ 3จี เป็นคลื่นที่มีมูลค่าสูงนั้น เป็นการมองตลาดโดยไม่รู้ข้อเท็จจริงและสภาพตลาด เพราะภายในปี 2558 จะเริ่มมีเทคโนโลยีใหม่ แอลทีอี หรือ 4จี เริ่มให้บริการแล้ว โดยประเทศต่างๆ ทั่วโลกก็เริ่มมุ่งไปสู่คลื่นใหม่ ดังนั้น คลื่น 3จี ที่ไทยนำออกประมูลครั้งนี้ เอกชนที่ได้ไปต้องรีบเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ภายใน 3-4 ปีนี้ให้ได้ ไม่เช่นนั้นก็อาจขาดทุน ตนจึงไม่แปลกใจที่ค่ายมือถือต่างๆ ไม่อยากเสนอราคาประมูล ประกอบกับโอกาสที่จะแสวงหากำไรจากการประกอบการไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเดิมสามารถเก็บค่าบริการเสียง (วอยซ์) ได้นาทีละ 9 บาท แต่ปัจจุบันค่าบริการสามารคิดได้เพียง 0.99 บาทเท่านั้น

"เราไม่ควรมองแต่เรื่องของเงินประมูล แต่ควรมองในเรื่องการขยายเครือข่ายเน็ตเวิร์กเป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องเรียกเก็บสูง เพื่อให้เอกชนมีเงินไปลงทุนขยายเครือข่ายให้มากที่สุดได้เป็นแสนล้านยิ่งดี ถึงเวลานั้น กสทช.และรัฐจะได้ประโยชน์กลับมามากกว่าเงินกินเปล่านี้ เพราะหากทั้ง 3 ค่ายมีการแข่งขันสมบูรณ์ แค่ลูกค้าผู้ใช้บริการ 20 ล้านคน ใช้บริการวันละ 20 บาท/คน ก็มีเงินสะพัด 400 ล้านบาท/วันแล้ว กสทช.จะได้ค่าธรรม เนียมที่เรียกเก็บ 6.5%ของรายได้สุทธิ รัฐเองก็ได้ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% รวมแล้ว 13.5% ของรายได้แล้ว แทนที่จะรีบถอนขนห่าน น่าจะปล่อยให้ห่านมีขนขึ้นมาเสียก่อนแล้วค่อยถอน".


ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/tech/300591

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.