Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

26 ตุลาคม 2555 (เกาะติดประมูล3G)หมอลี่คลื่นถูกกว่าสิงคโปร์-ไต้หวัน-อินเดีย//สุริยะใสเร่งป.ป.ช.อยากมี3Gแต่ปลอดโกง//กสทช.ตั้งทีมก่อนออกใบ

ประเด็นหลัก

สุริยะใสเร่ง ป.ป.ช.อยากให้มี3Gแต่ต้องปลอดโกง




ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ที่มี น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรี เป็นประธาน กมธ. โดยในวันนี้ มีวาระพิจารณาตรวจสอบการดำเนินการประมูล 3G ว่า เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล หรือเข้าข่ายการกระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาฯ (พ.ร.บ.ฮั้ว) หรือไม่



โดย พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธาน กทค. และรองประธาน กสทช. ชี้แจงว่า กสทช.ดำเนินการจัดประมูลที่เป็นไปตามระเบียบและหลักเกณฑ์ของคณะอนุกรรมรองรับการใช้งานคลื่น 3G 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ทั้งการกำหนดคลื่นความถี่และราคาที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดการแข่งขัน ซึ่งยืนยันว่าการดำเนินงานเป็นไปตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคา ที่มีความเป็นธรรมและโปร่งใส เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก โดยไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้กับบุคคลใด หรือบริษัทใดๆ

ด้านนายประวิทย์ สี่สถาพรวงศา กสทช. ที่เป็นหนึ่งในเสียงที่ไม่เห็นด้วยกับการประมูลดังกล่าว กล่าวว่า การกำหนดราคาแม้มีการตั้งราคาต่ำสุด แต่ควรมีการกำหนดราคาตั้งต้นที่สูงพอสมควร โดยค่าเฉลี่ยควรตั้งอยู่ที่ร้อยละ 82 จากต่ำสุดคือ ร้อยละ 67 และมีผู้ประกอบการอย่างน้อยหนึ่งรายที่มีพฤติกรรมไม่แข่งขัน โดยการรอช่องสัญญาณที่เหลือในระหว่างการประมูล ขณะที่ นางสาวสุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ชี้แจงถึงการทำหนังสือทักท้วงการประมูล ว่าเกิดจากการสังเกตพฤติกรรมการประมูลที่เข้าข่ายสมยอม ไม่มีการแข่งขัน รวมทั้งการกำหนดราคาไม่สมเหตุสมผล จึงทำหนังสือทักท้วงว่า ควรจะทบทวนการประมูลหรือไม่ ซึ่งโดยหลักแล้ว จำเป็นจะต้องมีการแข่งขัน แต่กลับมีการจัดสรรคลื่นความถี่ตรงกับจำนวนของผู้ประกอบการที่ร่วมประมูลพอดี ทั้งหมดนี้ จึงทำให้ผู้ประมูลได้ประโยชน์ ในการประหยัดค่าใช้จ่ายรวมกว่า 419,000 ล้านบาท และทำให้ TOT ขาดทุนทันที จึงไม่มีเหตุผลที่ต้องลดราคาลง ทั้งนี้ การทำหนังสือทักท้วงของตนไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงทางการเมืองแต่อย่างใด แต่หากปล่อยเรื่องนี้ไปอาจมีปัญหาได้ในภายภาคหน้า


นายฐากร  ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. กล่าวว่า สำนักงานกสทช. ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้ร่วมการประมูลคลื่นความถี่ 2.1 GHz เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้เข้าร่วมการประมูล บนพื้นฐานข้อเท็จจริงให้เกิดความชัดเจนก่อนพิจารณาการออกใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 2.1 GHz ให้แก่ผู้ชนะการประมูลเพื่อให้เป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีนายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย  เลขาธิการสภาผู้แทนราษฏร เป็นหัวหน้าคณะทำงาน




“ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน” ขอบคุณ ป.ป.ช.มีมติสอบฮั้วประมูล 3G พร้อมชง กทค.ละเว้นหน้าที่ ผิด ม.157 ซัดพบพิรุษเพียบเอื้อประโยชน์เอกชน ไม่เห็นด้วยให้อัยการร่วมไต่สวน เหตุมีผลประโยชน์ร่วม พร้อมเร่งทำหน้าที่ หลัง กทค.รวบรัดเล็งออกใบอนุญาต 20 พ.ย. ยกเคสปัญหาทรู-CAT เป็นตัวอย่าง ยันเลยอำนาจ กทค.สอบกันเองแล้ว ลั่นอยากให้มี 3G แต่ต้องปลอดโกง
   
 
   
      นายสุริยะใสยังระบุถึงข้อสงสัยต่อ กทค.อีกถึงการยกเลิกหลักเกณฑ์ N-1 โดยไม่มี เหตุผลสมควร ทำให้ไม่มีการแข่งขันการประมูล N-1 เป็นการประกันว่าจะมีการแข่งขัน หากมีผู้เข้าประมูลน้อย และหากมีผู้เข้าประมูลมากก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการประมูล และการประเมินมูลค่าคลื่นความถี่บนสมมติฐานที่ผิดจากความจริง ให้เป็นประโยชน์แก่เอกชน ทั้งๆ ที่รู้ว่าปัจจุบันตลาด 3G เกิดขึ้นแล้วมีมูลค่ามหาศาล จากการให้บริการที่มีอยู่ของผู้ให้บริการรายเดิมทั้ง 3 ราย ทำให้ปัจจุบันมีความเสี่ยงน้อยมากในการลงทุน ไม่เหมือนเมื่อ 3 ปีก่อนที่ยังไม่เกิดตลาด 3G จึงประเมินราคาบนพื้นฐานความเสี่ยงสูงกว่า แต่ กสทช.กลับประเมินได้ราคาใกล้เคียงกัน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในความเป็นจริง รวมไปถึงการยกเลิกหลักเกณฑ์ในรายละเอียดที่มีผลอย่างสำคัญในตลาดได้แก่ยกเลิกการกำหนดให้มี MVNO ในใบอนุญาต 3G ทำให้ไม่มีการแข่งขันและยกเลิกหลักเกณฑ์กำหนด ให้มี roaming 2G และ 3G ทำให้ไม่มี ผู้ให้บริการรายใหม่กล้าเข้ามาแข่ง หากตนเองไม่มี 2G เดิม หรืออาจพูดอีกอย่างได้ว่า กสทช.ตั้งสมมติฐานไว้เรียบร้อยแล้วว่า ผู้ให้บริการ 3G คือผู้ให้บริการ 2G เดิม
   
      ทั้งนี้ ผู้ประสานงานกลุ่มกรีนเผยว่า ไม่ค่อยสบายใจที่มีข่าวว่า ป.ป.ช.จะเชิญตัวแทนจากทางฝ่ายอัยการมาร่วมเป็นอนุกรรมไต่สวนด้วย เพราะมีอัยการหลายคนไปนั่งเป็นอนุกรรมการหลายชุดใน กทค.อาจเกิดกรณีการมีส่วนได้เสียเกิดขึ้น จึงควรเชิญนักวิชาการ นักกฎหมายที่มีความอิสระและน่าเชื่อถือเข้ามาแทนจะดีกว่า ขณะเดียวกัน อนุกรรมการไม่ควรใช้เวลาเนิ่นนานเกินไป เพราะฝ่าย กทค.พยายามรวบรัดออกใบอนุญาตภายในวันที่ 20 พ.ย.นี้ หากผลการไต่สวนออกมาภายหลังจะเกิดปัญหาที่ยุ่งยากและสลับซับซ้อน มากขึ้น เช่น กรณี True กับ CAT ที่อนุฯ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดมากกว่า 3 เดือนแล้ว แต่ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ยังไม่ดำเนินการใดๆ
   
   


“หมอลี่” ชี้มูลค่าคลื่น 3 จีไทยแค่ 0.22 เหรียญต่อประชากร ถูกกว่า “สิงคโปร์-ไต้หวัน-อินเดีย” ไม่ได้แพงที่สุดในเอเอชียอย่างที่มีการอ้าง



    นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กล่าวว่า ตามที่มีการให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนต่อสื่อมวลชนว่า ราคาคลื่น 3G ในประเทศไทยแพงที่สุดในเอเชีย และเป็นราคาเมื่อ 10 ปีก่อนนั้น จากรายงานการประเมินมูลค่าคลื่นความถี่และมูลค่าขั้นต่ำของการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ IMT ย่าน 2.1 GHz ที่จัดทำโดยคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อเดือน ก.ค.2555 พบว่า ได้ประเมินมูลค่าคลื่นความถี่โดยคำนวณจากข้อมูลการอนุญาตประกอบกิจการ 3G ทั่วโลก และปรับเป็นมูลค่าปัจจุบันมิใช่มูลค่าเมื่อ 10 ปีก่อนอย่างที่นักวิชาการบางท่านเข้าใจ มูลค่าคลื่นความถี่ของประเทศไทยอยู่ที่ 0.31 เหรียญสหรัฐต่อเมกะเฮิรตซ์ต่อประชากร หรือคิดเป็นมูลค่า 6,440 ล้านบาทต่อ 5 เมกะเฮิรตซ์











____________________________________




กมธ.สอบทุจริตเชิญกสทช.แจงประมูล3G

กมธ.สอบทุจริต วุฒิสภาฯ เชิญ กสทช.แจงปมประมูล 3จี “เศรษฐพงศ์” ยันทำตามหลัก โปร่งใส่ ไม่เอื้อใคร “หมอลี่” ย้อนกลับต้องกำหนดราคาตั้งต้นสูงด้วย “สุภา” แจงเหตุทำหนังสือเตือนปัดเอี่ยวการเมือง...

ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ที่มี น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรี เป็นประธาน กมธ. โดยในวันนี้ มีวาระพิจารณาตรวจสอบการดำเนินการประมูล 3G ว่า เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล หรือเข้าข่ายการกระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาฯ (พ.ร.บ.ฮั้ว) หรือไม่ ตามที่ประชาชนและองค์กรต่างๆ ได้ร้องเรียนมายังกรรมาธิการ โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงข้อมูล อาทิ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ตัวแทนผู้ประมูลทั้ง 3 บริษัท รวมถึง นางสาวสุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ผู้ส่งหนังสือทักท้วงการประมูลไปยัง กสทช.

โดย พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธาน กทค. และรองประธาน กสทช. ชี้แจงว่า กสทช.ดำเนินการจัดประมูลที่เป็นไปตามระเบียบและหลักเกณฑ์ของคณะอนุกรรมรองรับการใช้งานคลื่น 3G 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ทั้งการกำหนดคลื่นความถี่และราคาที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดการแข่งขัน ซึ่งยืนยันว่าการดำเนินงานเป็นไปตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคา ที่มีความเป็นธรรมและโปร่งใส เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก โดยไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้กับบุคคลใด หรือบริษัทใดๆ

ด้านนายประวิทย์ สี่สถาพรวงศา กสทช. ที่เป็นหนึ่งในเสียงที่ไม่เห็นด้วยกับการประมูลดังกล่าว กล่าวว่า การกำหนดราคาแม้มีการตั้งราคาต่ำสุด แต่ควรมีการกำหนดราคาตั้งต้นที่สูงพอสมควร โดยค่าเฉลี่ยควรตั้งอยู่ที่ร้อยละ 82 จากต่ำสุดคือ ร้อยละ 67 และมีผู้ประกอบการอย่างน้อยหนึ่งรายที่มีพฤติกรรมไม่แข่งขัน โดยการรอช่องสัญญาณที่เหลือในระหว่างการประมูล ขณะที่ นางสาวสุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ชี้แจงถึงการทำหนังสือทักท้วงการประมูล ว่าเกิดจากการสังเกตพฤติกรรมการประมูลที่เข้าข่ายสมยอม ไม่มีการแข่งขัน รวมทั้งการกำหนดราคาไม่สมเหตุสมผล จึงทำหนังสือทักท้วงว่า ควรจะทบทวนการประมูลหรือไม่ ซึ่งโดยหลักแล้ว จำเป็นจะต้องมีการแข่งขัน แต่กลับมีการจัดสรรคลื่นความถี่ตรงกับจำนวนของผู้ประกอบการที่ร่วมประมูลพอดี ทั้งหมดนี้ จึงทำให้ผู้ประมูลได้ประโยชน์ ในการประหยัดค่าใช้จ่ายรวมกว่า 419,000 ล้านบาท และทำให้ TOT ขาดทุนทันที จึงไม่มีเหตุผลที่ต้องลดราคาลง ทั้งนี้ การทำหนังสือทักท้วงของตนไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงทางการเมืองแต่อย่างใด แต่หากปล่อยเรื่องนี้ไปอาจมีปัญหาได้ในภายภาคหน้า

นอกจากนี้ นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา กล่าวว่า การชี้แจงที่มีเรื่องกระบวนการล้มการประมูลนั้น ยืนยันว่ากระบวนการของ กมธ. ไม่ได้มีการดำเนินทางการเมือง แต่เป็นการตรวจสอบองค์กรอิสระตามอำนาจที่มี ด้าน น.ส.สุมน สุตะวิริยะวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาตรวจสอบการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาธิบาล วุฒิสภา กล่าวว่า เรื่องนี้มีการส่งให้ป.ป.ช.ตรวจสอบ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ และที่มีการเรียกมาชี้แจงในครั้งนี้ ก็เพื่อดูการทำงานที่มีธรรมาภิบาลหรือไม่ ขณะที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ได้ตั้งข้อสังเกตว่า การประมูลเอกชนมีเจตนาที่จะไม่เพิ่มราคาประมูล และจากนั้นก็มีการเร่งรีบตัดสินให้ทั้ง 3 บริษัทได้การประมูลครั้งนี้ ทั้งที่รัฐเสียประโยชน์ แต่ก็ยังเร่งรีบเดินหน้าต่อไป นายพัชรสุทธี สุจริตตานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบการตลาดและการประมูล กล่าวว่า จากประสบการทราบมาว่า การประมูลคลื่นสัญญาณมีสองแบบคือ การประมูลเพื่อเน้นประสิทธิภาพ และการประมูลเพื่อรายได้ของรัฐ ซึ่งการประมูลของไทยเป็นรูปแบบที่สากลใช้ตั้งแต่ปี 1994 ทั้งประเทศโปรตุเกส สิงคโปร์ ก็มีการประมูลคลื่นสัญญาณที่ใช้ราคาต่ำสุด เพื่อประสิทธิภาพให้มีการบริการสัญญาณอย่างทั่วถึง หากสร้างการแข่งขันปลอมเพื่อรายได้ของรัฐ อาจเป็นการบิดเบือนกลไกตลาด.

ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/pol/301339

___________________________________


กสทช. แต่งตั้ง "สุวิจักขณ์" เป็นหน.คณะตรวจสอบประมูล 3G ก่อนออกใบอนุญาต


วันที่ 26 ต.ค. นายฐากร  ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. กล่าวว่า สำนักงานกสทช. ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้ร่วมการประมูลคลื่นความถี่ 2.1 GHz เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้เข้าร่วมการประมูล บนพื้นฐานข้อเท็จจริงให้เกิดความชัดเจนก่อนพิจารณาการออกใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 2.1 GHz ให้แก่ผู้ชนะการประมูลเพื่อให้เป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีนายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย  เลขาธิการสภาผู้แทนราษฏร เป็นหัวหน้าคณะทำงาน

คณะทำงานประกอบด้วย นายอภิชาต อาสภวิริยะ, นายจิตรนรา นวรัตน์ ผู้แทนจากสำนักงานอัยการสูงสุด, รศ.อรพรรณ พนัสพัฒนา นักวิชาการ, นายมงคล แสงหิรัฐ ผู้แทนจากสำนักนายกรัฐมนตรี, ดร.พัชรสุทธิ สุจริตตานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบการประมูลคลื่นความถี่ และเพื่อความโปร่งใสทั้งนี้ ในการพิจารณามีพนักงานกสทช. เป็นคณะทำงานเพียงคนเดียว คือนายชัยยุทธ มังศรี ส่วนน.ส.พรพักตร์ สถิตเวโรจน์ นายโสรัจจ์ ศรีพุธ และนางสาวณัฐสุดา อัคราวัฒนา เป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ โดยมีกรอบระยะเวลาในการทำงานอยู่ที่ 15 วัน ซึ่งผลการพิจารณาจะนำเสนอคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาอนุญาตการออกใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่  2.1 GHz ให้แก่ผู้ชนะการประมูลต่อไป

มติชน
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1351229718&grpid=03&catid=03

________________________________________



"ไพบูลย์" จ่อยื่นหนังสือถึงผู้ตรวจการแผ่นดินสอบกทค. รับรองประมูล 3G


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (26ต.ค.) เวลา 13.00 น. นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ในฐานะคณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา เตรียมทำหนังสือเพื่อส่งถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลปกครองพิจารณาว่าคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) มีอำนาจในการรับรองผลการประมูลคลื่นความถี่ 3G ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 245 (2) หรือไม่ หลังพบข้อมูลว่ากทค. ได้ใช้อำนาจที่ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 47 มาตรา 305 (1) และพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และประกาศกสทช. ว่าด้วยการจัดสรรคลื่นความถี่

มติชน
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1351222737&grpid=03&catid=03

______________________________________


“ยะใส” จี้ ป.ป.ช.เร่งไต่สวน กทค.ปล่อยฮั้วประมูล 3G ดักอัยการมีเอี่ยว ไม่เหมาะร่วมสอบ


“ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน” ขอบคุณ ป.ป.ช.มีมติสอบฮั้วประมูล 3G พร้อมชง กทค.ละเว้นหน้าที่ ผิด ม.157 ซัดพบพิรุษเพียบเอื้อประโยชน์เอกชน ไม่เห็นด้วยให้อัยการร่วมไต่สวน เหตุมีผลประโยชน์ร่วม พร้อมเร่งทำหน้าที่ หลัง กทค.รวบรัดเล็งออกใบอนุญาต 20 พ.ย. ยกเคสปัญหาทรู-CAT เป็นตัวอย่าง ยันเลยอำนาจ กทค.สอบกันเองแล้ว ลั่นอยากให้มี 3G แต่ต้องปลอดโกง
   
      วันนี้ (26 ต.ค.) นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน ระบุเห็นด้วยและขอบคุณ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ที่มีมติตั้งอนุกรรมการขึ้นมาไต่สวนตรวจสอบกรณีการประมูล 3G ว่าเข้าข่ายขัดต่อ พ.ร.บ.ฮั้วประมูลหรือไม่ ซึ่งแนวที่ ป.ป.ช.วางไว้ คือ การสอบทั้งในส่วนพฤติกรรมของเอกชนผู้เข้าประมูล และในส่วนที่เป็นพฤติกรรมของคณะกรรมการกำกับกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. ในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐถือเป็นแนวทางที่ถูกต้อง โดยในคำร้องของตนได้เสนอให้ ป.ป.ช.ไต่สวนการปฏิบัติหน้าที่ของ กทค.ด้วยว่าเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา157 ด้วยหรือไม่
   
      นายสุริยะใสระบุต่อว่า อนุฯ ป.ป.ช.สามารถเรียกเอกสาร บันทึกการประชุมหรือการเตรียมการก่อนการประมูลจะพบความไม่ชอบมาพากลหลายอย่าง มาตั้งแต่ต้นว่าเป็นการล็อกสเปกหรือไม่ เช่นการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ในประกาศครอบงำฯ เพื่อให้เอกชนต่างชาติมี คุณสมบัติเข้าประมูลได้ ซึ่งขัดต่อ พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม และยกเลิกหลักเกณฑ์ที่ผู้ได้รับอนุญาตคลื่นความถี่ใหม่ต้องคืนคลื่น เก่าที่มีอยู่เดิม (โดยเฉพาะจากสัมปทาน) โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ทั้งที่มีหลักเกณฑ์นี้ในกฎการประมูลฉบับเดิมอยู่แล้ว และต้องดำเนินการตามนโยบายคืนคลื่นความถี่ รวมทั้งการอนุญาตให้มีการนำเข้าอุปกรณ์ 3G ล่วงหน้ามาเป็นปีทั้งๆ ที่ยังไม่มีผู้ได้รับใบอนุญาต ซึ่งนอกจากผิดขั้นตอนแล้วยังเป็นการให้ประโยชน์แก่เอกชนไว้ล่วงหน้าก่อนการประมูลโดยไม่เหมาะสม ทำให้เอกชนลงทุนสร้างโครงข่ายไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงไม่มีใครอยากเข้าประมูลเพื่อแข่งขันในตลาดที่มีความได้เปรียบ เสียเปรียบสูงเช่นนี้
   
      นายสุริยะใสยังระบุถึงข้อสงสัยต่อ กทค.อีกถึงการยกเลิกหลักเกณฑ์ N-1 โดยไม่มี เหตุผลสมควร ทำให้ไม่มีการแข่งขันการประมูล N-1 เป็นการประกันว่าจะมีการแข่งขัน หากมีผู้เข้าประมูลน้อย และหากมีผู้เข้าประมูลมากก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการประมูล และการประเมินมูลค่าคลื่นความถี่บนสมมติฐานที่ผิดจากความจริง ให้เป็นประโยชน์แก่เอกชน ทั้งๆ ที่รู้ว่าปัจจุบันตลาด 3G เกิดขึ้นแล้วมีมูลค่ามหาศาล จากการให้บริการที่มีอยู่ของผู้ให้บริการรายเดิมทั้ง 3 ราย ทำให้ปัจจุบันมีความเสี่ยงน้อยมากในการลงทุน ไม่เหมือนเมื่อ 3 ปีก่อนที่ยังไม่เกิดตลาด 3G จึงประเมินราคาบนพื้นฐานความเสี่ยงสูงกว่า แต่ กสทช.กลับประเมินได้ราคาใกล้เคียงกัน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในความเป็นจริง รวมไปถึงการยกเลิกหลักเกณฑ์ในรายละเอียดที่มีผลอย่างสำคัญในตลาดได้แก่ยกเลิกการกำหนดให้มี MVNO ในใบอนุญาต 3G ทำให้ไม่มีการแข่งขันและยกเลิกหลักเกณฑ์กำหนด ให้มี roaming 2G และ 3G ทำให้ไม่มี ผู้ให้บริการรายใหม่กล้าเข้ามาแข่ง หากตนเองไม่มี 2G เดิม หรืออาจพูดอีกอย่างได้ว่า กสทช.ตั้งสมมติฐานไว้เรียบร้อยแล้วว่า ผู้ให้บริการ 3G คือผู้ให้บริการ 2G เดิม
   
      ทั้งนี้ ผู้ประสานงานกลุ่มกรีนเผยว่า ไม่ค่อยสบายใจที่มีข่าวว่า ป.ป.ช.จะเชิญตัวแทนจากทางฝ่ายอัยการมาร่วมเป็นอนุกรรมไต่สวนด้วย เพราะมีอัยการหลายคนไปนั่งเป็นอนุกรรมการหลายชุดใน กทค.อาจเกิดกรณีการมีส่วนได้เสียเกิดขึ้น จึงควรเชิญนักวิชาการ นักกฎหมายที่มีความอิสระและน่าเชื่อถือเข้ามาแทนจะดีกว่า ขณะเดียวกัน อนุกรรมการไม่ควรใช้เวลาเนิ่นนานเกินไป เพราะฝ่าย กทค.พยายามรวบรัดออกใบอนุญาตภายในวันที่ 20 พ.ย.นี้ หากผลการไต่สวนออกมาภายหลังจะเกิดปัญหาที่ยุ่งยากและสลับซับซ้อน มากขึ้น เช่น กรณี True กับ CAT ที่อนุฯ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดมากกว่า 3 เดือนแล้ว แต่ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ยังไม่ดำเนินการใดๆ
   
      ส่วนการตั้งคณะกรรมการโดย กทค.เพื่อตรวจสอบการประมูลครั้งนี้นั้น นายสุริยะใสระบุว่า ไม่มีประโยชน์อะไรเพราะ กทค.ตั้งธงและรับรองการประมูลไปแล้ว และข้อพิพาทเรื่องนี้เลยขั้นตอนการตรวจสอบภายในกันเองไปไกลแล้ว ตอนนี้เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. ผู้ตรวจการแผ่นดิน และศาลเท่านั้น
   
      “อยากบอก กทค.บางคนว่าไม่มีขบวนการล้ม 3G ทุกฝ่ายอยากให้มี 3G ทั้งนั้น แต่ที่ส่วนต่างๆ ออกมาตรวจสอบครั้งนี้เป็นเรื่องพฤติกรรมการประมูลที่ไม่โปร่งใสทั้งในส่วนของเอกชนกับ กทค.เท่านั้น อย่าพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง เพราะถ้าการประมูลโปร่งใสแรงต้านคงไม่มีน้ำหนักขนาดนี้” นายสุริยะใสระบุ

ASTV ผู้จัดการ
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9550000131074&Keyword=3g



______________________________________-


“หมอลี่” โต้มูลค่าคลื่น 3 จีไทยไม่ได้แพงสุดในเอเชีย

“หมอลี่” ชี้มูลค่าคลื่น 3 จีไทยแค่ 0.22 เหรียญต่อประชากร ถูกกว่า “สิงคโปร์-ไต้หวัน-อินเดีย” ไม่ได้แพงที่สุดในเอเอชียอย่างที่มีการอ้าง



    นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กล่าวว่า ตามที่มีการให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนต่อสื่อมวลชนว่า ราคาคลื่น 3G ในประเทศไทยแพงที่สุดในเอเชีย และเป็นราคาเมื่อ 10 ปีก่อนนั้น จากรายงานการประเมินมูลค่าคลื่นความถี่และมูลค่าขั้นต่ำของการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ IMT ย่าน 2.1 GHz ที่จัดทำโดยคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อเดือน ก.ค.2555 พบว่า ได้ประเมินมูลค่าคลื่นความถี่โดยคำนวณจากข้อมูลการอนุญาตประกอบกิจการ 3G ทั่วโลก และปรับเป็นมูลค่าปัจจุบันมิใช่มูลค่าเมื่อ 10 ปีก่อนอย่างที่นักวิชาการบางท่านเข้าใจ มูลค่าคลื่นความถี่ของประเทศไทยอยู่ที่ 0.31 เหรียญสหรัฐต่อเมกะเฮิรตซ์ต่อประชากร หรือคิดเป็นมูลค่า 6,440 ล้านบาทต่อ 5 เมกะเฮิรตซ์

    “แต่ต่อมา กทค. ได้กำหนดราคาเริ่มต้นการประมูลที่ 70% ของราคาดังกล่าว มูลค่าคลื่นในประเทศไทยจึงเหลือเพียง 0.22 เหรียญสหรัฐต่อเมกะเฮิรตซ์ต่อประชากร เทียบกับราคาเริ่มต้นการประมูลของประเทศในแถบเอเชียที่ผู้วิจัยได้รวบรวมจาก 3 ประเทศ พบว่าสิงคโปร์กำหนดราคาเริ่มต้นที่ 0.39 เหรียญสหรัฐต่อเมกะเฮิรตซ์ต่อประชากร ไต้หวันกำหนดที่ 0.25 เหรียญสหรัฐต่อเมกะเฮิรตซ์ต่อประชากร และอินเดียกำหนดที่ 0.23 เหรียญสหรัฐต่อเมกะเฮิรตซ์ต่อประชากร” นพ.ประวิทย์กล่าว

    นพ.ประวิทย์ยังกล่าวว่า ผลการประมูลในประเทศไทยปรากฏว่ามีการเสนอราคาเพิ่มเพียง 2.77% ราคาคลื่นความถี่ 3G ในประเทศไทยจึงต่ำกว่าราคาเริ่มต้นของสิงคโปร์ ไต้หวัน และอินเดียเสียอีก การสร้างความสับสนว่าราคาคลื่น 3G ในประเทศไทยแพงที่สุดในเอเชีย และเป็นราคาเมื่อ 10 ปีก่อนจึงไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

สำนักข่าวอิศรา
http://www.isranews.org/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%
E0%B8%A7/57-2012-08-12-13-59-01/17301-
%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B4
%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C-3G.html

____________________________________________



“เศรษฐพงค์” หา ป.ป.ช.ขอความเป็นธรรม บี้รับรองผลประมูล3จี


กทค . วิ่งรอกหา ป.ป.ช. ขอความยุติธรรม หอบเอกสารประกอบเพิ่มเติม ยันขั้นตอนโปร่งใส ด้านประวิทย์ ร่อน หนังสือด่วนหา ปธ.กสทช. นำผลรับรองประมูลเข้าบอร์ด 11 คน
วันนี้ (26 ต.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) รายงานข่าวแจ้งว่า พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกสทช.ในฐานะคณะกรรมการโทรคมนาคม(กทค.) ได้เดินทางเข้าชี้แจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ (ป.ป.ช.) เพื่อขอความเป็นธรรมต่อป.ป.ช. เนื่องจากพบว่า คณะกรรมาธิการการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาลวุฒิสภา ยังไม่ได้ให้ชี้แจ้งแต่กลับส่งหนังสือให้ ป.ป.ช. พิจารณาว่าเข้าข่ายการกระทำความผิด ตามที่มีผู้ยื่นร้องจำนวน 5 ราย


พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ เปิดเผยว่า การเดินทางพบป.ป.ช.วันนี้พร้อมด้วยฝ่ายกฎหมาย โดยนำเอาข้อมูลไปเพิ่มเติม จากเมื่อวันที่ 24 ต.ค. 55 ที่นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ได้ เลขาธิการกสทช. นำเอกสารประกอบประมูลทุกขั้นตอนจำนวน 15 เล่ม  เพื่อแสดงถึงความโปร่งใสทุกระบวนการขั้นตอน


ในขณะที่ นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช. ในฐานะคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค.) ด้านคุ้มครองผู้บริโภค ได้ทำหนังสือด่วนที่สุด เรื่อง ขอให้พิจารณาอำนาจหน้าที่ในการรับรองผลการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 2.1 กิกะเฮิร์ตซ ต่อพลอากาศเอกธเรศ ปุณศรี ประธาน กสทช.


โดยหนังสือระบุว่า เนื่องจากการประมูล 3 จี  ได้เกิดกระแสพิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่มีการแข่งขันราคาอย่างแท้จริง ประกอบกับประชุม กทค.ได้ลงมติรับรองผลการประมูลโดยไม่จำเป็นต้องผ่านมติเห็นชอบจากบอร์ดกสทช.ทั้ง 11 คน  โดยอาศัยพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ฯพ.ศ.2553 ม. 40  แต่ทั้งนี้สมาชิกวุฒิสภาได้แสดงความคิดเห็นผ่านสื่อมวลชนว่า ที่ประชุมกสทช.  ควรมีการประชุมเพื่อพิจาณารับรองผลดังกล่าวโดยเร่งด่วน ซึ่งพิจาณาแล้วเห็นว่าอำนาจดังกล่าว เป็นการพิจารณาอนุญาตและกำกับดูแลการใช้คลื่นความถี่และกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาต ดังนั้นเห็นว่าการรับรองผลการประมูลเป็นคนละขั้นตอน.

เดลินิวส์
http://www.dailynews.co.th/technology/163144



____________________________________


กสทช.ตั้ง 'สุวิจักขณ์' คุมคณะทำงานตรวจสอบผลประมูล3จี

กสทช. แต่งตั้งคณะสอบพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้ร่วมประมูล 3จี มอบ "สุวิจักขณ์ นาควัชระชัย" นั่งหัวหน้าคณะทำงาน ก่อนนำผลการพิจารณาเสนอ กทค. ภายใน 15 วัน...

วันที่ 26 ต.ค.55 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช.มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้ร่วมการประมูลคลื่นความถี่ 2.1GHz เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้เข้าร่วมการประมูล  บนพื้นฐานข้อเท็จจริงให้เกิดความชัดเจนก่อนพิจารณาการออกใบอนุญาตให้ใช้ คลื่นความถี่ 2.1GHz แก่ผู้ชนะการประมูลเพื่อให้เป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมาย

ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งในครั้งนี้ประกอบด้วย นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ส่วนผู้ทำงานประกอบด้วย นายอภิชาต อาสภวิริยะ และนายจิตรนรา นวรัตน์ เป็นผู้แทนจากสำนักงานอัยการสูงสุด รศ.อรพรรณ พนัสพัฒนา นักวิชาการ นายมงคล แสงหิรัฐ ผู้แทนจากสำนักนายกรัฐมนตรี ดร.พัชรสุทธิ สุจริตตานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบการประมูลคลื่นความถี่ ทั้งนี้ เพื่อความโปร่งใสในการพิจารณาคณะทำงานชุดดังกล่าว จะมีพนักงาน กสทช. เป็นคณะทำงานเพียงคนเดียว คือ นายชัยยุทธ มังศรี และมีนางสาวพรพักตร์ สถิตเวโรจน์ นายโสรัจจ์ ศรีพุธ และนางสาวณัฐสุดา อัคราวัฒนา เป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ

อย่างไรก็ตาม คณะทำงานชุดนี้จะมีกรอบระยะเวลาในการทำงาน 15 วัน ผลการพิจารณาจะนำเสนอคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาอนุญาตการออกใบอนุญาตให้ใช้คลื่น ความถี่  2.1GHz ให้แก่ผู้ชนะการประมูลต่อไป.

ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/tech/301583

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.