Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

29 ตุลาคม 2555 (เกาะติดประมูล3G) สหภาพ TOT ร้องผู้ตรวจการฯ สอบประมูลใบอนุญาต 3G ( เสียหายแน่นอน 3 ค่ายยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินในระบบ 2G )

ประเด็นหลัก

    ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กลุ่มผู้นำแรงงานบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) นำโดยนายนราพล ปลายเนตร เข้าร้องต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน หลังจากศาลปกครอง มีคำสั่งยกฟ้องกรณีขอให้คุ้มครองชั่วคราวการประมูลคลื่นความถี่ 3G ของ กสทช. เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยในวันนี้เป็นการร้องเพื่อขอให้มีการพิจารณาใน 3 ประเด็นสำคัญ คือ การประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายตามในมาตรา 45 วรรค 1 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และวิธีการประมูลของ กสทช. นั้น ไม่ได้ก่อให้เกิดการแข่งขันที่ทำให้รัฐได้รับประโยชน์สูงสุดจากผู้ชนะการประมูล



โดยเมื่อสิ้นสุดสัญญาจะต้องโอนทรัพย์สินนั้นให้เป็นของรัฐ แต่ขณะนี้เมื่อกำลังจะพัฒนาคลื่นความถี่เป็น 3 จี ทางกสทช.กลับยังไม่ดำเนินการเรื่องการโอนทรัพย์สินในระบบคลื่นความถี่ 2 จี ให้กับบริษัททีโอที และกสท.โทรคมนาคมให้แล้วเสร็จก่อน อีกทั้งถ้าดูราคาประมูลคลื่น 3 จี ที่ทั้ง 3 บริษัทประมูลได้ในราคา 4,500 บาทต่อ 1ใบอนุญาตนั้น ทำให้ยิ่งน่าเป็นห่วงว่า 3 บริษัทจะนำเงินตรงไหนไปพัฒนาโครงข่ายระบบ 3 จี จึงอาจเป็นไปได้ว่า ทั้ง 3บริษัทจะใช้วิธีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินในระบบ 2 จี ที่ต้องโอนให้กับรัฐ ไปเป็นทรัพย์สินในระบบ 3 จี ที่เอกชนเป็นเจ้าของ โดยอาศัยข้ออ้างความต้องการของประชาชน ซึ่งความเสียหายที่อาจจะเกิดจากการโอนย้ายทรัพย์สินดังกล่าวจะทำให้ทรัพย์สินของชาติเสียหายมหาศาลอาจมากกว่ารายได้จากการประมูลคลื่น 3 จีเมื่อวันที่ 16 ต.ค.ก็เป็นได้จึงขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการตรวจสอบและยื่นเรื่องให้ศาลปกครองสั่งชะลอการรับรองใบอนุญาตการประมูลคลื่น 3 จีออกไปก่อนและให้กสทช.ดำเนินการเรื่องการโอนย้ายทรัพย์สินในระบบคลื่นความถี่ 2 จี ของบริษัทเอกชนซึ่งได้รับสัมปทานมาเป็นของรัฐให้แล้วเสร็จเสียก่อน





______________________________________




สหภาพทีโอทีร้องผู้ตรวจการฯ สอบประมูลใบอนุญาต 3G

      ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กลุ่มผู้นำแรงงานบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) นำโดยนายนราพล ปลายเนตร เข้าร้องต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน หลังจากศาลปกครอง มีคำสั่งยกฟ้องกรณีขอให้คุ้มครองชั่วคราวการประมูลคลื่นความถี่ 3G ของ กสทช. เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยในวันนี้เป็นการร้องเพื่อขอให้มีการพิจารณาใน 3 ประเด็นสำคัญ คือ การประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายตามในมาตรา 45 วรรค 1 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และวิธีการประมูลของ กสทช. นั้น ไม่ได้ก่อให้เกิดการแข่งขันที่ทำให้รัฐได้รับประโยชน์สูงสุดจากผู้ชนะการประมูล
      นายนราพล กล่าวต่อว่า การยื่นเรื่องครั้งนี้ไม่ได้เป็นการขัดขวางการประมูลของ กสทช.เพียงแต่ขอให้ทาง กสทช.ได้ทำการตรวจสอบการโอนย้ายทรัพย์สินของบริษัทที่ได้รับสัมปทานให้เสร็จ ก่อนการมีการประมูลเท่านั้น เนื่องจากเห็นว่าการกำหนดคุณสมบัติของผู้เข้าประมูลนั้น มีการเชื่อมโยงทรัพย์สินต่างๆ ของประเทศชาติและประชาชน

ASTV ผู้จัดการ
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9550000132009&Keyword=3g

________________________________________

ทีโอที ร้องผู้ตรวจการแผ่นดินสอบกสทช.

ทีโอที ร้องผู้ตรวจฯ สอบกสทช. หวั่น 3 บริษัทผู้ผ่านการประมูลแอบยักยอกถ่ายเททรัพย์สินในระบบ 2 จี ไปเป็นทรัพย์สินระบบ 3 จี


ผู้นำแรงงานพนักงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) นำโดยนายนราพล ปลายเนตร นายพิราม เกษมวงศ์ นายพงศ์ฐิติ พงศ์ศิลามณี ได้เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่านนายเฉลิมศักดิ์ จันทรทิม เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบการประมูลคลื่นความถี่ 3 จีของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)


นายพิราม กล่าวว่า กรณีการประมูลเมื่อวันที่ 16 ต.ค. เห็นว่ ไม่ได้เป็นการเสนอราคาแข่งขันกันในการซื้อหรือขายทรัพย์สิน ตามความหมายของการประมูลในมาตรา 45 วรรคหนึ่งของพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ 2553 แต่เป็นเพียงการนำคลื่นความถี่มาจัดสรรให้กับผู้เข้าร่วมประมูลเท่านั้น อีกทั้งอาจเข้าลักษณะสมยอมในการเสนอราคาและมีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายในลักษณะที่ไมมีการแข่งขัน เสนอราคาที่รัฐพึงจะได้รับประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังเป็นห่วงในเรื่องของการโอนทรัพย์สิน เนื่องจากสัญญาสัมปทานในการให้บริการคลื่นความถี่ 2 จี ที่บริษัททรู คอเปอร์เรชั่น บริษัทดีแทค ทำกับบริษัท กสท โทรคมนาคม และที่บริษัทเอไอเอส ทำกับบริษัททีโอทีนั้นระบุว่า นอกจากทั้ง 3 บริษัทต้องจ่ายผลตอบแทนให้กับรัฐปีละ15% หรือราว 2 หมื่นล้านบาทต่อปี และต้องเป็นผู้พัฒนาโครงข่ายการให้บริการ

โดยเมื่อสิ้นสุดสัญญาจะต้องโอนทรัพย์สินนั้นให้เป็นของรัฐ แต่ขณะนี้เมื่อกำลังจะพัฒนาคลื่นความถี่เป็น 3 จี ทางกสทช.กลับยังไม่ดำเนินการเรื่องการโอนทรัพย์สินในระบบคลื่นความถี่ 2 จี ให้กับบริษัททีโอที และกสท.โทรคมนาคมให้แล้วเสร็จก่อน อีกทั้งถ้าดูราคาประมูลคลื่น 3 จี ที่ทั้ง 3 บริษัทประมูลได้ในราคา 4,500 บาทต่อ 1ใบอนุญาตนั้น ทำให้ยิ่งน่าเป็นห่วงว่า 3 บริษัทจะนำเงินตรงไหนไปพัฒนาโครงข่ายระบบ 3 จี จึงอาจเป็นไปได้ว่า ทั้ง 3บริษัทจะใช้วิธีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินในระบบ 2 จี ที่ต้องโอนให้กับรัฐ ไปเป็นทรัพย์สินในระบบ 3 จี ที่เอกชนเป็นเจ้าของ โดยอาศัยข้ออ้างความต้องการของประชาชน ซึ่งความเสียหายที่อาจจะเกิดจากการโอนย้ายทรัพย์สินดังกล่าวจะทำให้ทรัพย์สินของชาติเสียหายมหาศาลอาจมากกว่ารายได้จากการประมูลคลื่น 3 จีเมื่อวันที่ 16 ต.ค.ก็เป็นได้จึงขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการตรวจสอบและยื่นเรื่องให้ศาลปกครองสั่งชะลอการรับรองใบอนุญาตการประมูลคลื่น 3 จีออกไปก่อนและให้กสทช.ดำเนินการเรื่องการโอนย้ายทรัพย์สินในระบบคลื่นความถี่ 2 จี ของบริษัทเอกชนซึ่งได้รับสัมปทานมาเป็นของรัฐให้แล้วเสร็จเสียก่อน

ด้าน นายเฉลิมศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินทั้ง 3 คนได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการร้องของให้ตรวจการประมูลคลื่น 3 จี ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา และได้เร่งรัดให้ทางสำนักงานรวบรวมข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายต่างๆ และนำเรื่องดังกล่าวเข้าพิจารณาในการประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินวันที่ 30 ต.ค.นี้ ซึ่งก็จะได้นำเสนอในส่วนคำร้องของพนักงานทีโอทีที่มาร้องนี้เพิ่มเติมเข้าไปด้วย เพื่อที่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะได้พิจารณาว่าเรื่องดังกล่าวอยู่ในอำนาจที่จะรับไว้พิจารณาวินิจฉัยและส่งศาลปกครองตามที่มีการร้องหรือไม่ อย่างไรก็ตามการพิจารณาเรื่องนี้น่าจะเร็วเพราะทางกสทช. ก็ได้มีการชี้แจงเรื่องนี้เข้ามาแล้วทำให้ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ต้องเสียเวลาในขั้นตอนให้กสทช.ชี้แจงอีก

กรุงเทพธุรกิจ
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/it/20121029/475
705/%B7%D5%E2%CD%B7%D5-
%C3%E9%CD%A7%BC%D9%E9%B5%C3%C7%A8%A1%D2%C3
%E1%BC%E8%B9%B4%D4%B9%CA%CD%BA%A1%CA%B7%AA.
.html

________________________________________


"ทีโอที" ร้องผู้ตรวจการแผ่นดินสอบกสทช. ปมประมูล 3G


 
วันที่ 29 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนราพล ปลายเนตร ผู้นำแรงงานพนักงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่านนายเฉลิมศักดิ์ จันทรทิม เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ตรวจสอบการประมูลคลื่นความถี่ 3G ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพราะเห็นว่าไม่ได้เป็นการเสนอราคาแข่งขันกัน ตามความหมายของการประมูลในมาตรา 45 วรรคหนึ่ง ของพ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ 2553 แต่เป็นการนำคลื่นความถี่มาจัดสรรให้กับผู้เข้าร่วมประมูลเท่านั้น อีกทั้ง เข้าลักษณะสมยอมในการเสนอราคา ไม่มีการแข่งขันเสนอราคาที่รัฐพึงจะได้รับประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม ผู้ตรวจการแผ่นดินทั้ง 3 คน ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการร้องของให้ตรวจการประมูลคลื่น 3G ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา และได้เร่งรัดให้ทางสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินรวบรวมข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายต่างๆ และนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาในการประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินในวันที่ 30 ต.ค.นี้ พร้อมกับนำเสนอคำร้องของพนักงานทีโอที ที่มาร้องวันนี้เพิ่มเติมเข้าไปด้วย ว่าจะอยู่ในอำนาจที่จะรับไว้พิจารณาหรือไม่

มติชน
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1351495504&grpid=03&catid=03

____________________________________________


พนง.ทีโอที ร้องผู้ตรวจฯสอบ"กสทช." หวั่นยักยอกถ่ายเททรัพย์สินในระบบ 2 จี ไป 3 จี


เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ผู้นำแรงงานพนักงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) นำโดย นายนราพล ปลายเนตร นายพิราม เกษมวงศ์ นายพงศ์ฐิติ พงศ์ศิลามณี ได้เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่านนายเฉลิมศักดิ์ จันทรทิม เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบการประมูลคลื่นความถี่ 3จี ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยนายพิรามกล่าวว่า กรณีการประมูลเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม เห็นว่าไม่ได้เป็นการเสนอราคาแข่งขันกันในการซื้อหรือขายทรัพย์สิน ตามความหมายของการประมูลในมาตรา 45 วรรคหนึ่งของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ 2553 แต่เป็นเพียงการนำคลื่นความถี่มาจัดสรรให้กับผู้เข้าร่วมประมูลเท่านั้น อีกทั้งอาจเข้าลักษณะสมยอมในการเสนอราคาและมีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายในลักษณะที่ไม่มีการแข่งขัน เสนอราคาที่รัฐพึงจะได้รับประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ยังเป็นห่วงในเรื่องของการโอนทรัพย์สิน เนื่องจากสัญญาสัมปทานในการให้บริการคลื่นความถี่ 2จี ที่บริษัททรู คอร์ปอเรชั่นฯ บริษัทดีแทค ทำกับบริษัท กสท โทรคมนาคม และที่บริษัทเอไอเอส ทำกับบริษัททีโอทีนั้น ระบุว่า นอกจากทั้ง 3 บริษัทต้องจ่ายผลตอบแทนให้กับรัฐปีละ 15% หรือราว 2 หมื่นล้านบาทต่อปี และต้องเป็นผู้พัฒนาโครงข่ายการให้บริการ โดยเมื่อสิ้นสุดสัญญาจะต้องโอนทรัพย์สินนั้นให้เป็นของรัฐ แต่ขณะนี้เมื่อกำลังจะพัฒนาคลื่นความถี่เป็น 3จี ทาง กสทช.กลับยังไม่ดำเนินการเรื่องการโอนทรัพย์สินในระบบคลื่นความถี่ 2จี ให้กับบริษัททีโอที และ กสท โทรคมนาคม ให้แล้วเสร็จก่อน

"อีกทั้งถ้าดูราคาประมูลคลื่น 3จี ที่ทั้ง 3 บริษัทประมูลได้ในราคา 4,500 บาทต่อ 1 ใบอนุญาตนั้น ทำให้ยิ่งน่าเป็นห่วงว่า 3 บริษัทจะนำเงินตรงไหนไปพัฒนาโครงข่ายระบบ 3จี จึงอาจเป็นไปได้ว่า ทั้ง 3 บริษัทจะใช้วิธีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินในระบบ 2จี ที่ต้องโอนให้กับรัฐ ไปเป็นทรัพย์สินในระบบ 3จี ที่เอกชนเป็นเจ้าของ โดยอาศัยข้ออ้างความต้องการของประชาชน ซึ่งความเสียหายที่อาจจะเกิดจากการโอนย้ายทรัพย์สินดังกล่าวจะทำให้ทรัพย์สินของชาติเสียหายมหาศาลอาจมากกว่ารายได้จากการประมูลคลื่น 3จี เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ก็เป็นได้ จึงขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการตรวจสอบและยื่นเรื่องให้ศาลปกครองสั่งชะลอการรับรองใบอนุญาตการประมูลคลื่น 3จี ออกไปก่อน และให้ กสทช.ดำเนินการเรื่องการโอนย้ายทรัพย์สินในระบบคลื่นความถี่ 2จี ของบริษัทเอกชนซึ่งได้รับสัมปทานมาเป็นของรัฐให้แล้วเสร็จเสียก่อน" นายนราพลกล่าว

มติชน
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1351503903&grpid=03&catid=03

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.