Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

30 ตุลาคม 2555 อนุดิษฐ์' เร่งเครื่องสมัย 2 ดัน ++( เรียกว่า “โครงการโทรศัพท์มือถือในยุคใหม่” )++ TOT 4G 2300 และ CAT 4G 1800

ประเด็นหลัก

"ผมเชื่อว่าเมื่อบอร์ดใหม่เข้ามาทุกอย่างที่ทีโอทีติดขัดอยู่ตอนนี้จะสิ้นสุดลง โดยให้สัญญาว่าจะใช้ความพยายามผลักดันให้ทีโอทีเป็นเป็นบริษัทโทรคมฯชั้นนำ และอยากให้มั่นใจว่า ไม่มีบริษัทใดในโลกที่มีทรัพย์สินแสนล้านบาทอย่างทีโอทีจะไม่สามารถแข่งขันได้"
     
      ขณะเดียวกันต่อไปนี้การให้บริการ 3G ทีโอที ย่านความถี่ 1900 MHz ในเฟสที่ 2 นั้น ไอซีทีจะไม่เรียก 3G เฟส 2 แล้วแต่เรียกว่า “โครงการโทรศัพท์มือถือในยุคใหม่” เนื่องจากจะไม่จำกัดแค่เทคโนโลยี 3G เท่านั้นแต่จะมองไปถึงการให้บริการ 4G (LTE) ด้วย พร้อมทั้งจะสนับสนุนให้ทีโอทีแสวงหาพันธมิตรในทุกด้านทั้งเรื่องความรู้ และการใช้เทคโนโลยีที่เต็มศักยภาพ
     
      สำหรับพันธมิตรที่ทีโอทีจะทำ 4G นั้นไอซีทีก็พร้อมจะผลักดันและสนับสนุนอย่างเต็มที่ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าอาจจะเป็น บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เนคเวอร์ค (เอดับบลิวเอ็น) ในเครือเอไอเอส หลังจากเป็นบริษัทที่เลือกคลื่นย่านความถี่ในชุดที่ 7-9 ซึ่งติดกับทีโอที ในตอนประมูล 3G เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมาซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์ของเอไอเอส
     
      “ผมก็ไม่แน่ใจว่าพันธมิตรที่ว่าจะเป็นเอไอเอสหรือไม่ แต่หากทีโอที และเอไอเอสจะทำ 4G ร่วมกันในอนาคต ก็เป็นเรื่องที่ดีต่อทีโอที เพราะที่ผ่านมาทั้ง 2 บริษัทก็คู่สัญญาสัมปทานอยู่นานกว่า 20 ปี”
     
      อย่างไรก็ดีทีโอทีจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมุ่งไปสู่ 4G เพื่อหนีผู้ประกอบการเอกชนที่กำลังจะขยายโครงข่าย 3G 2.1GHz จากคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยการนำคลื่น 2.3 GHz ที่ถือครองอยู่มาใช้ประโยชน์มากที่สุด



เมื่อวันที่ 29 ต.ค.2554 ที่สำนังานผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้นำแรงงานพนักงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) นำโดยนายนราพล ปลายเนตร นายพิราม เกษมวงศ์ และนายพงศ์ฐิติ พงศ์ศิลามณี ได้เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่านนายเฉลิมศักดิ์ จันทรทิม เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบการประมูลคลื่นความถี่ 3 จีของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.

โดยนายพิราม กล่าวว่า กรณีการประมูลเมื่อวันที่ 16 ต.ค. เห็นว่าไม่ได้เป็นการเสนอราคาแข่งขันกันในการซื้อ หรือขายทรัพย์สิน ตามความหมายของการประมูลในมาตรา 45 วรรคหนึ่งของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ 2553 แต่เป็นเพียงการนำคลื่นความถี่มาจัดสรรให้กับผู้เข้าร่วมประมูลเท่านั้น อีกทั้งอาจเข้าลักษณะสมยอมในการเสนอราคาและมีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายในลักษณะที่ไม่มีการแข่งขัน เสนอราคาที่รัฐพึงจะได้รับประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังเป็นห่วงในเรื่องของการโอนทรัพย์สิน เนื่องจากสัญญาสัมปทานในการให้บริการคลื่นความถี่ 2จี ที่บริษัททรู คอร์ปอเรชั่น บริษัทดีแทค ทำกับบริษัท กสท โทรคมนาคม และที่บริษัทเอไอเอส ทำกับบริษัททีโอทีนั้นระบุว่า นอกจากทั้ง 3 บริษัทต้องจ่ายผลตอบแทนให้กับรัฐปีละ 15% หรือราว 2 หมื่นล้านบาทต่อปี และต้องเป็นผู้พัฒนาโครงข่ายการให้บริการ โดยเมื่อสิ้นสุดสัญญาจะต้องโอนทรัพย์สินนั้นให้เป็นของรัฐ แต่ขณะนี้เมื่อกำลังจะพัฒนาคลื่นความถี่เป็น 3จี ทาง กสทช.กลับยังไม่ดำเนินการเรื่องการโอนให้เป็นของรัฐ แต่ขณะนี้เมื่อกำลังจะพัฒนาคลื่นความถี่เป็น 3จี ทาง กสทช.กลับยังไม่ดำเนินการเรื่องการโอนทรัพย์สินในระบบคลื่นความถี่ 2จี ให้กับบริษัททีโอที และ กสท  โทรคมนาคมให้แล้วเสร็จก่อน




































_____________________________




'อนุดิษฐ์' เร่งเครื่องสมัย 2 ดันทีโอทีผุด 4G


      'อนุดิษฐ์' เร่งเครื่องหลังนั่งเก่าอี้รมว.ไอซีทีเป็นสมัยที่ 2 เดินหน้าผลักดันทีโอทีหาพันธมิตรทำ 4G เพื่อความอยู่รอดในอนาคตหลังผู้ประกอบการเอกชนเตรียมลุย 3G 2.1GHz
     
      น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทพโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ภายหลังจากได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีไอซีทีต่ออีกวาระหนึ่งงานแรกที่อยากจะผลักดันให้เกิดขึ้นคือต้องการให้หน่วยงานที่กำกับดูแลอย่าง บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) สามารถยืนอยู่ได้ด้วยตนเองแม้ไม่มีการรับรู้รายได้จากสัญญาสัมปทานตามพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่กำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมพ.ศ.2553 (พ.ร.บ.กสทช)
     
      โดยเฉพาะในกรณีของทีโอที ตนยอมรับว่ายังมีปัญหาอยู่มาก เนื่องจากยังไม่มีการตั้งแต่คณะกรรมการ (บอร์ด) ทีโอทีชุดใหม่ แต่ก็มั่นใจว่าภายในสัปดาห์นี้รายชื่อที่ได้เคยเสนอไปยังกระทรวงการคลัง ที่มีนายอุดม พัวสกุล อธิบดีกรมโยธาธิการ และผังเมือง ที่วางไว้ให้รับตำแหน่งประธานบอร์ดคนใหม่จะได้รับแต่งตั้งอย่างเป็นทางการได้
     
      "ผมเชื่อว่าเมื่อบอร์ดใหม่เข้ามาทุกอย่างที่ทีโอทีติดขัดอยู่ตอนนี้จะสิ้นสุดลง โดยให้สัญญาว่าจะใช้ความพยายามผลักดันให้ทีโอทีเป็นเป็นบริษัทโทรคมฯชั้นนำ และอยากให้มั่นใจว่า ไม่มีบริษัทใดในโลกที่มีทรัพย์สินแสนล้านบาทอย่างทีโอทีจะไม่สามารถแข่งขันได้"
     
      ขณะเดียวกันต่อไปนี้การให้บริการ 3G ทีโอที ย่านความถี่ 1900 MHz ในเฟสที่ 2 นั้น ไอซีทีจะไม่เรียก 3G เฟส 2 แล้วแต่เรียกว่า “โครงการโทรศัพท์มือถือในยุคใหม่” เนื่องจากจะไม่จำกัดแค่เทคโนโลยี 3G เท่านั้นแต่จะมองไปถึงการให้บริการ 4G (LTE) ด้วย พร้อมทั้งจะสนับสนุนให้ทีโอทีแสวงหาพันธมิตรในทุกด้านทั้งเรื่องความรู้ และการใช้เทคโนโลยีที่เต็มศักยภาพ
     
      สำหรับพันธมิตรที่ทีโอทีจะทำ 4G นั้นไอซีทีก็พร้อมจะผลักดันและสนับสนุนอย่างเต็มที่ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าอาจจะเป็น บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เนคเวอร์ค (เอดับบลิวเอ็น) ในเครือเอไอเอส หลังจากเป็นบริษัทที่เลือกคลื่นย่านความถี่ในชุดที่ 7-9 ซึ่งติดกับทีโอที ในตอนประมูล 3G เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมาซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์ของเอไอเอส
     
      “ผมก็ไม่แน่ใจว่าพันธมิตรที่ว่าจะเป็นเอไอเอสหรือไม่ แต่หากทีโอที และเอไอเอสจะทำ 4G ร่วมกันในอนาคต ก็เป็นเรื่องที่ดีต่อทีโอที เพราะที่ผ่านมาทั้ง 2 บริษัทก็คู่สัญญาสัมปทานอยู่นานกว่า 20 ปี”
     
      อย่างไรก็ดีทีโอทีจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมุ่งไปสู่ 4G เพื่อหนีผู้ประกอบการเอกชนที่กำลังจะขยายโครงข่าย 3G 2.1GHz จากคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยการนำคลื่น 2.3 GHz ที่ถือครองอยู่มาใช้ประโยชน์มากที่สุด

ASTV ผู้จัดการ
http://www.manager.co.th/CBiZReview/ViewNews.aspx?NewsID=9550000132386

________________________________________


ทีโอทีเพิ่งตื่นฟ้องผู้ตรวจผวา3จีฮุบ2จีวุฒิฯฟ้องแล้ว



"ทีโอที" เพิ่งตื่น ร้องผู้ตรวจฯ สอบ กสทช. ประมูล 3จี ส่อสมยอม พฤติการณ์เข้าข่ายไม่มีการแข่งขันกลัว 3 บริษัทที่ได้แอบยักยอกถ่ายเททรัพย์สินระบบ 2จี ไปเป็นทรัพย์สินระบบ 3จี ขอให้ร้องต่อศาลปกครองระงับออกใบอนุญาตไว้ก่อนจนกว่าจะมีการส่งมอบทรัพย์สินเป็นของรัฐ ขณะที่ 40 ส.ว.ยื่นผู้ตรวจฯ ส่งศาลปกครองล้ม 3 จีด้วย ด้าน "ผาณิต" ระบุเคาะคำร้องกลุ่มกรีนส่งศาลหรือไม่ 8 พ.ย.นี้ ทางด้าน 3 บริษัทจับมือแถลงยัน ประมูล 3 จีโปร่งใส



เมื่อวันที่ 29 ต.ค.2554 ที่สำนังานผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้นำแรงงานพนักงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) นำโดยนายนราพล ปลายเนตร นายพิราม เกษมวงศ์ และนายพงศ์ฐิติ พงศ์ศิลามณี ได้เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่านนายเฉลิมศักดิ์ จันทรทิม เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบการประมูลคลื่นความถี่ 3 จีของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.

โดยนายพิราม กล่าวว่า กรณีการประมูลเมื่อวันที่ 16 ต.ค. เห็นว่าไม่ได้เป็นการเสนอราคาแข่งขันกันในการซื้อ หรือขายทรัพย์สิน ตามความหมายของการประมูลในมาตรา 45 วรรคหนึ่งของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ 2553 แต่เป็นเพียงการนำคลื่นความถี่มาจัดสรรให้กับผู้เข้าร่วมประมูลเท่านั้น อีกทั้งอาจเข้าลักษณะสมยอมในการเสนอราคาและมีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายในลักษณะที่ไม่มีการแข่งขัน เสนอราคาที่รัฐพึงจะได้รับประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังเป็นห่วงในเรื่องของการโอนทรัพย์สิน เนื่องจากสัญญาสัมปทานในการให้บริการคลื่นความถี่ 2จี ที่บริษัททรู คอร์ปอเรชั่น บริษัทดีแทค ทำกับบริษัท กสท โทรคมนาคม และที่บริษัทเอไอเอส ทำกับบริษัททีโอทีนั้นระบุว่า นอกจากทั้ง 3 บริษัทต้องจ่ายผลตอบแทนให้กับรัฐปีละ 15% หรือราว 2 หมื่นล้านบาทต่อปี และต้องเป็นผู้พัฒนาโครงข่ายการให้บริการ โดยเมื่อสิ้นสุดสัญญาจะต้องโอนทรัพย์สินนั้นให้เป็นของรัฐ แต่ขณะนี้เมื่อกำลังจะพัฒนาคลื่นความถี่เป็น 3จี ทาง กสทช.กลับยังไม่ดำเนินการเรื่องการโอนให้เป็นของรัฐ แต่ขณะนี้เมื่อกำลังจะพัฒนาคลื่นความถี่เป็น 3จี ทาง กสทช.กลับยังไม่ดำเนินการเรื่องการโอนทรัพย์สินในระบบคลื่นความถี่ 2จี ให้กับบริษัททีโอที และ กสท  โทรคมนาคมให้แล้วเสร็จก่อน

อีกทั้งถ้าดูราคาประมูลคลื่น 3จี ที่ทั้ง 3 บริษัทประมูลได้ในราคา 4,500 บาทต่อ 1 ใบอนุญาตนั้น ทำให้ยิ่งน่าเป็นห่วงว่า 3 บริษัทจะนำเงินตรงไหนไปพัฒนาโครงข่ายระบบ 3จี จึงอาจเป็นไปได้ว่า ทั้ง 3 บริษัทจะใช้วิธีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินในระบบ 2จี ที่ต้องโอนให้กับรัฐ ไปเป็นทรัพย์สินในระบบ 3จี ที่เอกชนเป็นเจ้าของ โดยอาศัยข้ออ้างความต้องการของประชาชน ซึ่งความเสียหายที่อาจจะเกิดจากการโอนย้ายทรัพย์สินดังกล่าวจะทำให้ทรัพย์สินของชาติเสียหายมหาศาลอาจมากกว่ารายได้จากการประมูลคลื่น 3จี เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ก็เป็นได้ จึงขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการตรวจสอบและยื่นเรื่องให้ศาลปกครองสั่งชะลอการรับรองใบอนุญาตการประมูลคลื่น 3จี ออกไปก่อน และให้ กสทช.ดำเนินการเรื่องการโอนย้ายทรัพย์สินในระบบคลื่นความถี่ 2จี ของบริษัทเอกชนซึ่งได้รับสัมปทานมาเป็นของรัฐให้แล้วเสร็จเสียก่อน

เวลาต่อมาที่ห้องกรรมาธิการ 4 อาคารรัฐสภา 1 นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา พร้อมด้วย ส.ว.อีก 10 คน ได้ยื่นหนังสือต่อ นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอพิจารณาให้ส่งเรื่องต่อให้ศาลปกครองพิจารณาว่า คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) มีอำนาจที่จะรับรองผลการประมูลคลื่นความถี่ 3จี หรือไม่ โดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 245 (2)

ด้านนางผาณิต กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินกำลังดำเนินการพิจารณาเรื่องที่มีผู้ร้องเรียนเกี่ยวข้องกับการประมูลคลื่นความถี่ 3จี อยู่ 3 เรื่อง คือเรื่องที่ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มการเมืองสีเขียว, กลุ่มผู้นำแรงงาน บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และเรื่องที่ ส.ว.ยื่นให้พิจารณา และผู้ตรวจการแผ่นดินจะมีการพิจารณาในแต่ละเรื่องว่ามีประเด็นเหมือนกันหรือไม่ หากเหมือนกันอาจจะรวมพิจารณาได้ แต่หากแตกต่างก็ต้องแยกพิจารณา ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับประเด็น และเรื่องการประมูล 3จี ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องพิจารณาด้วยความรวดเร็วและซึ่งก็ขึ้นอยู่กับประเด็น และเรื่องการประมูล 3จี ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องพิจารณาด้วยความรวดเร็วและรอบคอบ โดยในคำร้องของนายสุริยะใส การพิจารณาใกล้แล้วเสร็จ และคาดว่าจะได้ผลสรุปว่าจะยื่นฟ้องต่อศาลปกครองหรือไม่ได้ภายในวันที่ 8 พ.ย. ก่อนที่คณะผู้ตรวจการแผ่นดินจะเดินทางไปประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินโลกที่ประเทศนิวซีแลนด์ ทั้งนี้ การจะยื่นเรื่องดังกล่าวต่อศาลปกครองหรือไม่นั้น ต้องผ่านการพิจารณาของคณะผู้ตรวจการแผ่นดินทั้งคณะ

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวร่ายงานว่า 3 บริษัทที่ได้เข้าร่วมการประมูล 3จี ประกอบด้วยนาย วิเชียร เมฆตระการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ดร.ดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) และศาสตราจารย์พิเศษ อธึก อัศวานันท์ รองประธานกรรมการและหัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มด้านกฎหมาย บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (ทรูมูฟ) ในฐานะที่เป็นเอกชนผู้เกี่ยวข้องและเข้าร่วมในเหตุการณ์การประมูล 3จี คลื่นความถี่ 2.1 GHz มา ตั้งแต่ต้น พร้อมใจกันชี้แจงข้อเท็จจริงต่อความคิดเห็นต่างๆ เกี่ยวกับเอกชนผู้เข้าร่วม การประมูลที่ยืนยันได้ว่ามีความโปร่งใส พร้อมแสดงเจตนารมณ์ในการร่วมพัฒนาการสื่อสารโทรคมนาคมของไทย โดยผู้ให้บริการทั้ง 3 ราย มีเจตนารมณ์ชัดเจนในการเข้าร่วมประมูลคลื่นความ ถี่ในครั้งนี้ เนื่องจากเทคโนโลยี 3จี เป็นเทคโนโลยี ทันสมัยที่จะช่วยยกระดับให้คนไทยสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่างๆ ได้ง่ายและรวดเร็ว ซึ่งเทคโนโลยีสื่อสารล้ำสมัยจะช่วยสนับสนุนความเจริญและการพัฒนาประเทศในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นภาคเศรษฐกิจ สังคม อุตสาหกรรม และการศึกษา โดยผู้ให้บริการทั้ง 3 ราย เป็นผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจในวงการสื่อสารโทรคมนาคมมาเป็นเวลาหลายสิบปี และต่างมีความพร้อมที่จะร่วมยกระดับเทคโนโลยี เพื่อให้ประเทศมีความสามารถแข่งขันและมีศักยภาพเทียบนานาประเทศทั่วโลก

บรรยายใต้ภาพ
ยื่นสอบ 3จี...นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา แกนนำ 40 ส.ว. ยื่นหนังสือถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ส่งเรื่องต่อให้ศาลปกครองพิจารณาว่ามติรับรองผลการประมูลคลื่นความถี่ 3จี ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม เป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 47 ว่าด้วยการจัดสรรทรัพยากรคลื่นความถี่ให้มีความเท่าเทียมกันหรือไม่

แนวหน้า
http://www.ryt9.com/s/bmnd/1519021

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.