Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

30 ตุลาคม 2555 (เกาะติดประมูล3G) AIS DTAC TRUE ชี้ ( จี้ลดราคา 15-20% ถ้าให้ทำเราย่อม แต่ถ้า บังคับมากกว่านั้น ++++ ขึ้นศาล +++ )

ประเด็นหลัก


     
      นายอธึก กล่าวว่าหากมีการตรวจสอบแล้วพบว่าในการประมูล 3G เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมาไม่มีการฮั้วของผู้เข้าร่วมประมูลแล้ว ผู้ออกมากล่าวหาสมควรจะต้องมีบทลงโทษหรือไม่
     
      'เรื่องฮั้วมันไม่มี และไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นในระหว่างแต่ละค่าย การฮั้วเป็นการสมยอมราคา แต่ในการเข้าประมูลผู้บริหารต้องเซ็นยอมรับล่วงหน้าว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการฮั้ว เพราะนอกจากโทษทางอาญาแล้ว ทั้ง 3 รายซึ่งเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ กรรมการบริหารก็จะมีความผิดเพิ่มขึ้นอีกจากกฏหมายเกี่ยวกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ดังนั้นถ้าตรวจสอบพบว่ามีการฮั้วก็จับคนผิดเข้าคุกไปเลยไม่ต้องรอลงอาญาด้วย แต่ถ้าไม่พบแล้วคนที่กล่าวหาลอยๆควรจะโดนด้วยหรือไม่ ถ้าไม่อย่างงั้นก็มองไม่ออกว่าการประมูลต่อๆไปจะเป็นอย่างไร และถ้าประมูลล้มใครได้ประโยชน์ผมไม่ทราบ แต่คนที่เสียประโยชน์คือประชาชน'
     
      นายดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแทค ตัวแทนบริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค กล่าวถึงราคาตั้งต้นการประมูลโดยมองว่าราคาขั้นต่ำที่ 4,500 ล้านบาท ถือว่าไม่ใช่ราคาที่ต่ำ แต่ค่อนข้างแพงด้วยซ้ำ เนื่องจากเทคโนโลยี 3G ประเทศต่างๆประมูลกันมา 10 กว่าปีแล้ว มูลค่าของคลื่นโดยตัวมันเองไม่สูงเท่าไหร่ ดังนั้น 4,500 ล้านบาทต่อ 5 MHz ถือเป็นราคาที่สูง
     
      'ถึงเวลาที่ประเทศไทยจะก้าวข้ามจุดนี้ไป การออกใบอนุญาตก็ควรออกตามขั้นตอน เนื่องจากภาระด้านการเงิน ภาระทางธุรกิจก็เกิดขึ้น และตลอดเวลาการทำงานของ กสทช. ถือว่าทำงานตามกำหนดการมาโดยตลอด เมื่อสามารถรักษามาได้ด้วยดีก็ขอให้ทำต่อเนื่องไปอย่างถูกต้อง'
     
      นายวิเชียร เมฆตระการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอไอเอส ตัวแทนบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค กล่าวว่า ทุกบริษัทมีกลยุทธ์ในการประมูล ซึ่งเอไอเอสต้องการเสนอราคาสูงสุด เพื่อให้สามารถเลือกช่วงคลื่นความถี่ได้ตามที่ต้องการ ซึ่งแต่ละรายก็ทำครบตามกระบวนการที่พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 (พรบ.กสทช.) กำหนดไว้
     
      'กสทช.ไม่มีทางเลือก เพราะการจัดสรรคลื่นความถี่ต้องผ่านการประมูลเท่านั้น'
     
      ในประเด็นที่กสทช.ได้ออกมาประกาศเจตนารมย์ว่าถ้าหากเอกชนทั้ง 3 รายที่ชนะการประมูล 3G ไม่ลดค่าบริการลงจากปัจจุบัน 15-20% จะไม่ออกใบอนุญาตให้เด็ดขาด ผู้ประกอบการทั้ง 3 รายให้ความเห็นว่า ถ้าต้องทำตามก็จะทำ เพียงแต่ต้องคำนึงถึงต้นทุนที่เป็นเหตุเป็นผลด้วย หากไม่เช่นนั้นคงต้องให้คนกลางหรือศาลเป็นผู้ตัดสิน
     

นายวิเชียร กล่าวว่า เบื้องต้นถ้ากสทช.กำหนดราคาขั้นต่ำออกมาและบังคับให้ต้องทำตามก็จะทำ แต่มองว่ากสทช.จะไม่สามารถกำหนดได้โดยไม่มีการหารือกับผู้ประกอบการ เนื่องจากในการกำหนดราคาขั้นต่ำจำเป็นต้องดูต้นทุนผู้ประกอบการก่อนว่าจะสามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งถ้ากสทช.ประกาศค่าบริการขั้นต่ำออกมาแล้วไม่สามารถยอมรับได้ก็ต้องเดินหน้าฟ้องศาลปกครองกันต่อไป
      'แม้สัญญาสัมปทานจะหมดลงการลงทุนเครือข่ายที่ผ่านมาก็ต้องส่งคืนให้แก่เจ้าของสัมปทาน ดังนั้นถ้าหลังประมูลไม่ต้องลงทุนเพิ่มก็ถือว่าเป็นเหตุเป็นผลที่จะปรับลดราคา แต่เมื่อมีการลงทุนใหม่ทั้งหมดบนคลื่น 2.1GHz ที่อาจจะต้องสร้างสถานีฐานเพิ่ม 2-3 เท่าจากเดิมเป็น 51,000 สถานีฐาน ทำให้มีต้นทุนที่สูงขึ้น'














_____________________________


3 ค่ายปัดฮั้วประมูล 3G ทรูท้าผิดจับติดคุกเลย


      3 ค่ายมือถือแถลงเปิดใจการประมูล 3G ที่ผ่านมา ยันไม่มีการฮั้วประมูลเด็ดขาด 'อธึก' ท้าถ้าพบฮั้วจริง มาจับไปติดคุกเลยไม่ต้องรอลงอาญา แต่หากตรวจสอบไม่พบว่าฮั้ว คนกล่าวหาต้องถูกลงโทษหรือไม่ ส่วนการลดค่าบริการ 15-20% แลกกับใบอนุญาต 3G เอไอเอสพร้อมทำตาม ด้านดีแทค ทรู ชี้พร้อมลดราคาหากสมเหตุสมผลกับต้นทุนและกลไกการตลาด
     
      เมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา 3 ค่ายมือถือที่เป็นผู้ชนะการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 2.1 GHz หรือการประมูล 3G ประกอบด้วยนายวิเชียร เมฆตระการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส นายดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) นายอธึก อัศวานันท์ รองประธานกรรมการและหัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มด้านกฎหมาย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงเปิดใจการประมูล 3G
     
      นายอธึก กล่าวว่าหากมีการตรวจสอบแล้วพบว่าในการประมูล 3G เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมาไม่มีการฮั้วของผู้เข้าร่วมประมูลแล้ว ผู้ออกมากล่าวหาสมควรจะต้องมีบทลงโทษหรือไม่
     
      'เรื่องฮั้วมันไม่มี และไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นในระหว่างแต่ละค่าย การฮั้วเป็นการสมยอมราคา แต่ในการเข้าประมูลผู้บริหารต้องเซ็นยอมรับล่วงหน้าว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการฮั้ว เพราะนอกจากโทษทางอาญาแล้ว ทั้ง 3 รายซึ่งเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ กรรมการบริหารก็จะมีความผิดเพิ่มขึ้นอีกจากกฏหมายเกี่ยวกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ดังนั้นถ้าตรวจสอบพบว่ามีการฮั้วก็จับคนผิดเข้าคุกไปเลยไม่ต้องรอลงอาญาด้วย แต่ถ้าไม่พบแล้วคนที่กล่าวหาลอยๆควรจะโดนด้วยหรือไม่ ถ้าไม่อย่างงั้นก็มองไม่ออกว่าการประมูลต่อๆไปจะเป็นอย่างไร และถ้าประมูลล้มใครได้ประโยชน์ผมไม่ทราบ แต่คนที่เสียประโยชน์คือประชาชน'
     
      นายดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแทค ตัวแทนบริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค กล่าวถึงราคาตั้งต้นการประมูลโดยมองว่าราคาขั้นต่ำที่ 4,500 ล้านบาท ถือว่าไม่ใช่ราคาที่ต่ำ แต่ค่อนข้างแพงด้วยซ้ำ เนื่องจากเทคโนโลยี 3G ประเทศต่างๆประมูลกันมา 10 กว่าปีแล้ว มูลค่าของคลื่นโดยตัวมันเองไม่สูงเท่าไหร่ ดังนั้น 4,500 ล้านบาทต่อ 5 MHz ถือเป็นราคาที่สูง
     
      'ถึงเวลาที่ประเทศไทยจะก้าวข้ามจุดนี้ไป การออกใบอนุญาตก็ควรออกตามขั้นตอน เนื่องจากภาระด้านการเงิน ภาระทางธุรกิจก็เกิดขึ้น และตลอดเวลาการทำงานของ กสทช. ถือว่าทำงานตามกำหนดการมาโดยตลอด เมื่อสามารถรักษามาได้ด้วยดีก็ขอให้ทำต่อเนื่องไปอย่างถูกต้อง'
     
      นายวิเชียร เมฆตระการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอไอเอส ตัวแทนบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค กล่าวว่า ทุกบริษัทมีกลยุทธ์ในการประมูล ซึ่งเอไอเอสต้องการเสนอราคาสูงสุด เพื่อให้สามารถเลือกช่วงคลื่นความถี่ได้ตามที่ต้องการ ซึ่งแต่ละรายก็ทำครบตามกระบวนการที่พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 (พรบ.กสทช.) กำหนดไว้
     
      'กสทช.ไม่มีทางเลือก เพราะการจัดสรรคลื่นความถี่ต้องผ่านการประมูลเท่านั้น'
     
      ในประเด็นที่กสทช.ได้ออกมาประกาศเจตนารมย์ว่าถ้าหากเอกชนทั้ง 3 รายที่ชนะการประมูล 3G ไม่ลดค่าบริการลงจากปัจจุบัน 15-20% จะไม่ออกใบอนุญาตให้เด็ดขาด ผู้ประกอบการทั้ง 3 รายให้ความเห็นว่า ถ้าต้องทำตามก็จะทำ เพียงแต่ต้องคำนึงถึงต้นทุนที่เป็นเหตุเป็นผลด้วย หากไม่เช่นนั้นคงต้องให้คนกลางหรือศาลเป็นผู้ตัดสิน
     
      นายวิเชียร กล่าวว่า เบื้องต้นถ้ากสทช.กำหนดราคาขั้นต่ำออกมาและบังคับให้ต้องทำตามก็จะทำ แต่มองว่ากสทช.จะไม่สามารถกำหนดได้โดยไม่มีการหารือกับผู้ประกอบการ เนื่องจากในการกำหนดราคาขั้นต่ำจำเป็นต้องดูต้นทุนผู้ประกอบการก่อนว่าจะสามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งถ้ากสทช.ประกาศค่าบริการขั้นต่ำออกมาแล้วไม่สามารถยอมรับได้ก็ต้องเดินหน้าฟ้องศาลปกครองกันต่อไป
     
      'แม้สัญญาสัมปทานจะหมดลงการลงทุนเครือข่ายที่ผ่านมาก็ต้องส่งคืนให้แก่เจ้าของสัมปทาน ดังนั้นถ้าหลังประมูลไม่ต้องลงทุนเพิ่มก็ถือว่าเป็นเหตุเป็นผลที่จะปรับลดราคา แต่เมื่อมีการลงทุนใหม่ทั้งหมดบนคลื่น 2.1GHz ที่อาจจะต้องสร้างสถานีฐานเพิ่ม 2-3 เท่าจากเดิมเป็น 51,000 สถานีฐาน ทำให้มีต้นทุนที่สูงขึ้น'
     
      ด้านนายอธึกกล่าวว่ากลุ่มทรูยินดีที่จะปฏิบัติตามถ้าเป็นราคา ที่สมเหตุสมผล ซึ่งเชื่อว่าก่อนจะประกาศราคาต้องมีการประชาพิจารณ์ เพื่อออกมาชี้แจงถึงต้นทุนแต่ละเครือข่าย ซึ่งเชื่อว่าตราบใดที่มีผู้ให้บริการหลายรายกลไกตลาดก็จะทำให้เกิดการแข่งขันอยู่ดี
     
      ส่วนในช่วงการประมูลนั้น นายอธึกกล่าวว่าเมื่อเริ่มประมูลทางกลุ่มทรูกดเลือก 3 บล็อกคือ G H และ I ซึ่งเป็น 3 ช่องสุดท้าย พอรอบที่ 2 หน้าจอคอมพิวเตอร์แสดงขึ้นมาว่า ทรูเป็นผู้ชนะชั่วคราวของทั้ง 3 บล็อก โดยบล็อก H มีอีกรายหนึ่งมาเคาะราคาแข่งขัน และคอมพิวเตอร์ได้ใช้วิธีการสุ่มเลือกว่าทรูชนะ เมื่อเป็นผู้ชนะกลุ่มทรูก็ไม่รู้ว่าจะกดราคาเพิ่มขึ้นทำไม จึงกดยืนยัน
     
      หลังจากนั้นในรอบต่อไปบล็อก G กับ I ยังเป็นทรูที่เป็นผู้ชนะชั่วคราว ขณะที่บล็อก H มีผู้เข้าแข่งขันเคาะราคาเพิ่มขึ้นมา จึงเลือกดูว่าจะสู้ราคาที่บล็อก H หรือไปเลือกช่องอื่นที่ยังไม่มีคนเลือก จึงหันไปเลือกที่บล็อก B เมื่อประกาศผลออกมาก็เป็นผู้ชนะบล็อก B G I ที่บล็อกละ 4,500 ล้านบาท ซึ่งเมื่อชนะแล้วก็ไม่รู้จะขึ้นราคาทำไม และด้วยกฏของโปรแกรมที่บังคับว่า ถ้าเป็นผู้ชนะชั่วคราวจะไม่สามารถย้ายช่องได้ ทำให้ไม่สามารถย้ายไปช่องอื่นได้ด้วย เช่นเดียวกันกับทางดีแทค ที่นายดามพ์ เปิดเผยถึงวิธีการประมูลว่า เมื่อมีการกดซ้ำกันทางดีแทคก็เลื่อนไปเลือกในบล็อกอื่นแทน
     
      ขณะที่เอไอเอสซึ่งวางกลยุทธ์ไว้ว่าถ้าไม่ได้ ช่องไหนก็เคาะซ้ำมันเข้าไปให้ราคาสูงขึ้น ดังนั้นทั้ง 3 บล็อกที่เอไอเอสเลือกคือบล็อกA E และ H ราคาในช่วงแรกจึงขึ้นไปอยู่ที่ 4,725 ล้านบาท หลังจากนั้นในรอบถัดไปจึงใส่ราคาเพิ่มอีก 2 บล็อกที่บล็อก E และ H ทำให้ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 4,950 ล้านบาท เพื่อให้รายอื่นตามไม่ทัน เมื่อเรียบร้อยแล้วก็รอปิดประมูล
     
ASTV ผู้จัดการ
http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9550000132705

________________________________


3 ค่ายมือถือไม่ฟังธงค่าบริการถูกลงตามที่กสทช. กำหนดได้หรือไม่


3 ค่ายมือถือยืนยันยังไม่กำหนดค่าบริการถูกลงมาที่ 15-20% ตามที่ กสทช.กำหนดได้หรือไม่ ชี้เป็นไปตามกลไกการแข่งขัน

นายอธึก อัศวานันท์ รองประธานกรรมการและหัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มด้านกฎหมาย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น เผยว่า เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่รับรองว่า จะสามารถคิดค่าบริการ 3 จี ในอัตราลดลง 15-20% ตามที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กำหนดเนื่องจากต้องดูต้นทุนหลังติดตั้งโครงข่ายก่อน และหากไม่สามารถตกลงค่าบริการกันได้ก็จะดำเนินการให้คนกลางให้เข้ามาเป็นผู้ตัดสินในเรื่องนี้



ด้านนายดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค กล่าวว่า เรื่องราคาค่าบริการจะเป็นไปตามกลไกการแข่งขันในตลาด ซึ่งแต่ละค่ายก็ต้องมีวิธีดึงลูกค้า และหากลูกค้าไม่พอใจก็สามารถเปลี่ยนไปใช้ของระบบอื่นได้

ขณะที่นายวิเชียร เมฆตระการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส กล่าวว่า สิ่งที่เอกชนต้องการในขณะนี้ คือ กระบวนการให้ไลเซ่นส์ ที่เดินหน้า เพื่อไม่ให้แผน 3 จี ต้องสะดุด เมื่อประเทศเข้าสู่เออีซี

--อินโฟเควสท์
http://www.ryt9.com/s/iqry/1519369

_________________________________________


3ค่ายปัดฮั้วประมูล3Gทรูท้าผิดจับติดคุกเลย


      ASTVผู้จัดการรายวัน-3 ค่ายมือถือแถลงเปิดใจการประมูล 3G ที่ผ่านมา ยันไม่มีการฮั้วประมูลเด็ดขาด 'อธึก' ท้าถ้าพบฮั้วจริง มาจับไปติดคุกเลยไม่ต้องรอลงอาญา แต่หากตรวจสอบไม่พบว่าฮั้ว คนกล่าวหาต้องถูกลงโทษหรือไม่ ส่วนการลดค่าบริการ 15-20% แลกกับใบอนุญาต 3G เอไอเอสพร้อมทำตาม ด้านดีแทค ทรู ชี้พร้อมลดราคาหากสมเหตุสมผลกับต้นทุนและกลไกการตลาด ส่วนผู้ตรวจการแผ่นดินเตรียมพิจารณา 30 ต.ค.นี้
     
      เมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา 3 ค่ายมือถือที่เป็นผู้ชนะการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 2.1 GHz หรือการประมูล 3G ประกอบด้วยนายวิเชียร เมฆตระการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส นายดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) นายอธึก อัศวานันท์ รองประธานกรรมการและหัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มด้านกฎหมาย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงเปิดใจการประมูล 3G
     
      นายอธึก กล่าวว่าหากมีการตรวจสอบแล้วพบว่าในการประมูล 3G เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมาไม่มีการฮั้วของผู้เข้าร่วมประมูลแล้ว ผู้ออกมากล่าวหาสมควรจะต้องมีบทลงโทษหรือไม่
     
      'เรื่องฮั้วมันไม่มี และไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นในระหว่างแต่ละค่าย การฮั้วเป็นการสมยอมราคา แต่ในการเข้าประมูลผู้บริหารต้องเซ็นยอมรับล่วงหน้าว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการฮั้ว เพราะนอกจากโทษทางอาญาแล้ว ทั้ง 3 รายซึ่งเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ กรรมการบริหารก็จะมีความผิดเพิ่มขึ้นอีกจากกฏหมายเกี่ยวกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ดังนั้นถ้าตรวจสอบพบว่ามีการฮั้วก็จับคนผิดเข้าคุกไปเลยไม่ต้องรอลงอาญาด้วย แต่ถ้าไม่พบแล้วคนที่กล่าวหาลอยๆควรจะโดนด้วยหรือไม่ ถ้าไม่อย่างงั้นก็มองไม่ออกว่าการประมูลต่อๆไปจะเป็นอย่างไร และถ้าประมูลล้มใครได้ประโยชน์ผมไม่ทราบ แต่คนที่เสียประโยชน์คือประชาชน'
     
      นายดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแทค ตัวแทนบริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค กล่าวถึงราคาตั้งต้นการประมูลโดยมองว่าราคาขั้นต่ำที่ 4,500 ล้านบาท ถือว่าไม่ใช่ราคาที่ต่ำ แต่ค่อนข้างแพงด้วยซ้ำ เนื่องจากเทคโนโลยี 3G ประเทศต่างๆประมูลกันมา 10 กว่าปีแล้ว มูลค่าของคลื่นโดยตัวมันเองไม่สูงเท่าไหร่ ดังนั้น 4,500 ล้านบาทต่อ 5 MHz ถือเป็นราคาที่สูง
     
      'ถึงเวลาที่ประเทศไทยจะก้าวข้ามจุดนี้ไป การออกใบอนุญาตก็ควรออกตามขั้นตอน เนื่องจากภาระด้านการเงิน ภาระทางธุรกิจก็เกิดขึ้น และตลอดเวลาการทำงานของ กสทช. ถือว่าทำงานตามกำหนดการมาโดยตลอด เมื่อสามารถรักษามาได้ด้วยดีก็ขอให้ทำต่อเนื่องไปอย่างถูกต้อง'
     
      นายวิเชียร เมฆตระการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอไอเอส ตัวแทนบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค กล่าวว่า ทุกบริษัทมีกลยุทธ์ในการประมูล ซึ่งเอไอเอสต้องการเสนอราคาสูงสุด เพื่อให้สามารถเลือกช่วงคลื่นความถี่ได้ตามที่ต้องการ ซึ่งแต่ละรายก็ทำครบตามกระบวนการที่พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 (พรบ.กสทช.) กำหนดไว้
     
      'กสทช.ไม่มีทางเลือก เพราะการจัดสรรคลื่นความถี่ต้องผ่านการประมูลเท่านั้น'
     
      ในประเด็นที่กสทช.ได้ออกมาประกาศเจตนารมย์ว่าถ้าหากเอกชนทั้ง 3 รายที่ชนะการประมูล 3G ไม่ลดค่าบริการลงจากปัจจุบัน 15-20% จะไม่ออกใบอนุญาตให้เด็ดขาด ผู้ประกอบการทั้ง 3 รายให้ความเห็นว่า ถ้าต้องทำตามก็จะทำ เพียงแต่ต้องคำนึงถึงต้นทุนที่เป็นเหตุเป็นผลด้วย หากไม่เช่นนั้นคงต้องให้คนกลางหรือศาลเป็นผู้ตัดสิน
     
      นายวิเชียร กล่าวว่า เบื้องต้นถ้ากสทช.กำหนดราคาขั้นต่ำออกมาและบังคับให้ต้องทำตามก็จะทำ แต่มองว่ากสทช.จะไม่สามารถกำหนดได้โดยไม่มีการหารือกับผู้ประกอบการ เนื่องจากในการกำหนดราคาขั้นต่ำจำเป็นต้องดูต้นทุนผู้ประกอบการก่อนว่าจะสามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งถ้ากสทช.ประกาศค่าบริการขั้นต่ำออกมาแล้วไม่สามารถยอมรับได้ก็ต้องเดินหน้าฟ้องศาลปกครองกันต่อไป
      'แม้สัญญาสัมปทานจะหมดลงการลงทุนเครือข่ายที่ผ่านมาก็ต้องส่งคืนให้แก่เจ้าของสัมปทาน ดังนั้นถ้าหลังประมูลไม่ต้องลงทุนเพิ่มก็ถือว่าเป็นเหตุเป็นผลที่จะปรับลดราคา แต่เมื่อมีการลงทุนใหม่ทั้งหมดบนคลื่น 2.1GHz ที่อาจจะต้องสร้างสถานีฐานเพิ่ม 2-3 เท่าจากเดิมเป็น 51,000 สถานีฐาน ทำให้มีต้นทุนที่สูงขึ้น'
     
      ด้านนายอธึกกล่าวว่ากลุ่มทรูยินดีที่จะปฏิบัติตามถ้าเป็นราคา ที่สมเหตุสมผล ซึ่งเชื่อว่าก่อนจะประกาศราคาต้องมีการประชาพิจารณ์ เพื่อออกมาชี้แจงถึงต้นทุนแต่ละเครือข่าย ซึ่งเชื่อว่าตราบใดที่มีผู้ให้บริการหลายรายกลไกตลาดก็จะทำให้เกิดการแข่งขันอยู่ดี ส่วนในช่วงการประมูลนั้น นายอธึกกล่าวว่าเมื่อเริ่มประมูลทางกลุ่มทรูกดเลือก 3 บล็อกคือ G H และ I ซึ่งเป็น 3 ช่องสุดท้าย พอรอบที่ 2 หน้าจอคอมพิวเตอร์แสดงขึ้นมาว่า ทรูเป็นผู้ชนะชั่วคราวของทั้ง 3 บล็อก โดยบล็อก H มีอีกรายหนึ่งมาเคาะราคาแข่งขัน และคอมพิวเตอร์ได้ใช้วิธีการสุ่มเลือกว่าทรูชนะ เมื่อเป็นผู้ชนะกลุ่มทรูก็ไม่รู้ว่าจะกดราคาเพิ่มขึ้นทำไม จึงกดยืนยัน
     
      หลังจากนั้นในรอบต่อไปบล็อก G กับ I ยังเป็นทรูที่เป็นผู้ชนะชั่วคราว ขณะที่บล็อก H มีผู้เข้าแข่งขันเคาะราคาเพิ่มขึ้นมา จึงเลือกดูว่าจะสู้ราคาที่บล็อก H หรือไปเลือกช่องอื่นที่ยังไม่มีคนเลือก จึงหันไปเลือกที่บล็อก B เมื่อประกาศผลออกมาก็เป็นผู้ชนะบล็อก B G I ที่บล็อกละ 4,500 ล้านบาท ซึ่งเมื่อชนะแล้วก็ไม่รู้จะขึ้นราคาทำไม และด้วยกฏของโปรแกรมที่บังคับว่า ถ้าเป็นผู้ชนะชั่วคราวจะไม่สามารถย้ายช่องได้ ทำให้ไม่สามารถย้ายไปช่องอื่นได้ด้วย เช่นเดียวกันกับทางดีแทค ที่นายดามพ์ เปิดเผยถึงวิธีการประมูลว่า เมื่อมีการกดซ้ำกันทางดีแทคก็เลื่อนไปเลือกในบล็อกอื่นแทน
     
      ขณะที่เอไอเอสซึ่งวางกลยุทธ์ไว้ว่าถ้าไม่ได้ ช่องไหนก็เคาะซ้ำมันเข้าไปให้ราคาสูงขึ้น ดังนั้นทั้ง 3 บล็อกที่เอไอเอสเลือกคือบล็อกA E และ H ราคาในช่วงแรกจึงขึ้นไปอยู่ที่ 4,725 ล้านบาท หลังจากนั้นในรอบถัดไปจึงใส่ราคาเพิ่มอีก 2 บล็อกที่บล็อก E และ H ทำให้ราคาขึ้นไปอยู่ที่ 4,950 ล้านบาท เพื่อให้รายอื่นตามไม่ทัน เมื่อเรียบร้อยแล้วก็รอปิดประมูล
     
      ******พนักงานทีโอทีเกรงถ่ายเททรัพย์สิน
     
      ด้านพนักงานบริษัท ทีโอที โดยนายนราพล ปลายเนตร นายพิราม เกษมวงศ์และ นายพงศ์ฐิติ พงศ์ศิลามณี ได้เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่านนายเฉลิมศักดิ์ จันทรทิม เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบการประมูลคลื่นความถี่ 3Gของกสทช.ในประเด็นไม่มีการแข่งขันราคา รวมทั้งเอกชนอาจยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินจากโครงข่าย 2G ที่ต้องโอนให้รัฐ ไปยังโครงข่าย 3G ที่เป็นของเอกชนจึงขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการตรวจสอบและยื่นเรื่องให้ศาลปกครองสั่งชะลอการรับรองใบอนุญาตการประมูลคลื่น 3Gออกไปก่อนและให้กสทช.ดำเนินการเรื่องการโอนย้ายทรัพย์สินในระบบคลื่นความถี่ 2Gของบริษัทเอกชนซึ่งได้รับสัมปทานมาเป็นของรัฐให้แล้วเสร็จเสียก่อน
     
      ด้านนายเฉลิมศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินทั้ง 3 คนได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการร้องของให้ตรวจการประมูลคลื่น 3Gตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา และได้เร่งรัดให้สำนักงานรวบรวมข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายต่างๆ และนำเรื่องดังกล่าวเข้าพิจารณาในการประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินวันที่ 30 ต.ค.นี้ ซึ่งก็จะได้นำเสนอในส่วนคำร้องของพนักงานทีโอทีที่มาร้องนี้เพิ่มเติมเข้าไป ด้วยเพื่อที่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะได้พิจารณาว่าเรื่องดังกล่าวอยู่ในอำนาจที่จะรับไว้พิจารณาวินิจฉัยและส่งศาลปกครองตามที่มีการร้องหรือไม่ อย่างไรก็ตามการพิจารณาเรื่องนี้น่าจะเร็วเพราะกสทช. ก็ได้มีการชี้แจงเรื่องนี้เข้ามาแล้วทำให้ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ต้องเสียเวลาในขั้นตอนให้กสทช.ชี้แจงอีก
     
      ***'ส.ว.ไพบูลย์ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน
     
      เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 29 ต.ค. ที่ห้องกรรมาธิการ 4 อาคาร รัฐสภา 1 นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา พร้อมด้วยส.ว.อีก 10 คน ยื่นหนังสือต่อ นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้พิจารณา ส่งเรื่องต่อศาลปกครองเพื่อพิจารณาว่า คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) มีอำนาจที่จะรับรองผลการประมูลคลื่นความถี่ 3Gหรือไม่ โดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 245 (2)
     
      นายไพบูลย์ กล่าวว่า การที่กทค. อ้างว่าคณะกรรมการกทค. มีอำนาจเห็นชอบผลการประมูล และออกใบอนุญาตได้ตาม มาตรา 40 ที่กำหนดให้กทค. มีอำนาจกระทำการแทนคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตามมาตรา 27(4) ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งอำนาจของกทค. ตามมาตรา 40 ดังกล่าว เป็นเพียงอำนาจในการกำกับดูแลการประกอบกิจการโทรคมนาคม ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 305 (1)
      ดังนั้นเมื่อพิจารณาประกอบกับกฎหมายและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแล้ว จึงเห็นว่า กทค. ได้ใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 47 ประกอบมาตรา 305 (1) , พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 มาตรา 45 และประกาศ กสทช.เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล 2.1 GHz พ.ศ.2555 และอำนาจในการรับรองผลการประมูลและออกใบอนุญาตการประมูลคลื่นความถี่ 3G ที่ผ่านมา น่าจะเป็นอำนาจของกสทช.ชุดใหญ่ทั้งคณะ 11 คน
      ด้านนางผาณิต กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กำลังดำเนินการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการประมูลคลื่นความถี่ 3G อยู่ 3 เรื่องด้วยกัน ผ่านการร้องของ นายสุริยะใส กตะสิลา ผู้ประสานงานกลุ่มการเมืองสีเขียว , กลุ่มผู้นำแรงงานบริษัท ทีโอที และเรื่องที่ ส.ว.ยื่นให้พิจารณา โดยคำร้องของนายสุริยะใส การพิจารณาใกล้แล้วเสร็จ คาดว่าจะได้ผลสรุปว่าจะยื่นฟ้องต่อศาลปกครองหรือไม่ภายในวันที่ 8 พ.ย.ก่อนที่คณะผู้ตรวจการแผ่นดินจะเดินทางไปประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินโลก ที่ประเทศนิวซีแลนด์ การจะยื่นเรื่องดังกล่าวต่อศาลปกครองหรือไม่ ต้องผ่านการพิจารณาของคณะผู้ตรวจการแผ่นดินทั้งคณะ.

ASTV ผู้จัดการ
http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9550000132294&Keyword=3g

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.