Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

31 ตุลาคม 2555 (เกาะติดประมูล3G) กทค.ยันมีอำนาจรับรองประมูล3Gไม่ต้องรอ กสทช. เป็นไปตาม พรบ.กสทช. // คณะสอบฮั้ว 3G นัดแรกไม่ครบองค์

ประเด็นหลัก



“ฐากร ตัณฑสิทธิ์” เบรกทุกฝ่ายตั้งธง 3จี อ้างต้องรอผลสอบคณะทำงาน และ ป.ป.ช.ออกมาก่อนสรุปผล ลั่นคณะ กก.ทุกคนไร้เบี้ยประชุม ทำโดยความตั้งใจ วอนอย่าแทรกแซง เผยยังไม่ให้ไลเซ่นส์ 3จี จนกว่าผลสรุปชัดเจน...


นอกจากคณะทำงานชุดดังกล่าวที่ได้มีการตรวจสอบการเคาะราคาไลเซ่นส์ 3จี ดังกล่าวแล้ว กระบวนการตรวจสอบของหน่วยงานสำคัญของประเทศ คือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจรติตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ ผู้ตรวจการแผ่นดิน เกี่ยวกับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประมูลของกสทช.และอำนาจการรับรองผลประมูลของบอร์ดกทค. ที่ยังไม่ชัดเจน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การให้ไลเซ่นส์กับเอกชนไม่เป็นไปตามกำหนดเดิมที่วางไว้ คือวันที่ 23 พ.ย. 55 ซึ่งนั่นก็หมายถึงการที่ กทค.จะไม่สามารถระบุเวลาที่ชัดเจนได้จนกว่าการตรวจสอบจะสิ้นสุด





 ***คณะสอบฮั้ว 3G นัดแรกไม่ครบองค์
     
      นายจิตรนรา นวรัตน์ อัยการพิเศษ ในฐานะคณะทำงานตรวจสอบพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้เข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ 2.1GHz หรือ 3G กล่าวว่า การประชุมคณะตรวจสอบนัดแรกเมื่อวันที่ 30 ต.ค. เป็นเพียงแค่การวางกรอบการทำงานในเบื้องต้นเท่านั้น เนื่องจากคณะทำงาน 3 คนประกอบด้วย นายมงคล แสงหิรัฐ, น.ส.อรพรรณ พนัสพัฒนา และนายชัยยุทธ มังศรี ผู้ช่วยเลขา กสทช. ต่างติดภารกิจทำให้มาเข้าประชุมในครั้งแรกไม่ได้
     
      ขณะที่กรอบการพิจารณาของคณะทำงานจะประกอบด้วย 1. การตรวจสอบพฤติกรรมทั้งก่อนการประมูล ระหว่างการมูล และภายหลังการประมูล 2. ดูการเสนอราคา โดยไม่เพียงแต่ผู้เข้าร่วมประมูลทั้ง 3 ราย แต่จะรวมไปถึงผู้ที่มาขอใบสมัครเข้าร่วมประมูลทั้ง 17 ราย ที่ภายหลังเหลือเข้าห้องประมูลได้จริงๆ เพียงแค่ 3 รายเท่านั้น ซึ่งจะเป็นการดูข้อเท็จจริงว่าบริษัทเหล่านี้หายไปได้อย่างไร และ 3.จะเป็นการเชิญบริษัทที่เกี่ยวข้อกับการประมูลคือ 3 บริษัท ที่ได้เข้าร่วมประมูล และอีก 14 รายที่ไม่ได้เข้าประมูล ตลอดจนถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการประมูลเข้ามาให้ข้อมูลกับคณะทำงาน

ทั้งนี้ นายสุทธิพลยืนยันว่า การดำเนินการของ กทค.มีกฎหมายรองรับชัดเจน ซึ่งเป็นการดำเนินการโดยมีรัฐธรรมนูญมาตรา 47 ประกอบมาตรา 305 ที่กำหนดให้มีหน่วยงานย่อย คือ กทค. และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ โดยการปฏิบัติงานของก ทค.ก็จะเป็นไปตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ซึ่งมาตราที่เป็นปัญหาในขณะนี้คือ มาตรา 27 (4) และ (6) ซึ่งทั้งสองวงเล็บนี้มีมาตรา 40 ของ พ.ร.บ.เดียวกันนี้กำหนดให้กทค.ปฏิบัติหน้าที่ในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการโทรคมนาคม




ดยในเบื้องต้นคณะทำงานคาดว่าจะใช้เวลาทำงานเกินกว่า 15 วัน โดยในการประชุมครั้งหน้ากำหนดในวันที่ 7 พ.ย.ที่จะถึงนี้







_______________________________________________



กสทช. ยื่น เอกสารชี้แจง 3จี เพิ่มเติมแก่ผู้ตรวจการแผ่นดิน



กสทช. ยื่นเอกสารชี้แจงการจัดประมูล 3จี แก่ผู้ตรวจการแผ่นดินเพิ่มเติม ด้านประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ยืนยัน ได้ข้อสรุป 8 พฤศจิกายนนี้

พันเอกเศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. ได้นำทีมเดินทางเข้ายื่นเอกสารการประมูลคลื่นความถี่เพิ่มเติมต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อยืนยันความโปร่งใสในการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ย่าน 2.1 กิกะเฮร์ต หรือ ประมูล 3จี
นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวภายหลังการรับเอกสารว่า เอกสารที่ได้รับเพิ่มเติมในครั้งนี้ถือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของผู้ตรวจการแผ่นดิน เนื่องจากเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจัดประมูล 3จี รวมถึงอำนาจในการรับรองผลการประมูลตามกฏหมายของ กทค.
โดยทางผู้ตรวจการแผ่นดินจะเร่งนำไปพิจารณาและเข้าสู่ที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินโดยเร็วต่อไปก่อนตัดสินใจว่าการประมูล 3จี เมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมาเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฏหมาย พร้อมกับพิจารณาด้วยว่าจะยื่นเรื่องให้ศาลปกครองพิจารณาต่ออีกหรือไม่ และยืนยันว่าจะต้องได้ข้อสรุปภายในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้

moneychannel
http://www.moneychannel.co.th/index.php/2012-06-30-12-32-32/5684-sadtapong

______________________________________

กสทช.ระบุคณะทำงานสอบฮั้วประมูล 3G มุ่งบ.ลูก DTAC-TRUE เหตุไม่เคาะราคา


นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ  คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ได้แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้เข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ 2.1 GHz โดยมีนายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เป็นหัวหน้าคณะทำงาน โดยทั้งหมดคณะทำงานมี 10 คน  การตรวจสอบจะมุ่งประเด็นการตรวจสอบไปที่พฤติกรรมของ บริษัท ดีแทค  เนทเวอร์ค จำกัด บริษัทในเครือของบมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) และบริษัท  เรียล ฟิวเจอร์ ในเครือกลุ่มบมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE)  ที่ดำเนินการในลักษณะการสมยอมราคา หรือ ไม่ได้เคาะราคาในวันประมูล 16 ต.ค.55 ที่ผ่านมา


ทั้งนี้ เนื่องจากราคาสุดท้ายของทั้ง  2 บริษัท จบลงที่ใบละ 4,500 ล้านบาทเท่าเดิม ซึ่งการกระทำดังกล่าวขัดต่อระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 (พ.ร.บ.ฮั้ว) จากการที่ไม่ได้เคาะราคา หรือ เคาะราคาเท่าเดิม แสดงถึงการกระทำที่ผิดปกติ โดยคณะทำงานจะเรียกผู้ให้บริการทั้ง 3 รายเข้าชี้แจงในวันที่ 7 พ.ย. 55 นี้

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่า กสทช.จะไม่สามารถก้าวก่ายการตรวจสอบของคณะทำงานได้ แต่ไม่ต้องการเห็นผลการตรวจสอบออกมาในเชิงบวก โดยหากผลการตรวจสอบออกมาในเชิงลบจะนำเสนอคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ทันที แต่หากผลการตรวจสอบเป็นไปในทางบวกคณะทำงานก็จะขอพิจารณาก่อน

“คณะทำงานชุดดังกล่าวได้แจ้งว่า เมื่อเข้ามาทำงาน ขออย่าให้มีการแทรกแซงการทำงาน เนื่องจากการทำงานครั้งนี้ ไม่ได้เบี้ยประชุมและต้องการทำงานอย่างอิสระ อีกทั้งยังต้องรับผิดชอบผลที่ออกมาทั้งหมดไม่ว่าผลจะออกมาอยางไร รวมทั้ง เดินหน้าต่อไป แม้ว่าจะมีการฟ้องร้องตามมา โดยได้ประชุมครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 ต.ค. และจะนัดเอกชนมาคุยอีกครั้งวันที่ 7 พ.ย. โดยตั้งเป้าจะให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 10 พ.ย.2555 หรือ อย่างช้าสุดภายในระยะเวลา 1 เดือน ตามกรอบที่ กทค. กำหนด ซึ่งขณะนี้ทุกอย่างยังไม่มีความชัดเจนแต่อย่างใด” นายฐากร กล่าว

นอกจากคณะทำงานชุดดังกล่าวที่ได้มีการตรวจสอบการเคาะราคาไลเซ่นส์ 3จี ดังกล่าวแล้ว กระบวนการตรวจสอบของหน่วยงานสำคัญของประเทศ คือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจรติตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ ผู้ตรวจการแผ่นดิน เกี่ยวกับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประมูลของกสทช.และอำนาจการรับรองผลประมูลของบอร์ดกทค. ที่ยังไม่ชัดเจน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การให้ไลเซ่นส์กับเอกชนไม่เป็นไปตามกำหนดเดิมที่วางไว้ คือวันที่ 23 พ.ย. 55 ซึ่งนั่นก็หมายถึงการที่ กทค.จะไม่สามารถระบุเวลาที่ชัดเจนได้จนกว่าการตรวจสอบจะสิ้นสุด

อินโฟเควสท์
http://www.ryt9.com/s/iq05/1520256


______________________________________



คณะทำงานสอบฮั้ว 3G เน้นประเด็น 2 เอกชนไม่เคาะราคาเพิ่ม


      'ฐากร' ชี้คณะทำงานตรวจสอบพฤติกรรมการประมูล 3G เน้นสอบเรื่อง 2 เอกชนไม่เคาะราคาเพิ่ม อิง 3 หลักเกณฑ์คือพ.ร.บ.ฮั้ว, ระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยการพัสดุและประกาศกสทช.เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล ย่าน 2.1 GHz พ.ศ. 2555 คาดอาจไม่เสร็จใน 15 วัน
     
      นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่าคณะทำงานตรวจสอบพฤติกรรมการเสนอราคาในการประมูลความถี่ 2.1 GHz (3G) ในประเด็นที่เอกชนไม่มีการเคาะราคาเพิ่ม ว่าจะเข้าข่ายฮั้วประมูลหรือไม่นั้น คณะทำงานจะใช้ 3 หลักเกณฑ์ในการพิจารณาประเด็นดังกล่าว ได้แก่ 1. พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 (พ.ร.บ.ฮั้ว) 2. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และ 3. ประกาศกสทช.เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อน ที่สากล (International Mobile Telecommunications - IMT) ย่าน 2.1 GHz พ.ศ. 2555
     
      'หากผลสอบออกมาทางลบหรือผู้ประกอบการมีความผิดเข้าข่ายฮั้วประมูลจริงทุกอย่างคงต้องยุติในทันที แต่หากผลสอบออกมาเป็นบวกเราก็จะขอดูรายละเอียดในการพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง โดยการประมูลที่ผ่านมามีเพียง 2 รายเท่านั้นที่ไม่มีการเคาะราคาในการประมูล'
     
      ทั้งนี้คณะทำงานจะใช้เวลาในการพิจารณาภายใน 15 วันซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 10 พ.ย.นี้ แต่ล่าสุดคาดว่าคณะทำงานจะไม่สามารถดำเนินการได้ทันเวลาจึงอาจจะขอขยายเวลากับทางสำนักงานกสทช.ออกไปอีก รวมทั้งกำหนดการเดิมในการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 ให้แก่ผู้ชนะการประมูลภายใน 90 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งเป็นผู้ชนะการประมูล หรือในวันที่ 16 ม.ค.2556 ซึ่งในตอนนี้คาดว่าอาจจะไม่ทันเวลาดังกล่าวหากยังไม่ได้ผลสรุปจากหน่วยงานต่างๆที่กำลังตรวจสอบการประมูลเมื่อวันที่ 16 ต.ค.55
     
      'เราจะสามารถออกใบอนุญาตให้เอกชนได้ก็ต่อเมื่อรู้ผลจากผู้ตรวจการแผ่นดิน และผลจากป.ป.ช.รวมไปถึงผลจากคณะทำงานตรวจสอบจากกสทช.แล้วว่าการประมูล 3G ที่ผ่านมาโปร่งใสไร้ข้อกล่าวหาจริง'
     
      นายฐากร กล่าวอีกว่า ความคืบหน้ากรณี สัญญาโครงการโทรศัพท์มือถือ 3G บนเทคโนโลยี HSPA ระหว่างบริษัท กสท โทรคมนาคม กับกลุ่มทรูคอร์ปอเรชั่น ที่บอร์ดกทค.สั่งให้กลับไปแก้ไขสัญญาใน 6 ประเด็นนั้นจะครบกำหนดระยะเวลาหลังกสทขอเลื่อนเวลาในการดำเนินการเป็นวันที่ 5 พ.ย. 55 นี้ เช่นเดียวกับกรณีคณะทำงานที่ตรวจสอบประเด็น บริษัท BFKT (ประเทศไทย) เข้าข่ายการกระทำผิดตามมาตรา 67 พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 ซึ่งจะครบกำหนดระยะเวลาในการทำงาน 13 พ.ย.นี้
     
      นอกจากนี้ในวันที่ 31 ต.ค.คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) นำโดย พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธานกทค. นายสุทธิพล ทวีชัยการ นายประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร ได้เข้าพบนางผานิต นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีราชา เจริญพานิช นายประวิช รัตนเพียร ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีมีการร้องเรียนขอให้ตรวจสอบการประมูลคลื่นความถี่ 3G ของ กสทช.โดยยื่นเอกสารเพิ่มและชี้แจงว่า กทค.มีอำนาจหน้าที่ตามพ.ร.บ.องค์กรจัด สรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 มาตรา 40 ที่ให้กทค.มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการใดใดแทนกสทช. และตามมาตรา 27 (4) ให้พิจารณาอนุญาตและกำกับดูแลการใช้คลื่นความถี่และเครื่องวิทยุคมนาคมในการ ประกอบกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม และกำหนดหลักเกณฑ์และวีธีการอนุญาตเงื่อนไขหรือค่าธรรมเนียม
     
      ***คณะสอบฮั้ว 3G นัดแรกไม่ครบองค์
     
      นายจิตรนรา นวรัตน์ อัยการพิเศษ ในฐานะคณะทำงานตรวจสอบพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้เข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ 2.1GHz หรือ 3G กล่าวว่า การประชุมคณะตรวจสอบนัดแรกเมื่อวันที่ 30 ต.ค. เป็นเพียงแค่การวางกรอบการทำงานในเบื้องต้นเท่านั้น เนื่องจากคณะทำงาน 3 คนประกอบด้วย นายมงคล แสงหิรัฐ, น.ส.อรพรรณ พนัสพัฒนา และนายชัยยุทธ มังศรี ผู้ช่วยเลขา กสทช. ต่างติดภารกิจทำให้มาเข้าประชุมในครั้งแรกไม่ได้
     
      ขณะที่กรอบการพิจารณาของคณะทำงานจะประกอบด้วย 1. การตรวจสอบพฤติกรรมทั้งก่อนการประมูล ระหว่างการมูล และภายหลังการประมูล 2. ดูการเสนอราคา โดยไม่เพียงแต่ผู้เข้าร่วมประมูลทั้ง 3 ราย แต่จะรวมไปถึงผู้ที่มาขอใบสมัครเข้าร่วมประมูลทั้ง 17 ราย ที่ภายหลังเหลือเข้าห้องประมูลได้จริงๆ เพียงแค่ 3 รายเท่านั้น ซึ่งจะเป็นการดูข้อเท็จจริงว่าบริษัทเหล่านี้หายไปได้อย่างไร และ 3.จะเป็นการเชิญบริษัทที่เกี่ยวข้อกับการประมูลคือ 3 บริษัท ที่ได้เข้าร่วมประมูล และอีก 14 รายที่ไม่ได้เข้าประมูล ตลอดจนถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการประมูลเข้ามาให้ข้อมูลกับคณะทำงาน
     
      โดยในเบื้องต้นคณะทำงานคาดว่าจะใช้เวลาทำงานเกินกว่า 15 วัน โดยในการประชุมครั้งหน้ากำหนดในวันที่ 7 พ.ย.ที่จะถึงนี้

ASTV ผู้จัดการ
http://www.manager.co.th/CBiZReview/ViewNews.aspx?NewsID=9550000133197

______________________________________

ผู้ตรวจการฯ รับเอกสารเพิ่มจาก กทค.คาดพิจารณาแล้วเสร็จสัปดาห์หน้า

ณ ประธาน ก.ท.ค.ยื่นเอกสารเพิ่มเติมกรณี 3G ต่อ นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาส ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินให้พิจารณาคำร้องทั้ง 3 คำร้อง ว่าจะสามารถนำมาพิจารณารวมกันได้หรือไม่
     
      พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. เดินทางเข้ายื่นเอกสารเพิ่มเติมต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีมีผู้ร้องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบเรื่องการประมูลคลื่นความถี่ 3G และอำนาจหน้าที่ของ กทค. ในการรับรองผลการประมูล และการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโครงข่ายโทรศัพท์ 3G แก่ภาคเอกชน ซึ่งเอกสารที่ไปยื่นเพิ่มเติมเป็นการชี้ให้เห็นถึงอำนาจและหน้าที่ของ กทค.ที่มีกฎหมายรองรับ
      นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวภายหลังรับเอกสาร ว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินจะเร่งพิจรณาเรื่องนี้ ซึ่งคาดว่าในสัปดาห์หน้าจะพิจารณาแล้วเสร็จโดยขั้นตอนขณะนี้ ได้ให้เจ้าหน้าที่พิจารณาคำร้องทั้ง 3 คำร้อง ว่าจะสามารถนำมาพิจารณารวมกันได้หรือไม่ และการยื่นเอกสารเพิ่มเติมของ กทค. จะมีประโยชน์ในการพิจารณาคำร้องด้วย
      อย่างไรก็ตาม ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่รู้สึกกดดันในการพิจารณาเรื่องดังกล่าว แม้จะมีเงื่อนไขในเรื่องของกรอบเวลาการออกใบอนุญาตของ กทค.ก็ตาม

ASTV ผู้จัดการ
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9550000133003&Keyword=3g

_________________________________________


กทค.ยันมีอำนาจรับรองประมูล 3จี ปัดรอ กสทช. - ผู้ตรวจฯ แจงข้อยุติสัปดาห์หน้า



พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ปธ.กทค.ได้ยื่นเอกสาร 3 จี เพิ่มเติม ต่อนางผานิต นิติทัณฑ์ประภาศ ปธ.ผู้ตรวจการแผ่นดิน



คณะ กก.กิจการโทรคมนาคม ยกทีมพบผู้ตรวจการแผ่นดิน อ้างร้อนใจ ชี้มีอำนาจตาม พ.ร.บ.ความถี่วิทยุโทรทัศน์ ให้รับรองการประมูลคลื่นความถี่ 3จีไม่ต้องรอ กสทช.เห็นชอบ เผยทีดีอาร์ไอ-ศาลปกครองเห็นด้วย ปธ.ผู้ตรวจคาดสัปดาห์หน้าได้ข้อสรุป ส่งไม่ส่งศาลปกครอง ยันไม่กดดัน “ศรีราชา” แจงส่งศาลปกครองแม้ไม่ผิด กม. ชี้ทำหน้าที่แทน ปชช. เผยถกประเด็นฮั้วประมูลอีกกรณี
     
      วันนี้ (31 ต.ค.) คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. นำโดย พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธาน นายสุทธิพล ทวีชัยการ นายประเสริฐ์ ศีลพิพัฒน์ พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร ได้เข้าพบนางผานิต นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีราชา เจริญพานิช นายประวิช รัตนเพียร ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีมีการร้องเรียนขอให้ตรวจสอบการประมูลคลื่นความถี่ 3จี ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) โดยนายสุทธิพลกล่าวตอนหนึ่งในการเข้าพบว่า หลังจากมีการร้องเรียนว่าการประมูลคลื่นความถี่ 3จี มีการฮั้วประมูลทาง กทค.ก็ร้อนใจ และไม่สบายใจ จึงได้มีการจัดเตรียมเอกสาร และเข้าชี้แจงหน่วยงานต่างๆ ที่ได้รับเรื่องร้องเรียนรวมถึงผู้ตรวจการแผ่นดินด้วย แต่ล่าสุดทราบว่าทางสมาชิกวุฒิสภาได้มีการยื่นคำร้องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบว่า กทค.มีอำนาจที่จะรับรองการประมูลคลื่นความถี่ 3จีหรือไม่ จึงต้องการที่จะมาชี้แจงในเรื่องนี้
     
      ทั้งนี้ นายสุทธิพลยืนยันว่า การดำเนินการของ กทค.มีกฎหมายรองรับชัดเจน ซึ่งเป็นการดำเนินการโดยมีรัฐธรรมนูญมาตรา 47 ประกอบมาตรา 305 ที่กำหนดให้มีหน่วยงานย่อย คือ กทค. และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ โดยการปฏิบัติงานของก ทค.ก็จะเป็นไปตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ซึ่งมาตราที่เป็นปัญหาในขณะนี้คือ มาตรา 27 (4) และ (6) ซึ่งทั้งสองวงเล็บนี้มีมาตรา 40 ของ พ.ร.บ.เดียวกันนี้กำหนดให้กทค.ปฏิบัติหน้าที่ในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการโทรคมนาคม
     
      “ตอนที่กรรมการเข้าปฏิบัติหน้าที่ใหม่ๆ ก็ได้มีการศึกษาและเห็นว่า หากให้หน่วยงานย่อยคือกทค.ดำเนินการและมีมติอะไรเด็ดขาดไปได้เลยโดยไม่ต้องให้คณะกรรมการ กสทช.ชุดใหญ่เห็นชอบ อาจเป็นปัญหา ก็ได้เชิญผู้รู้ อย่าง นายสมเกียรติ ตั้งเกียรติวานิช จากทีดีอาร์ไอ นายฤทัย หงสสิริ จากศาลปกครองมาหารือ ต่างก็เห็นว่า กทค.สามารถดำเนินการได้เลย แต่ตอนนี้ก็กลับมีผู้เห็นว่า กทค.ไม่มีอำนาจ” นายสุทธิพลกล่าว
     
      ด้านนางผานิตกล่าวภายหลังการหารือว่า คาดว่าในสัปดาห์หน้าทางผู้ตรวจการแผ่นดินคงจะมีข้อยุติว่าจะมีการดำเนินการอย่างไร จะต้องมีการยื่นคำร้องต่อศาลปกครองหรือไม่ เพราะเรื่องนี้มีข้อจำกัดในเรื่องของเวลาอยู่ ซึ่งขณะนี้ทางสำนักงานก็ได้เร่งแยกประเด็นในคำร้องที่มีการร้องเข้ามาทั้งหมดว่ามีความเหมือนและแตกต่างกันอย่างไร โดยการมาพบของ กทค.ครั้งนี้ก็เป็นการมาชี้แจงในประเด็นเรื่อง กทค.มีอำนาจในการจัดและรับรองการประมูลหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ได้รู้สึกกดดันอะไร เพราะเป็นการทำตามอำนาจหน้าที่มาตรา 14 ของ พ.ร.บ.ผู้ตรวจการแผ่นดิน
     
      ด้านนายศรีราชากล่าวว่า การพิจารณาของผู้ตรวจนั้นไม่จำเป็นว่าเรื่องนั้นๆ ผิดกฎหมายแล้วจึงส่งให้ศาลปกครองพิจารณา แต่แค่เพียงเห็นว่ามีปัญหาเรื่องความชอบด้วยกฎหมายก็สามารถที่ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองได้แล้ว อีกทั้งตามหน้าที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ตรวจเป็นเหมือนช่องทางที่ให้ประชาชนสามารถยื่นคำร้องผ่านไปยังศาลได้ ซึ่งการประมูล 3จีมีประเด็นมาก ทางผู้ตรวจก็กำลังพิจารณาอยู่ว่า โดยนอกจากประเด็น การจัดประมูลเป็นไปตามกฎหมาย มีการฮั้วประมูลที่ต้องส่งศาลปกครองพิจารณาหรือไม่ แล้วยังมีการพิจารณาว่าที่ร้องว่า กทค.มีอำนาจที่จะจัด หรือรับรองการประมูลหรือไม่ ผู้ตรวจจะต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยด้วยหรือไม่

ASTV ผู้จัดการ
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9550000133035&Keyword=%a1%ca%b7

__________________________________________


ยังไม่พร้อม! ให้ไลเซ่นส์ใคร “กสทช.” ยืดเวลาสรุป 3จี อ้างรอผลสอบ

“ฐากร ตัณฑสิทธิ์” เบรกทุกฝ่ายตั้งธง 3จี อ้างต้องรอผลสอบคณะทำงาน และ ป.ป.ช.ออกมาก่อนสรุปผล ลั่นคณะ กก.ทุกคนไร้เบี้ยประชุม ทำโดยความตั้งใจ วอนอย่าแทรกแซง เผยยังไม่ให้ไลเซ่นส์ 3จี จนกว่าผลสรุปชัดเจน...

เมื่อวันที่ 31 ต.ค. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กล่าวว่า การตั้งคณะทำงานตรวจสอบพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้เข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ขึ้นมาเมื่อวันที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบการประมูลใบอนุญาต หรือ ไลเซ่นส์ 3จี คลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ของฝ่ายเอกชนทั้งหมด ส่วนเรื่องการประมูล และพฤติกรรมการประมูลว่าถูกต้องหรือไม่ เป็นเรื่องของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. และหลังจากผลสอบของคณะทำงานชุดนี้แล้วเสร็จ กสทช. จะส่งเรื่องไปที่ ป.ป.ช. ด้วย

เลขาธิการ กสทช. กล่าวต่อว่า คณะทำงานชุดดังกล่าวได้แจ้งว่า เมื่อเข้ามาทำงานเรื่องนี้แล้ว ขออย่าให้มีการแทรกแซงการทำงาน เนื่องจากการทำงานครั้งนี้ไม่ได้เบี้ยประชุมและต้องการทำงานอย่างอิสระ ขณะที่ คณะทำงานชุดนี้ต้องรับผิดชอบผลที่ออกมาทั้งหมดไม่ว่าผลจะออกมาอยางไร รวมทั้ง เดินหน้าต่อไป แม้ว่าจะมีการฟ้องร้องตามมา โดยได้ประชุมครั้งแรกขเกิดขึ้นวานนี้ (30 ต.ค.) และจะนัดเอกชนมาคุยอีกครั้งวันที่ 7 พ.ย. โดยตั้งเป้าจะให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 10 พ.ย.2555 หรือ อย่างช้าสุดภายในระยะเวลา 1 เดือน ตามกรอบที่ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. กำหนด ซึ่งขณะนี้ทุกอย่างยังไม่มีความชัดเจนแต่อย่างใด

นายฐากร กล่าวอีกว่า เนื่องจากราคาสุดท้ายของดีแทค และทรู สิ้นสุดลงที่ราคาใบละ 4,500 ล้านบาท ดังนั้นการตรวจสอบของคณะทำงานฯ จึงมุ่งเน้นไปที่ 2 ประเด็นหลัก คือ พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535

ต่อข้อถามถึงการนำเข้าบอร์ด กสทช. นายฐากร กล่าวว่า การนำเสนอต่อที่ประชุม กสทช. หรือ ไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับบอร์ด กทค. แต่ทราบว่ามติ กทค. คือ ไม่ต้องเสนอต่อบอร์ด กสทช. แต่เพียงแค่เสนอเพื่อทราบเท่านั้น ส่วนการให้ใบอนุญาตกับเอกชนจะยังไม่เกิดขึ้นจนกว่าผลการตรวจสอบจากทุกหน่วยงานจะสรุปออกมาอย่างชัดเจน.

ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/tech/302704

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.