Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

04 พฤศจิกายน 2555 LG Nexus 4 ถือจอซีดดูจอแตกง่ายแต่ประสิทธิภาพเริ่ด Huawei Honor 2จอ4.5นิ้ว

เเรม2GBราคา9000บาท


ประเด็นหลัก


Huawei ก็ได้ทำการออกมือถือรุ่นถัดออกมาจาก Honor เดิมในชื่อ Honor 2 ในเเง่ดีไซน์นั้นไม่ต่างกับ Honor ตัวเดิม เเต่หน้าจอนั้นมีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 4.5 นิ้วเเละใช้พาเนลคุณภาพสูงอย่าง IPS ที่ใช้กันตามมือถือระดับไฮเอนด์หลายตัว ใช้ตัวประมวลผลควอดคอร์จาก Huawei K3V2 ความเร็ว 1.4 GHz เเรม 2 GB พื้นที่เก็บข้อมูล 8 GB ใส่ microSD เพิ่มได้ กล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มากับ Android 4.0 เเละเเบตเตอรี่ขนาด 2230 mAh


โดยสรุปแล้ว LG Nexus 4 เป็นเครื่องที่หล่อเหลาเอาการเลยทีเดียว แต่ต้องยอมรับว่ามันก็น่าเบื่ออยู่ไม่น้อยเช่นกัน ที่ไปยึดหลักวิธีการออกแบบมาจาก Galaxy Nexus มาเป็นส่วนใหญ่ (ในความเห็นของผู้แปล – ไม่แปลกใจครับ เพราะทางผู้รีวิวนั้นใช้งาน Galaxy Nexus มาก่อนแล้ว) เมื่อเปรียบเทียบ iPhone 5 แล้วซึ่งมีลักษณะคล้ายกัน โดยยึดงานออกแบบในรุ่นเดิมมาเป็นหลัก ทาง Apple นั้นทำการบ้านออกมาได้กลมกล่อมกว่าอย่างมาก

เรามาต่อกันที่ภายในตัวเครื่องโดยอย่างที่ทราบกันว่า Nexus 4 นั้นใช้หน่วยประมวลผลจาก Qualcomm ในรุ่น Snapdragon S4 Pro ทำงานแบบ quad-core ที่ความเร็ว 1.5GHz ซึ่งทาง Google บอกว่าเป็นมือถือที่ทำงานได้เร็วที่สุด ณ โลกสีฟ้าแห่งนี้ มีหน่วยความจำ RAM ให้ใช้งาน 2GB

สำหรับพื้นที่หน่วยความจุอีก 16GB แต่ไม่รองรับการใช้งานหน่วยความจุภายนอก (micro SD) และมาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 2100 มิลลิแอมป์ ร่วมกับการใช้งาน wireless charging orb ซึ่งทำงานแบบชาร์จไร้สาย รองรับการเชื่อมต่อครบครัน แต่น่าเสียดายที่ใช้งานได้เฉพาะ HSPA ไม่รองรับการใช้งาน LTE

ต่อมาในส่วนของกล้องและประสิทธิภาพการถ่ายรูป โดยทาง Joshua นั้นระบุไว้ชัดเจนว่าการทำงานกล้องและคุณภาพของรูปที่ได้ออกมานั้น ต้องเรียกว่ามีพัฒนาการและทำได้ดีกว่าทาง Galaxy Nexus แบบเห็นได้ชัด โดยภาพที่ได้มีสีสันสดใส บันทึกรายละเอียดของภาพได้คมชัด และใช้งานในโหมด macro ได้อย่างเป็นอย่างดี แต่ก็มีบางครั้งที่มีปัญหาในการจับโฟกัสวัตถุในระยะที่ใกล้





ข้อเด่น
คุณภาพงานประกอบดีขึ้น
ระบบ Android 4.2 มันวิเศษมาก
ราคาต่อประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม

ข้อขัดใจ
ไม่รองรับระบบ LTE
หน้าจอสีซีดไปสักหน่อย
วัสดุกระจกมีโอกาสแตกง่าย











_____________________________________________

มือถือ Android สเปคดีราคาถูกกำลังเริ่ม Huawei Honor 2 จอ 4.5 นิ้ว เเรม 2 GB ราคา 9000 บาท


ถึงเเม้ว่ามือถือ Android จะเป็นที่รู้ดีว่ามีตั้งเเต่ราคาถูกไปจนถึงราคาเเพง เเต่สำหรับมือถือราคาถูกนั้นส่วนใหญ่จะใช้ตัวประมวลผลที่มีประสิทธิภาพต่ำ ทำให้ตอบสนองการใช้งานช้าจนน่ารำคาญหรือหงุดหงิด เเต่ในระยะหลังนี้ตั้งเเต่ Nexus 7 ออกมา เราก็เริ่มเห็นมีการใช้ตัวประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูงในเครื่องที่ไม่ราคาไม่เเพงมากขึ้น รวมไปถึง Nexus 4 ด้วย ในตอนนี้ก็มีผู้ผลิตเริ่มออกมือถือสเปคดีราคาถูกกันเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทีเดียว ก่อนหน้านี้ก็มี ZTE U950 ที่ใช้ Nvidia Tegra 3 ในราคาเพียงเเค่ 5000 บาทกันไปเเล้ว




Huawei ก็ได้ทำการออกมือถือรุ่นถัดออกมาจาก Honor เดิมในชื่อ Honor 2 ในเเง่ดีไซน์นั้นไม่ต่างกับ Honor ตัวเดิม เเต่หน้าจอนั้นมีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 4.5 นิ้วเเละใช้พาเนลคุณภาพสูงอย่าง IPS ที่ใช้กันตามมือถือระดับไฮเอนด์หลายตัว ใช้ตัวประมวลผลควอดคอร์จาก Huawei K3V2 ความเร็ว 1.4 GHz เเรม 2 GB พื้นที่เก็บข้อมูล 8 GB ใส่ microSD เพิ่มได้ กล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มากับ Android 4.0 เเละเเบตเตอรี่ขนาด 2230 mAh

ส่วนราคาของ Huawei Honor นั้นอยู่ที่ประมาณ 300 ดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 9000 บาท มีสีขาวเเละดำโดยจะวางจำหน่ายที่ประเทศจีนในเดือนพฤศจิกยนนี้  ส่วนประเทศอื่นๆ ต้องรอรายละเอียดอีกทีหนึ่งครับ


Source : unwiredview
http://www.i3.in.th/content/view/6636

_______________________________________


!!!Android 4.2 พบการทำงานกับ Notify page แบบใหม่ และ Quick Setting

จากที่เพื่อนๆหลายคนอาจจะเคยเห็นการทำงานบนหน้า Notify page ของ Android 4.2 ที่มีการเพิ่มหน้า Quick Setting ซ้อนชั้นที่สอง เพื่อเพิ่มพื้นที่เข้ามาให้ใช้งานกันได้เพิ่มเติม






มาถึงตอนนี้ชัดเจนแล้วว่า หน้า Quick setting ดังกล่าวก็คือหน้าของพวก Toggle ทางลัดเปิดปิดฟังชั่นต่างๆ ของเครื่องนั้นเอง หลายๆคนอาจจะสงสัย "มันมีนานแล้วไม่ใช่หรอครับ" แต่จริงๆที่เราเห็นกันในหน้า Notify page ของอุปกรณ์แอนดรอยด์บางรุ่น เป็นทางผู้ผลิตแบรนด์นั้นๆได้ทำการใส่เพิ่มเติมเข้าไปเองครับ ซึ่งปกติของแอนดรอยด์แท้ๆ จะไม่มี



แต่หน้า Quick setting ใช่ว่าจะเป็นแต่เพียงที่อยู่ของ Toggle เพียงอย่างเดียวนะครับ มันยังเป็นการแสดงหน้าโปรไฟล์ Google+ ของผู้ใช้อุปกรณ์นั้นๆอยู่อีกด้วย และมีความแตกต่างกับตัวเปิดปิดตามปกติอยู่เล็กน้อย



ก่อนอื่นมาดูวิธีการเข้าใช้งานหน้า Quick setting ใน ANdroid 4.2 กันก่อนครับ จะสามารถเข้าได้สองทางอย่างง่ายๆ

-โดยการรูด Status bar ลงมาแล้วกดไอคอนสลับไปหน้า Quick setting

-โดยการรูด Status bar ลงมาด้วยนิ้วสองนิ้ว เพื่อเข้าสู่หน้า Quick setting โดยตรง ถือว่าเป็นวิธีที่สะดวกรวดเร็วมากครับ

กลายเป็นสำหรับแอนดรอยด์ ตอนนี้จะมีพื้นที่เพิ่มเติมอีกหนึ่งหน้าที่ซ่อนอยู่บนหน้าจอที่ดูนิ่งๆ ซับซ้อนกันไปอีกขั้น ^^



ตามที่เห็นในภาพ หน้า Quick setting จะมีไอคอนอยู่ 8 ช่องด้วยกัน โดยการทำงานแต่ละช่องจะแยกกันตามนี้ครับ



โปรไฟล์ Google+ -หากลงชื่อเข้าใช้ Google+ ชื่อและรูปภาพโปรไฟล์ของเราจะปรากฏ ทัชแล้วเครื่องจะถามและคุณต้องการที่จะดูโปรไฟล์ Google+ หรือไม่
ความสว่าง -ทัชเพื่อเปิดป๊อปอัพเล็กๆ ที่ใช้ปรับความสว่างหน้าจอได้
การตั้งค่า - ทางลัดไปยังเมนูการตั้งค่าตัวเครื่อง
wifi - แสดงเครือข่ายกำลังเชื่อมต่อ ทัชเพื่อเข้าไปตั้งค่า Wifi
ข้อมูลมือถือ - แสดงความแรงของสัญญาณโทรศัพท์ และชื่อเครือข่าย
แบตเตอรี่ - แสดงเปอเซ็นคงเหลือของแบตเตอรี่ ทัชเพื่อเข้าไปดูรายละเอียดของการใช้พลังงาน
โหมดเครื่องบิน - ทัชเพื่อเปิดปิดโหมดเครื่องบิน
บลูทูธ - ทัชเพื่อเปิดปิด และเข้าการตั้งค่าบลูทูธ


ก็เป็นอีกหนึ่งฟังชั่นใหม่ที่จะได้พบเจอกันใน Android 4.2 ครับ ^^

i3
http://www.i3.in.th/content/view/6637

__________________________________________


มาดูกันว่า THE VERGE พูดถึง NEXUS 4 กันอย่างไรบ้าง
โดย iSkyline


ทีมงานของเว็บไซต์ The Verge ซึ่งเป็นเว็บสายเทคโนโลยีและมือถือที่ได้รับการยอมรับในวงการอย่างมาก ได้ทำการทดสอบการใช้งานเครื่อง LG Nexus 4 มือถือที่คาดกันว่าจะเป็นอีกก้าวย่างสำคัญครั้งใหม่ของ Android Flagship โดยมีคุณ Joshua Topolsky เป็นผู้บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เราได้รับฟัง ทางทีมงาน MXPhone จะขอนำบทความ มาเรียบเรียงในเวอร์ชันภาษาไทย ซึ่งความเห็นต่างๆ มันจะเป็นความเห็นของผู้เขียนบทความจากทาง The Verge ครับ เชิญสัมผัสกับประสบการณ์เหล่านั้นได้ในบทความนี้กันเลย

เริ่มกันจากในส่วนของงานออกแบบตัวเครื่องภายนอก โดย Joshua บอกว่าดูเผินๆ ภายนอกแล้ว Nexus 4 เครื่องนี้ที่ผลิตโดย LG นั้น แทบจะมองถึงความแตกต่างไม่ออกเลยกับ Galaxy Nexus ที่มี Samsung เป็นผู้ผลิตเลย แต่ถ้าใส่ใจในรายละเอียดแล้วต้องบอกว่ามันแตกต่างกันเยอะอยู่นะ

งานออกแบบตัวเครื่องประกอบด้วยกระจกแบบ Gorilla Glass ทั้งด้านหน้าและหลัง กระจกหน้าจอชิ้นเดียวนั้นออกแบบมาให้เชื่อมต่อติดเข้ากับตัวเครื่องด้านข้าง ซึ่งทำให้เกิดประสบการณ์ใช้งานที่ดีกว่าการใช้กระจกหน้าจอวางลงไปโดยตรง ซึ่งผู้รีวิวของเราก็ยอมรับว่าค่อนข้างแปลกใจที่การออกแบบนี้ทำให้เขารู้สึก ว่าใช้งาน โดยเฉพาะการปาดนิ้วจากขอบจอจากมุมซ้ายไปขวาได้ง่ายขึ้นกว่ากระจกจอแบบปรกติ

สำหรับกระจกด้านหลังนั้นเป็นการออกแบบพิเศษโดยเป็นการใช้ Crystal Pattern Reflection โดยเราอาจจะไม่เห็นความพิเศษจนกว่าจะได้เห็นความสวยงาม เมื่อกระจกตัวเครื่องด้านหลังนั้นโดนแสงตกกระทบ ซึ่งให้ความรู้สึกที่ค่อนข้างล้ำสมัยแบบแปลกๆ และสวยดีอยู่ไม่น้อย

แต่ด้วยความที่เป็นกระจกเป็นชิ้นส่วนประกอบหลัก คุณ Joshua ผู้ทำการทดสอบเครื่องเองก็พลาดทำเครื่องตกจากโต๊ะรับประทานอาหาร โดยกระแทกเข้ากับพื้นไม้แข็ง ซึ่งก็ทำให้ได้แผลเป็นรอยแตกเล็กๆ ฝากไว้บริเวณหลังเครื่องไปด้วย ผู้ที่กำลังให้ความสนใจก็คงต้องใช้งานกันด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อ หลีกเลี่ยงกรณีดังกล่าว

ในเรื่องของการจัดวางปุ่มปลดล็อคเครื่องบางครั้ง Joshua รู้สึกว่าเขามีปัญหาในการตอบสนองการทำงานของปุ่มบ้างในบางครั้ง และการจัดวางเลนส์กล้องและแฟลชนั้น ผู้รีวิวบอกว่าการวางไว้ชิดไว้ทางซ้ายมากไปทำให้ใช้งานไม่สะดวกอย่างที่ควร จะเป็น โดยส่วนตัวแล้วเขาชอบที่วิธีการดีไซน์ของ Galaxy Nexus ที่อยู่ตรงกลางมากกว่า

โดยสรุปแล้ว LG Nexus 4 เป็นเครื่องที่หล่อเหลาเอาการเลยทีเดียว แต่ต้องยอมรับว่ามันก็น่าเบื่ออยู่ไม่น้อยเช่นกัน ที่ไปยึดหลักวิธีการออกแบบมาจาก Galaxy Nexus มาเป็นส่วนใหญ่ (ในความเห็นของผู้แปล – ไม่แปลกใจครับ เพราะทางผู้รีวิวนั้นใช้งาน Galaxy Nexus มาก่อนแล้ว) เมื่อเปรียบเทียบ iPhone 5 แล้วซึ่งมีลักษณะคล้ายกัน โดยยึดงานออกแบบในรุ่นเดิมมาเป็นหลัก ทาง Apple นั้นทำการบ้านออกมาได้กลมกล่อมกว่าอย่างมาก

เรามาต่อกันที่ภายในตัวเครื่องโดยอย่างที่ทราบกันว่า Nexus 4 นั้นใช้หน่วยประมวลผลจาก Qualcomm ในรุ่น Snapdragon S4 Pro ทำงานแบบ quad-core ที่ความเร็ว 1.5GHz ซึ่งทาง Google บอกว่าเป็นมือถือที่ทำงานได้เร็วที่สุด ณ โลกสีฟ้าแห่งนี้ มีหน่วยความจำ RAM ให้ใช้งาน 2GB

สำหรับพื้นที่หน่วยความจุอีก 16GB แต่ไม่รองรับการใช้งานหน่วยความจุภายนอก (micro SD) และมาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 2100 มิลลิแอมป์ ร่วมกับการใช้งาน wireless charging orb ซึ่งทำงานแบบชาร์จไร้สาย รองรับการเชื่อมต่อครบครัน แต่น่าเสียดายที่ใช้งานได้เฉพาะ HSPA ไม่รองรับการใช้งาน LTE

ต่อมาในส่วนของกล้องและประสิทธิภาพการถ่ายรูป โดยทาง Joshua นั้นระบุไว้ชัดเจนว่าการทำงานกล้องและคุณภาพของรูปที่ได้ออกมานั้น ต้องเรียกว่ามีพัฒนาการและทำได้ดีกว่าทาง Galaxy Nexus แบบเห็นได้ชัด โดยภาพที่ได้มีสีสันสดใส บันทึกรายละเอียดของภาพได้คมชัด และใช้งานในโหมด macro ได้อย่างเป็นอย่างดี แต่ก็มีบางครั้งที่มีปัญหาในการจับโฟกัสวัตถุในระยะที่ใกล้

การถ่ายภาพในที่แสงน้อยนั้นถือเป็นอีกจุดที่มีพัฒนาการชัดเจนขึ้นมากกว่าในรุ่นก่อน แม้จะยังทำได้ไม่ดีเทียบกับ Nokia Lumia 920 ซึ่งทำได้อย่างโดดเด่นก็ตาม โดยเซนเซอร์ดังกล่าวทาง Google ได้ยืนยันแล้วว่าเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จาก Sony

อีกอย่างที่มีการพัฒนาดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คือ หน้าจอที่ Nexus 4 นั้นใช้ HD IPS LCD ขนาด 4.7 นิ้วที่มี LG เป็นผู้ผลิต โดยคุณภาพการแสดงผลได้รายละเอียดครบถ้วนคมชัด ไม่เกี่ยงสภาพแสงและหน้าจอก็มีมุมมองที่ยอดเยี่ยมด้วยคุณภาพพาเนลจมาตรฐาน IPS แต่กระนั้น Joshua ผู้รีวิวยังรู้สึกการปรับแสงอัตโนมัตินั้นยังปรับได้มืดไปเล็กน้อย การแสดงผลหน้าจอรู้สึกหน้าจอนั้นสีซีดอยู่สักหน่อยเมื่อเปรียบเทียบกับคู่ แข่งในตลาดอย่าง One X หรือ iPhone 5 แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าวิตกกังวลอะไร

สำหรับในส่วนของคุณภาพเสียงในการใช้งานสายโทรศัพท์นั้นทำได้ยอดเยี่ยมตามมาตรฐาน มือถือสมัยใหม่ โดยภาพรวมแล้วถือทำได้ดีทั้งลำโพงในการสนทนาและลำโพงตัวเครื่องที่สามารถใช้ งานได้ด้วยเสียงที่ดังฟังชัด

การทำงานตัวเครื่องว่องไวสมกับราคาคุยที่บอกว่าเป็นมือถือที่เร็วที่สุดในเวลา นี้ สามารถทำงานได้ไหลลื่นและแทบจะไม่มีการกระตุกหรือแลคใดๆ แม้ว่าจะมีการสลับการทำงานระหว่างแอพลิเคชั่นหลายตัวก็ตาม ในส่วนของการใช้งานแบตเตอรี่ทำได้ดีมาก

สามารถทำได้งาน 16 ชั่วโมงต่อเนื่อง (ในขณะที่เหลืออีก 18%) สำหรับการใช้งานที่ค่อนข้างหนักใน 1 วัน (ในทรรศนะผู้แปล – คงจะเปรียบเทียบกับเมืองไทยได้ลำบาก เพราะ ในอเมริกามีการติดตั้งเสากระจายสัญญาณได้ครอบคลุมกว่ามาก ทำให้การทำงานของโทรศัพท์ในการเชื่อมต่อสัญญาณนั้นมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า ซึ่งส่งผลกับต่อการทำงานของแบตเตอรี่โดยตรง)



บทสรุป LG Nexus 4 จากทีมงาน The Verge
คะแนนเฉลี่ย 8.3

ข้อเด่น
คุณภาพงานประกอบดีขึ้น
ระบบ Android 4.2 มันวิเศษมาก
ราคาต่อประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม

ข้อขัดใจ
ไม่รองรับระบบ LTE
หน้าจอสีซีดไปสักหน่อย
วัสดุกระจกมีโอกาสแตกง่าย

LG Nexus 4 โดยรวมแล้วเป็นมือถือที่ยอดเยี่ยมแต่ก็มีอะไรที่น่าขัดใจอยู่ไม่น้อยเช่นกัน แต่อย่างไรก็ดีแล้ว ก็ถือเป็นมือถือที่สร้างขึ้นบนฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ดีที่สุดในตลาดของกลุ่ม Android เวลานี้ เรียกว่าพัฒนามากขึ้นจาก Galaxy Nexus ในรุ่นก่อนแทบจะทุกอย่าง

ยกเว้น 2-3 อย่างที่น่าขัดใจ เช่น การไม่รองรับระบบ LTE ซึ่งทำให้การใช้งานกลายเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดขึ้นมาทันที โดยเฉพาะเมื่อตลาด LTE นั้นเติบโตขึ้นมากใน 12 เดือนที่ผ่านมา (ในทรรศนะผู้เขียน : ระบบ LTE ยังห่างไกลกับบ้านเรายิ่งนัก ฉะนั้นก็ไม่ควรเป็นกังวล)

ตัวอย่างบางส่วนกล้องจาก LG Nexus 4



ที่มา: The Verge
http://www.mxphone.net/031112-the-verge-nexus4-review/

_____________________________________


สาเหตุที่ LG NEXUS 4 ไม่รองรับการใช้งาน 4G LTE
โดย iSkyline


คงเป็นเรื่องที่เซ็งอยู่ไม่น้อยสำหรับผู้ใช้งาน Nexus 4 ในต่างประเทศที่เริ่มเปิดให้บริการเครือข่ายอินเตอร์ความเร็วสูงอย่าง 4G LTE เต็มรูปแบบไปบ้างแล้วในหลายๆ พื้นที่ แต่มือถือ Android Flagship เครื่องใหม่แกะกล่องจาก Google กลับไม่สามารถใช้งานได้

โดยทาง Google ให้เหตุผลว่าต้องการควบคุมซอฟท์แวร์การใช้งานในเครื่อง ซึ่งส่งผลสำหรับประสบการณ์การใช้งานโดยตรง หากต้องเครื่องมือถือทำงานรองรับได้กับระบบ 4G LTE ในเวลานี้ แล้วจะต้องมีส่วนรายละเอียดของผู้ให้บริการที่เข้ามาทำการแทรกแซงในเรื่องของซอฟท์แวร์ด้วย

โดยยังไม่คิดรวมไปถึงความแตกต่างในเรื่องของคลื่นสัญญาณ ที่แต่ละผู้ให้บริการเครือข่ายเปิดบริการในเวลานี้ซึ่งแตกต่างกันอย่างมาก ตัวอย่างอเมริกา เช่น AT&T ใช้แบบ GSM/HSPA + LTE แต่ทาง Verizon ให้บริการแบบ CDMA+LTE ซึ่งต้องทำเครื่องที่แตกต่างให้รองรับกับความต้องการของแต่ละเครือข่ายนั้นๆ

เมื่อมองดูตลาดในภาพรวมแล้วทาง Google อาจจะต้องทำเครื่อง Nexus 4 ออกมาหลายเวอร์ชั่นเพื่อให้รองรับกับความต้องการของผู้ให้บริการเครือข่าย 4G LTE ทั่วโลกซึ่งนั่นย่อมไม่เป็นเรื่องดีในการควบคุมสายการผลิตเป็นแน่ นอกจากนั้นระบบ 4G LTE ในเวลานี้ก็ยังไม่สมบูรณ์ดี ยังไม่รองรับการใช้งาน Voice-over-LTE อย่างเต็มรูปแบบ (แต่ในเกาหลีเปิดให้บริการแล้ว)

โดยเป้าหมายของ Google คือการกระจายอุปกรณ์ Nexus ออกไปสู่ตลาดโลกให้ได้มากที่สุดและรองรับกับการทำงานของระบบเครือข่ายส่วนใหญ่ของโลกที่ทำงานด้วยเทคโนโลยี GSM/HSPA เป็นหลักในเวลานี้

หมายเหตุ : เรื่องนี้อาจจะไกลตัวเราไปสักเล็กน้อย แต่ก็เป็นเกร็ดข้อมูลที่อยากนำมาฝากกันครับ

ที่มา: The Verge
http://www.mxphone.net/01112-why-nexus4-wont-support-4g-lte/

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.