Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

07 พฤศจิกายน 2555 (เกาะติดประมูล3G)(บทความ) ระวังเกมยืมมือ 'ผู้ตรวจการแผ่นดิน' ล้มประมูล 3G

ประเด็นหลัก

ดังนั้นความพยายามให้ผู้ตรวจการแผ่นดินลงมาเล่นเอาเถิดกับเรื่อง 3G ด้วยหวังจะยืมมือล้มการประมูล 3Gนี้ลงให้จงได้ จึงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายน่าจะฉุกใจคิดกันได้ว่า มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรแอบซ่อนอยู่หรือไม่
     
      องค์กรผู้ตรวจการแผ่นดินที่ไม่เคยได้รู้ตื้นลึกหนาบางเรื่องนี้มาก่อน  จะตกเป็นเครื่องมือให้คนเหล่านี้ลากไปปู้ยี่ปู้ยำหรือไม่ เพราะลำพังแค่อำนาจในการจะเข้ามาตรวจสอบเรื่องการประมูลความถี่ 2.1 GHz เพื่อออกใบอนุญาต 3Gที่เป็นเรื่อง Commercial Due นั้นจะมีอยู่หรือไม่ก็เป็นเรื่องให้น่าคิดอยู่แล้ว
     
      หากในท้ายที่สุด องค์กรนี้ถูกเครือข่ายเหล่านี้ใช้เป็นเครื่องมือ ล้มการประมูล 3G ก็อาจทำให้ภาพพจน์ขององค์กร ผู้ตรวจการแผ่นดินมัวหมองลงได้
     
     










___________________________________


ระวังเกมยืมมือ 'ผู้ตรวจการแผ่นดิน' ล้มประมูล 3G

กำลังเดินมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญอีกหน สำหรับการประมูลคลื่นความถี่ 2.1 GHz เพื่อออกใบอนุญาต 3Gที่ กสทช. ดำเนินการไปเมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา แม้จะเป็นไปอย่างราบรื่น โดยกสทช.ได้เม็ดเงินจากการประมูลเข้ารัฐสูงถึง 41,625 ล้านบาท สูงกว่าราคาตั้งต้นประมูลที่ตั้งไว้ 40,500 ล้านบาท และนับได้ว่าสูงที่สุดในภูมิภาคนี้ และอีกหลายร้อยประเทศทั่วโลก ที่มีการเปิดประมูลคลื่น 2.1 GHz
     
      แต่กลับต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาจากนักวิชาการ และองค์กรเครือข่ายบางกลุ่มที่ออกมาเรียกร้องให้กสทช. ระงับการออกใบอนุญาต รวมทั้งล้มการประมูลครั้งนี้ ด้วยข้ออ้างที่ว่ากสทช.ตั้งราคาประมูลคลื่นไว้ต่ำเกินไปทำให้ประเทศชาติสูญเสียประโยชน์ ไปมหาศาลนับหมื่นล้านบาท
     
      แม้ว่าก่อนหน้านี้ กลุ่มนักวิชาการอีกจำนวนมากที่ทนไม่ได้กับการบิดเบือนข้อมูลขององค์กรเครือข่าย และนักวิชาการหลุดโลกเหล่านี้จึงต้องออกโรงมายืนยันว่า กระบวนการประมูลคลื่น 3Gของประเทศไทยไม่ได้มีความแตกต่างไปจากประเทศ อื่นๆ แม้แต่น้อย ตรงกันข้ามหากประเทศไทยไม่สามารถผลักดันการให้บริการ 3Gได้นั่นแหละจะยิ่งทำให้ประเทศสูญเสียประโยชน์ สูญเสียโอกาสในการพัฒนาประเทศครั้งใหญ่
     
      มีการตีแผ่ข้อมูลที่ชี้ให้เห็นว่า แม้แต่เพื่อนบ้านสิงคโปร์ และสปป.ลาวและอีกกว่า 50 ประเทศแล้วในขณะนี้ที่ต่างก้าวไปถึงขั้นเปิดให้บริการมือถือระบบ 4Gไปแล้ว แต่ประเทศไทย แค่มือถือระบบ 3Gที่ปลุกปั้นกันมาร่วม 10 ปียังไม่สามารถนำออกมาให้บริการได้
     
      แต่ดูเหมือนข้อมูลจากฟากนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญโทรคมนาคมระดับประเทศที่ตีแผ่ออกมาจะเข้าไม่ถึงกลุ่มคนเหล่านั้น ที่ยังคงตั้งหน้าตั้งตาจะล้มการประมูล 3G ให้จงได้ แม้จะรู้กันเต็มอกหากต้องล้มการประมูลครั้งนี้ไป จะปิดกั้นโอกาสที่ประชาชนคนไทยจะได้ใช้เทคโนโลยีที่ทั่วโลกเขามีใช้กันไปกว่า 10 ปีแล้ว
     
      ล่าสุดดูเหมือนถนนทุกสายจะไปหยุดอยู่ที่ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่กำลังถูกลากลงมาเล่นกับเรื่องนี้ด้วย หลังจากนักวิชาการ และองค์กรเครือข่ายต่าง ๆ ต้องผิดหวังจากการนำเรื่องขึ้นฟ้องร้องต่อศาลปกครองมาแล้ว แต่ศาลไม่เล่นด้วยและสั่งจำหน่ายคดีทั้งหมด
     
      โดยหวังจะยืมมือองค์กรอิสระดังกล่าวมากระตุกเบรกล้ม 3G ให้ได้ ด้วยข้ออ้างเดิมๆ มีการฮั้วประมูลทำให้ประเทศสูญเสียประโยชน์ และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ในกสทช.ไม่มีอำนาจรับรองผลประมูล ซึ่งจะว่าไปก็ล้วนเป็นประเด็นเดิมๆ ที่เคยร้องไปยังศาลปกครอง และป.ป.ช.นั่นแหละ
     
      หากทุกฝ่ายจะได้ย้อนรอยมองอย่างเป็นธรรม ก่อนการประมูล 3Gครั้งนี้ กสทช.ใช่จะมุบมิบแอบไปกำหนดหลักเกณฑ์กันอยู่ปลายทุ่ง แต่ได้ดำเนินการยกร่างหลักเกณฑ์ประมูล เปิดเวทีประชาพิจารณ์จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกันเป็นปี ๆ รวมทั้งการลงโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องรับรู้ หวังทำทุกอย่างให้โปร่งใสและตรวจสอบได้ ทำจนถึงขนาดมีคนกล่าวหาว่าชอบหว่านงบโฆษณาเป็นว่าเล่นทั้งๆที่บางเรื่องเป็นแค่เรื่องหยุมหยิมเล็กน้อยเท่านั้น



3 ผู้บริหารโอเปอเรเตอร์ไทยจับมือร่วมกัน ถือเป็นภาพประวัติศาสตร์ในการประมูล 3G เมืองไทย

อย่างไรก็ตามแม้จะกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และขั้นตอนการประกวดราคาที่ว่ากันมาเป็นปี ๆ และอาจจะมากกว่า 2 ปีนับตั้งแต่ กสทช.ยกร่างหลักเกณฑ์การประมูลและให้ทบทวนกันครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นักวิชาการ หรือองค์กรเครือข่ายหรือแม้แต่กลุ่มเครือข่ายส.ว. ล้วนไม่เคยได้ออกมาตั้งข้อสังเกตุหรือออกมาโต้แย้ง ไม่เคยออกมาแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต่อร่างหลักเกณฑ์ เงื่อนไขการประมูล 3Gที่ว่านี้แม้แต่น้อย
     
      แต่วันดีคืนดีหลังประมูลเสร็จสิ้น ก็กลับพร้อมใจกันลุกขึ้นมาร้องราวกับนัดกันไว้ และก็ไม่ใช่ใครอื่นก็ล้วนหน้าเดิม ๆ ที่เคยป่วนไปทุกเวทีที่มีการประมูลนั่นแหละ แต่หนนี้ลงมาเล่นเอากับสิ่งที่ประชาชนคนไทยพากันหาวเรอรอจนจะกลายเป็นประเทศสุดท้ายของโลกอยู่แล้วที่ยังไม่มี 3G ใช้กัน
     
      ดังนั้นความพยายามให้ผู้ตรวจการแผ่นดินลงมาเล่นเอาเถิดกับเรื่อง 3G ด้วยหวังจะยืมมือล้มการประมูล 3Gนี้ลงให้จงได้ จึงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายน่าจะฉุกใจคิดกันได้ว่า มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรแอบซ่อนอยู่หรือไม่
     
      องค์กรผู้ตรวจการแผ่นดินที่ไม่เคยได้รู้ตื้นลึกหนาบางเรื่องนี้มาก่อน  จะตกเป็นเครื่องมือให้คนเหล่านี้ลากไปปู้ยี่ปู้ยำหรือไม่ เพราะลำพังแค่อำนาจในการจะเข้ามาตรวจสอบเรื่องการประมูลความถี่ 2.1 GHz เพื่อออกใบอนุญาต 3Gที่เป็นเรื่อง Commercial Due นั้นจะมีอยู่หรือไม่ก็เป็นเรื่องให้น่าคิดอยู่แล้ว
     
      หากในท้ายที่สุด องค์กรนี้ถูกเครือข่ายเหล่านี้ใช้เป็นเครื่องมือ ล้มการประมูล 3G ก็อาจทำให้ภาพพจน์ขององค์กร ผู้ตรวจการแผ่นดินมัวหมองลงได้
     
      นอกจากนี้บริษัท แวลลู พาร์ทเนอร์ ที่เป็นบริษัทที่ปรึกษาเอกชน ได้ออกบทวิเคราะห์แสดงความเห็นว่า ผลการประมูลคลื่นความถี่ 2.1GHz ของ กสทช. ส่งผลดีสำหรับประเทศไทย และควรได้รับการรับรองโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ข้อโต้แย้งต่อผลการประมูล ไม่อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง และไม่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศไทย โดยราคามาตรฐานเปรียบเที่ยบของคลื่นความถี่ 2.1GHz ของประเทศไทยได้รับเงินมูลค่า 41,625 ล้านบาท จากการเปิดประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่จำนวน 45MHz จากการประมูลในวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา
     
      โดยราคามาตรฐานเปรียบเทียบของการประมูลคลื่นความถี่ 2.1GHz ในต่างประเทศที่เพิ่งเปิดประมูล โดยราคาที่แสดงอยู่ในหน่วยเดียวกันคือ เหรียญสหรัฐต่อเมกะเฮิรตซ์ต่อประชากร แสดงถึงราคาประมูลสุดท้ายของการประมูลคลื่นความถี่ 2.1GHz ของประเทศไทยเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าราคาประมูลของประเทศไทยอยู่ที่ 0.47 เหรียญสหรัฐต่อ MHzต่อประชากร สูงกว่าราคาประมูลของประเทศที่มีรายได้ต่อหัวประชากรสูงกว่า ได้แก่ ประเทศสิงคโปร์ เยอรมนี และเกาหลีใต้
     
      นอกจากนี้ ยังเป็นราคาที่สูงมากกว่า 3 เท่าของราคาประมูลของประเทศกำลังพัฒนาที่อยู่ในระดับเดียวกัน เช่น ประเทศอินโดนีเซีย และเม็กซิโก ในการเปรียบเทียบไม่สามารถใช้ข้อมูลการประมูลคลื่นความถี่ 2.1 GHz ที่เกิดขึ้นนานกว่า 10 ปีได้ เนื่องจากความแตกต่างของสภาพเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ณ เวลานั้น และจากการวิเคราะห์แสดงให้เห็นแล้วว่าราคาเริ่มต้นของการประมูลคลื่นความถี่ 3G อยู่ในระดับที่สูงและยังจะมีการประมูลคลื่นความถี่เกิดขึ้นอีกหลายครั้งใน 5 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ประเทศไทยมีผู้ให้บริการรายใหญ่อยู่ 3 ราย ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดรวมกันมากถึง 95%(ไม่รวม ทีโอที และกสท โทรคมนาคม) ดังนั้นการที่จะคาดหวังว่าจะมีผู้ให้บริการรายใหม่เข้ามาแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้ นับเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก
     
      'การที่มีเพียง 3 บริษัทจากผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือรายเดิม เอไอเอส ดีแทค ทรูมูฟ เข้าประมูลคลื่นความถี่เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และไม่ได้เป็นสิ่งที่ ผิดปกติ ซึ่งเป็นกรณีที่เกิดสมดุลระหว่างอุปสงค์ และอุปทาน ดังตัวอย่างในหลายประเทศทั่วโลก'

ASTV ผู้จัดการ
http://www.manager.co.th/CBiZReview/ViewNews.aspx?NewsID=9550000136285

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.