Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

07 พฤศจิกายน 2555 (เกาะติดประมูล3G) 8พ.ย.นี้! ลุ้นผลร้อง 3G “ผู้ตรวจการแผ่นดิน”จะส่งต่อศาลปกครองหรือไม // อีกฝ่ายอ้าง จะตกเป็นเครื่องมือ

ประเด็นหลัก




นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กล่าวถึงกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินจะมีข้อสรุปผลการตรวจสอบการประมูล 3จีในวันพรุ่งนี้ (8 พ.ย.)  ว่า เป็นหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะพิจารณาว่าจะยื่นฟ้องต่อศาลปกครองตามคำขอของผู้ร้องหรือไม่ หากผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง กระบวนการ 3จีของกทค.ก็สามารถเดินหน้าต่อไปได้ตามปกติ แต่ถ้าผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นฟ้องต่อศาลปกครองตามคำขอของผู้ที่ร้องมา ก็ต้องดูอีกว่าผู้ตรวจการแผ่นดินไปยื่นร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่ ซึ่งก็ต้องรอผลการพิจารณาของศาลด้วย



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นมือเข้ามาตรวจสอบกรณีดังกล่าว ในส่วนของบริษัทสื่อสารโทรคมนาคมที่เข้าร่วมประมูลไม่ได้มีความหนักใจต่อประเด็นที่กลุ่มต่างๆ ร้องเรียนไปแต่อย่างใด แต่เกรงว่าจะเป็นการยืมมือผู้ตรวจการแผ่นดินที่ไม่ได้รู้ตื้นลึกหนาบางมาก่อน จนส่งผลเสียหายต่อประเทศชาติอย่างร้ายแรงตามมา





แต่วันดีคืนดีหลังเขาประมูลเสร็จสิ้น ก็กลับพร้อมใจกันลุกขึ้นมาร้องแรกแหกกระเชอราวกับนัดกันไว้ และก็ไม่ใช่ใครอื่น ก็ล้วนหน้าเดิมๆ ที่เคยป่วนไปทุกเวทีที่มีการประมูลนั่นแหละ แต่หนนี้ลงมาเล่นเอากับสิ่งที่ประชาชนคนไทยพากันหาวเรอรอจนจะกลายเป็นประเทศสุดท้ายของโลกอยู่แล้วที่ยังไม่มี 3จีใช้กัน

ดังนั้น การที่องค์กรเครือข่ายเหล่านี้พยายาม “ร้องแรกแหกกระเชอ”ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินลงมาเล่นเอาเถิดกับเรื่อง 3จี ด้วยหวังจะยืมมือองค์กรดังกล่าวล้มการประมูล 3จี ลงให้จงได้ จึงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายน่าจะฉุกใจคิดกันได้ว่า มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรแอบซ่อนอยู่หรือไม่

องค์กรผู้ตรวจการแผ่นดินที่ไม่เคยได้รู้ตื้นลึกหนาบางเรื่องนี้มาก่อน จะตกเป็นเครื่องมือให้คนเหล่านี้ลากไปปู้ยี่ปู้ยำหรือไม่ เพราะลำพังแค่อำนาจในการจะเข้ามาตรวจสอบเรื่องการประมูลคลื่น 2.1 GHz เพื่อออกใบอนุญาต 3จีที่เป็นเรื่อง Commercial Due นั้นจะมีอยู่หรือไม่ก็เป็นเรื่องให้น่าคิดอยู่แล้ว










___________________________________


3จี...ในอุ้งมือผู้ตรวจการแผ่นดิน อีกบททดสอบก่อนไทยได้ใช้...3จี

3จี...ในอุ้งมือผู้ตรวจการแผ่นดิน

อีกบททดสอบก่อนไทยได้ใช้...3จี

แต่ระวัง...จะตก‘หลุมพราง’ขบวนการจำแลง!

กำลังเดินมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญอีกหน!สำหรับการประมูลคลื่นความถี่ 2.1 GHz เพื่อออกใบอนุญาต 3จี ที่“คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ” (กสทช.) ดำเนินการไปเมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

แม้จะยังมีเสียงคัดค้าน แต่กระบวนการในทางปฏิบัติอื่นๆ ก็เดินหน้าไปเรื่อยๆ และแม้ว่ากสทช.ได้เม็ดเงินจากการประมูลเข้ารัฐสูงถึง 41,625 ล้านบาท สูงกว่า ราคาตั้งต้นประมูลที่ตั้งไว้ 40,500 ล้านบาท และนับได้ว่าสูงที่สุดในภูมิภาคนี้ และอีกหลายร้อยประเทศทั่วโลก ที่มีการเปิดประมูลคลื่น 2.1 GHz นี้...แต่กลับต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาจากนักวิชาการ และองค์กรเครือข่ายบางกลุ่มที่ออกมาเรียกร้องให้ กสทช. ระงับการออกใบอนุญาต รวมทั้งล้มการประมูลครั้งนี้ ด้วยข้ออ้างที่ว่า กสทช.ตั้งราคาประมูลคลื่นไว้ต่ำเกินไปทำให้ประเทศชาติสูญเสียประโยชน์...

ก่อนหน้านี้ กลุ่มนักวิชาการอีกจำนวนมากที่ทนไม่ได้กับการบิดเบือนข้อมูลขององค์กรเครือข่าย และนักวิชาการบางคน...จึงต้องออกโรงมายืนยันว่ากระบวนการประมูลคลื่น 3จี ของประเทศไทยไม่ได้มีความแตกต่างไปจากประเทศอื่นๆ แม้แต่น้อย ตรงกันข้ามหากประเทศไทยไม่สามารถผลักดันการให้บริการ 3จี ได้นั่นแหละจะยิ่งทำให้ประเทศสูญเสียประโยชน์ สูญเสียโอกาสในการพัฒนาประเทศครั้งใหญ่ มีการตีแผ่ข้อมูลที่ชี้ให้เห็นว่า แม้แต่เพื่อนบ้านสิงคโปร์ และสปป.ลาว และอีกกว่า 50 ประเทศแล้วในขณะนี้ที่ต่างก้าวไปถึงขั้นเปิดให้บริการมือถือระบบ 4จี ไปแล้ว แต่ประเทศไทย แค่มือถือระบบ 3จีที่ปลุกปล้ำกันมาร่วม 10 ปี ยังไม่สามารถนำออกมาให้บริการได้!

แต่ดูเหมือนข้อมูลจากฟากนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญโทรคมนาคมระดับประเทศที่ตีแผ่ออกมาจะเข้าไม่ถึงโสตประสาทผู้คนเหล่านี้ ที่ยังคงตั้งหน้าตั้งตาจะ “ล้มการประมูล 3จี” ให้จงได้แม้จะรู้กันเต็มอกหากต้องล้มการประมูลครั้งนี้ไป จะปิดกั้นโอกาสที่ประชาชนคนไทยจะได้ใช้เทคโนโลยีที่ทั่วโลกเขามีใช้กันไปกว่า 10 ปีแล้ว

ล่าสุดดูเหมือนถนนทุกสายจะไปหยุดอยู่ที่ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ที่กำลังถูกลากลงมาเล่นกับเรื่องนี้ด้วย หลังจากนักวิชาการ และองค์กรเครือข่ายต่างๆ ต้องผิดหวังจากการนำเรื่องขึ้นฟ้องร้องต่อศาลปกครองมาแล้ว แต่ศาลไม่เล่นด้วยและสั่งจำหน่ายคดีทั้งหมด

โดยหวังจะ “ยืมมือ” องค์กรอิสระดังกล่าวมากระตุกเบรกล้ม 3จี ให้ได้ ด้วยข้ออ้างเดิมๆ มีการฮั้วประมูลทำให้ประเทศสูญเสียประโยชน์ และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ในกสทช.ไม่มีอำนาจรับรองผลประมูล ซึ่งจะว่าไปก็ล้วนเป็นประเด็นเดิมๆ ที่เคยร้องไปยังศาลปกครอง และป.ป.ช.นั่นแหละ

หากทุกฝ่ายจะได้ย้อนรอยมองอย่างเป็นธรรม ก่อนการประมูล 3จีครั้งนี้ กสทช.ใช่จะมุบมิบแอบไปกำหนดหลักเกณฑ์กันอยู่ท้ายไร่ที่ศรีสะเกษ หรือท้ายสวนที่สุไหงโก-ลกก็คงไม่ใช่ แต่ได้ดำเนินการยกร่างหลักเกณฑ์ประมูล เปิดเวทีประชาพิจารณ์จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกันเป็นปีๆ และมีการเผยแพร่ผ่านสื่อถึงหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และขั้นตอนการประมูล 3จี อยู่ไม่น้อยเลย มากเสียจนบางคนยังถามว่ากฎกติกาอะไรมันจะเยอะขนาดนี้

อย่างไรก็ตาม แม้จะกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และขั้นตอนการประกวดราคาที่ว่ากันมาเป็นปีๆ และอาจจะมากกว่า 2 ปี นับตั้งแต่ กสทช.ยกร่างหลักเกณฑ์การประมูลและให้ทบทวนกันครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา...นักวิชาการ หรือองค์กรเครือข่าย หรือแม้แต่กลุ่มเครือข่าย 40 สว.ที่กำลังออกมาเต้นผางๆ อยู่ตอนนี้...ล้วนไม่เคยได้ออกมาตั้งข้อสังเกตสังกาหรือออกมาโต้แย้ง ไม่เคยออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆ ต่อร่างหลักเกณฑ์ เงื่อนไขการประมูล 3จี ที่ว่านี้แม้แต่น้อย...

แต่วันดีคืนดีหลังเขาประมูลเสร็จสิ้น ก็กลับพร้อมใจกันลุกขึ้นมาร้องแรกแหกกระเชอราวกับนัดกันไว้ และก็ไม่ใช่ใครอื่น ก็ล้วนหน้าเดิมๆ ที่เคยป่วนไปทุกเวทีที่มีการประมูลนั่นแหละ แต่หนนี้ลงมาเล่นเอากับสิ่งที่ประชาชนคนไทยพากันหาวเรอรอจนจะกลายเป็นประเทศสุดท้ายของโลกอยู่แล้วที่ยังไม่มี 3จีใช้กัน

ดังนั้น การที่องค์กรเครือข่ายเหล่านี้พยายาม “ร้องแรกแหกกระเชอ”ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินลงมาเล่นเอาเถิดกับเรื่อง 3จี ด้วยหวังจะยืมมือองค์กรดังกล่าวล้มการประมูล 3จี ลงให้จงได้ จึงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายน่าจะฉุกใจคิดกันได้ว่า มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรแอบซ่อนอยู่หรือไม่

องค์กรผู้ตรวจการแผ่นดินที่ไม่เคยได้รู้ตื้นลึกหนาบางเรื่องนี้มาก่อน จะตกเป็นเครื่องมือให้คนเหล่านี้ลากไปปู้ยี่ปู้ยำหรือไม่ เพราะลำพังแค่อำนาจในการจะเข้ามาตรวจสอบเรื่องการประมูลคลื่น 2.1 GHz เพื่อออกใบอนุญาต 3จีที่เป็นเรื่อง Commercial Due นั้นจะมีอยู่หรือไม่ก็เป็นเรื่องให้น่าคิดอยู่แล้ว

หากในท้ายที่สุด องค์กรนี้ถูกเครือข่ายเหล่านี้ใช้เป็น “เครื่องมือ”ล้มการประมูล 3จี ที่ประชาชนคนไทนหาวเรอรอมาตลอดศก ก็มีหวังว่าภาพพจน์ขององค์กร “ผู้ตรวจการแผ่นดิน”คงป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี!!!

แนวหน้า
http://www.naewna.com/business/29106


___________________________________


พรุ่งนี้! ลุ้นผลร้อง 3จี “ผู้ตรวจการแผ่นดิน”


ผู้ตรวจการแผ่นดินสรุปผลร้อง 3จี 8 พ.ย. ส่วนการกำหนดอัตราขั้นสูงบริการเสียงของกสทช. เริ่มวุ่น! “นพ.ประวิทย์” ให้บอร์ด กทค.ทำเพื่อผู้บริโภคกำหนดอัตราค่าบริการขั้นสูงของดาต้าด้วย
วันนี้ (7 พ.ย.) นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กล่าวถึงกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินจะมีข้อสรุปผลการตรวจสอบการประมูล 3จีในวันพรุ่งนี้ (8 พ.ย.)  ว่า เป็นหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะพิจารณาว่าจะยื่นฟ้องต่อศาลปกครองตามคำขอของผู้ร้องหรือไม่ หากผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง กระบวนการ 3จีของกทค.ก็สามารถเดินหน้าต่อไปได้ตามปกติ แต่ถ้าผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นฟ้องต่อศาลปกครองตามคำขอของผู้ที่ร้องมา ก็ต้องดูอีกว่าผู้ตรวจการแผ่นดินไปยื่นร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่ ซึ่งก็ต้องรอผลการพิจารณาของศาลด้วย

นอกจากนี้ นพ.ประวิทย์ ได้กล่าวถึงกรณีที่วานนี้ ( 6 พ.ย.) พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกสทช. ในฐานประธาน กทค. ได้แถลงผลการประชุมบอร์ด กทค. ว่าได้จัดทำแนวทางศึกษา วิเคราะห์กำหนดค่าบริการขั้นสูงเฉพาะบริการเสียง สำหรับใบอนุญาตประกอบกิจการ 3 จี ชั่วคราว โดยทั้งนี้เตรียมให้ 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด, บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค จำกัด และบริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด เข้าหารือกับกสทช.ภายในสัปดาห์หน้า และเมื่อเอกชนได้เข้ามาหารือแล้วได้กำหนดกรอบการทำงานไว้ว่าวันที่ 23 พ.ย. 55 ให้เอกชนทำแผนการลงทุนธุรกิจของบริษัทส่งมาที่ กสทช. โดยต้องมีอัตราค่าบริการที่ต่ำกว่า 99 สตางค์ซึ่งใช้บังคับ 2จีในปัจจุบัน ส่วนค่าบริการขั้นสูงสำหรับดาต้าคาดว่าจะกำหนดไม่ทันเนื่องจากต้องใช้ผลการศึกษาที่ชัดเจนก่อน ว่า ที่ประชุมบอร์ด กทค. มีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวตามข้อเสนอของสำนักงาน กสทช. ซึ่งมีการเสนอในเรื่องของแนวทางและขั้นตอนการกำกับดูแลอัตราค่าบริการ โดยมีขั้นตอนสำคัญคือให้มีการหารือกับผู้ประกอบการ มีการพิจารณาต้นทุนและการศึกษาวิเคราะห์ทางวิชาการเพื่อกำหนดอัตราขั้นสูงที่เหมาะสม จากนั้นจึงกำหนดเป็นเงื่อนไขในการอนุญาต ซึ่งทั้งหมดมีกรอบระยะเวลาดำเนินการให้แล้วเสร็จไม่เกินกลางเดือนธันวาคมนี้

“ในการพิจารณาเรื่องนี้ ที่ประชุม กทค. พิจารณาบนฐานข้อมูลและข้อเสนอของสำนักงาน กสทช. ซึ่งไม่ได้มีการลงลึกว่าราคาค่าบริการจะเป็นเท่าไร ผมเห็นข่าวจึงแปลกใจว่า เหตุใดประธาน กทค. จึงแถลงโดยมีการระบุราคาค่าโทรนาทีละ 78 สตางค์ และที่เป็นปัญหาอย่างยิ่งคือมีการระบุด้วยว่าจะกำหนดอัตราค่าบริการเฉพาะบริการประเภทเสียง เพราะเท่ากับเป็นการไม่รักษาสัญญาตามที่เคยประกาศเจตนารมณ์ต่อสาธารณะจำนวน 6 ประเด็น ไว้เมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยเจตนารมณ์ประเด็นแรกนั้นบอกชัดเจนว่า จะกำกับดูแลค่าบริการ 3 จีทั้งประเภทเสียงและดาต้าให้ลดลงไม่น้อยกว่า 15-20% ของค่าบริการปัจจุบัน นอกจากนี้ในการชี้แจงกับคณะกรรมาธิการต่างๆ ทั้งของวุฒิสภาและสภาผู้ทนราษฎรที่ตรวจสอบเรื่องการประมูล 3จี กทค. เสียงข้างมากแต่ละท่านก็เคยลั่นวาจาไว้เช่นเดียวกันว่าจะลดค่าบริการทั้งประเภทเสียงและข้อมูล”

นพ.ประวิทย์ กล่าวว่า ตามหลักการแล้ว หากลดค่าบริการประเภทเสียงได้ก็สามารถลดค่าบริการรับ-ส่งข้อมูลได้เช่นกัน เพราะในทางธุรกิจใช้วิธีการคำนวณค่าบริการอื่นๆ จากค่าโทรออก-รับสายแทบทั้งสิ้น เมื่อค่าบริการที่เป็นตัวตั้งต้นลดลง ค่าบริการอื่นๆ ย่อมลดลงตามได้

“ในทางวิชาการและทางเทคนิคไม่มีปัญหา สิ่งสำคัญคือ กทค. ต้องทบทวนการทำงานให้มีความจริงใจมากขึ้น ทำอย่างไรให้การประกาศเจตนารมณ์ไม่เป็นเพียงเรื่องป่าหี่หรือเป็นอย่างที่มีเสียงวิจารณ์ ว่าเป็นการยกเอาผู้บริโภคมาบังหน้าเพื่อเอาตัวรอดจากการถูกตรวจสอบเท่านั้น นี่เป็นเรื่องที่ กทค. ต้องพิสูจน์ตัวเองกันต่อไป ว่าในการทำหน้าที่กำกับดูแลต่อจากนี้จะให้น้ำหนักกับการคุ้มครองผู้บริโภคจริงๆ ซึ่งผมยืนยันว่ามีหลายเรื่องที่ทำได้จากมุมการกำกับดูแลทางนโยบาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณภาพบริการ เรื่องการลดราคาและขยายปริมาณการคงสิทธิเลขหมาย เรื่องการกำหนดค่าเชื่อมต่อโครงข่าย หรือ IC ให้เป็นธรรม ตลอดจนเรื่องการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินการเรื่องร้องเรียน ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการและในส่วนของสำนักงาน กสทช.”

เดลินิวส์
http://www.dailynews.co.th/technology/165397

___________________________________


หวั่นผู้ตรวจการแผ่นดินเสียศูนย์ ตกหลุมพรางเครือข่ายวางหมากล้มประมูล 3 จี

นายรักษเกชา แฉ่ฉาย โฆษกผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวภายหลังการประชุมคณะผู้ตรวจการแผ่นดินที่มีการพิจารณาคำร้องกรณีขอให้ตรวจสอบการประมูลคลื่น 3 จีของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาแยกแยะประเด็นตามคำร้องที่มีผู้ร้องมา รวมถึงความเห็นของสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยฯ แต่ยังไม่มีความเห็นว่าจะมีข้อสรุปออกมาในทิศทางใด เพราะมีเอกสารจำนวนมาก แต่ยืนยันว่าการพิจารณาของผู้ตรวจการแผ่นดินจะไม่ยื้อหรือซื้อเวลาออกไป และจะมีคำวินิจฉัยอย่างแน่นอนในวันที่ 8 พ.ย.นี้ ก่อนที่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะเดินทางไปร่วมประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินโลก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นมือเข้ามาตรวจสอบกรณีดังกล่าว ในส่วนของบริษัทสื่อสารโทรคมนาคมที่เข้าร่วมประมูลไม่ได้มีความหนักใจต่อประเด็นที่กลุ่มต่างๆ ร้องเรียนไปแต่อย่างใด แต่เกรงว่าจะเป็นการยืมมือผู้ตรวจการแผ่นดินที่ไม่ได้รู้ตื้นลึกหนาบางมาก่อน จนส่งผลเสียหายต่อประเทศชาติอย่างร้ายแรงตามมา

ทั้งนี้ หากตรวจสอบกระบวนการประมูลของ กสทช.ครั้งนี้ จะเห็นได้ว่ามีการดำเนินการเรื่องนี้กันมาเป็นปีในการยกร่างประกาศ เงื่อนไขการประมูล และจัดทำประชาพิจารณ์ โดยที่กลุ่มคนที่ออกมาร้องเรียนเหล่านี้ไม่เคยเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นต่อการประมูลแต่อย่างใด “คนกลุ่มนี้หวังจะยืมมือองค์กรอิสระดังกล่าวมาล้มประมูล 3 จีให้ได้ ซึ่งหากผู้ตรวจการแผ่นดินต้องตกหลุมพรางคนเหล่านี้ เชื่อแน่ว่าคงจะส่งผลถึงภาพพจน์องค์กรอิสระนี้อย่างแน่นอน”

พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช.ในฐานะประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด กทค.มีมติให้สำนักงาน กสทช.ไปดำเนินการจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาอัตราค่าบริการโทรศัพท์มือถือ 3 จี ประเภทเสียงเป็นการชั่วคราว พร้อมเชิญผู้ที่จะรับใบอนุญาตทั้ง 3 รายมาหารือถึงการกำหนดอัตราค่าบริการด้วย เพราะต้องระบุไว้ในการเงื่อนไขการออกใบอนุญาต ส่วนอัตราค่าบริการประเภทข้อมูล (ดาต้า) นั้น ขณะนี้ยังไม่มีกำหนด เนื่องจากต้องใช้เวลาในการศึกษาแต่ยืนยันว่าค่าบริการ 3 จี ทั้งประเภทเสียงและข้อมูลจะถูกลงอย่างแน่นอน.

ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/eco/304233

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.