Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

09 พฤศจิกายน 2555 (เกาะติดประมูล3G) AIS แรงชี้คนพวกนี้ว่า ( พวกอคติ พวกครงสอบไม่ฟังความเห็น)อาจฟ้องปกป้องสิทธิ//DTAC ไม่ฟ้องมั่นไม่ฮั้ว

ประเด็นหลัก





***เอไอเอสอาจฟ้องปกป้องสิทธิ
     
      ด้านนายสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อินทัช ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค หนึ่งในผู้ชนะการประมูล แสดงท่าทีพร้อมดำเนินการตามมาตราการด้านกม.เพื่อปกป้องสิทธิของบริษัทบนความมั่นใจว่าขั้นตอนการประมูลทั้งหมดได้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เช่นเดียวกับ กสทช. ที่ปฏิบัติหน้าที่ในกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือตามพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ 2553
     
      นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมประมูล 3G ทั้ง 3 ราย ยืนยันหนักแน่นว่าไม่มีการสมรู้ร่วมคิดหรือการฮั้วใด ๆ ในขั้นตอนการประมูล โดยแม้จะมีกระแสข่าวว่าพบหลักฐานการฮั้วประมูล แต่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องล้วนไม่มีการดำเนินการใดๆ มีเพียงการกล่าวลอยๆ ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรม และเพื่อความยุติธรรม ในเมื่อ 3G IM (หนังสือชี้ชวนการลงทุนสำหรับการประมูลใบอนุญาต 3G) ถูกประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ก็เป็นเรื่องที่ กสทช. ต้องดำเนินการตามขั้นตอนการประมูลอย่างจริงจัง ซึ่งหาก กสทช. ละเลยไม่สนใจดำเนินการ กสทช. ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมก็จะมีความผิดตามกฏหมายเหมือนกัน
     
      นายสมประสงค์ยังตั้งข้อสังเกตว่าทำไมก่อนหน้านี้ จึงไม่มีการเคลื่อนไหวจากกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับร่าง 3G IM ทั้งที่ร่างดังกล่าวถูกโพสต์บนเว็บไซต์ของ กสทช. เป็นเวลาหลายเดือน แต่ตรงกันข้าม การเคลื่อนไหวทั้งหลายกลับเกิดขึ้นในช่วงเวลาหลังจากมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาและการประมูลจบลงเรียบร้อย
     
      สิ่งหนึ่งที่ถือไม่เป็นธรรมกับบริษัทเอกชนอย่างชัดเจน คือกรณีที่คณะกรรมาธิการวุฒิสภาเรียก 3 ผู้ชนะการประมูลเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 25 ต.ค. เพื่อพิจารณาว่าการประมูล 3G นั้นถูกดำเนินการเพื่อสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมและถูกต้องแท้จริงหรือไม่ แต่ปรากฏว่ากรรมาธิการวุฒิสภา ได้ยื่นเรื่องไปยังป.ป.ช.แล้วก่อนหน้านั้น 1 วันคือในวันที่ 24 ต.ค.โดยตั้งข้อสังเกตว่าการประมูลที่เกิดขึ้นอาจมีการสมรู้ร่วมคิดหรือฮั้วราคาโดยผิดกฎหมาย รวมถึงอาจละเมิดกฎหมายการจัดซื้อของรัฐ ก่อนที่จะรับฟังข้อมูลจาก 3 ผู้ชนะการประมูลด้วยซ้ำ
     
      'ทำไมกรรมการเหล่านั้นแสดงความเห็นต่อต้านการออกแบบวิธีการประมูลล่าช้า แต่กลับเร่งรีบที่จะยื่นคำร้อง จนไม่สามารถรอรับฟังข้อมูลที่ชัดเจนได้ แบบนี้เรียกว่าอคติหรือไม่' นายสมประสงค์กล่าว
     
      ***ดีแทคมั่นใจได้ใบอนุญาตใน 90 วัน
     
      นายดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแทค กล่าวว่าหากกสทช.ไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ภายใน 90 วันตามกม. บริษัทก็เคารพในการตัดสินใจของกสทช. แต่บริษัท ยังหวังว่าจะสามารถได้รับใบอนุญาต 3G ตามกำหนดระยะเวลาเดิม ทั้งนี้บริษัทยังต้องการเข้าไปชี้แจงรายละเอียดกับสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินในประเด็นว่าการประมูลที่ผ่านมามีการแข่งขัน และไม่มีการฮั้วประมูล 3G แต่อย่างใด
     
      'ส่วนเรื่องที่เราจะไปฟ้องร้องหรือไม่นั้น เรายังไม่ได้คิดถึงในขั้นนั้นตอนนี้ โดยยังคงมองโลกในแง่ดีอยู่ว่าปัญหาคดีฟ้องร้องผลการประมูลจะสามารถสิ้นสุดลงได้ ซึ่งการประมูลที่ผ่านมาเรามั่นใจว่ามีการแข่งขัน และไม่มีการฮั้วประมูลแน่นอน'
     
      ส่วนกรณีที่คณะทำงานตรวจสอบพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้เข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ 3G ที่สำนักงานกสทช.ตั้งขึ้นมา จะเรียกผู้บริหารของบริษัทไปให้ถ้อยคำเรื่องการเสนอราคาในวันที่ 13 พ.ย.นี้ ดีแทคยินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ และก็ยืนยันตามเดิมอย่างที่เคยให้สัมภาษณ์ไปก่อนหน้านี้หลายครั้งว่าการประมูลที่เกิดขึ้นไม่มีการฮั้ว หรือสมยอมราคาแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามหากท้ายที่สุดผลการสอบสวนของคณะกรรมการสอบฮั้วจะออกมาเป็นอย่างไรดีแทคก็เคารพการตัดสินใจตามนั้น
     
      นอกจากนี้ ดีแทคคาดว่า ภายหลังจากได้รับใบอนุญาต 3G แล้ว บริษัทจะให้สามารถเปิดบริการได้อย่างเร็วที่สุดคือไตรมาส 2 ปี 2556 หรือตั้งแต่ครึ่งปีหลังเป็นต้นไป เนื่องจากปัจจุบันดีแทคมีเสาสัญญาณใหม่คิดเป็นจำนวนสถานีฐานระบบ 2G ถึง 15,700 สถานีฐาน โดยในจำนวนสถานีฐานดังกล่าวมีการติดตั้งอุปกรณ์ 3G ย่านความถี่ 850 MHz ที่ดีแทคให้บริการในระบบ HSPA รวมอยู่ด้วยกว่า 5,200 สถานีฐานที่จะครอบคลุมทั่วประเทศในปลายปีนี้ ส่วนในการขยาย 3G บนใบอนุญาตความถี่ 2.1GHz จะทยอยสร้างโครงข่ายในปีแรกราว 5,000 แห่ง ทำให้ในปีหน้าดีแทคจะมีสถานีฐาน 3G มากกว่า 1 หมื่นแห่ง
















________________________________








ศาลปกครองรับคำร้อง 3G



แฟ้มภาพ : 3 เอกชนผู้เข้าประมูลจับมือกันก่อนเริ่มประมูล
ผู้ตรวจการแผ่นดิน เสนอศาลปกครอง วินิจฉัยประมูล 3G ของ กสทช.เป็นการแข่งขันอย่างเสรีหรือไม่ พร้อมขอให้ไต่สวนฉุกเฉิน และให้ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวระงับออกใบอนุญาต 3G เอาไว้ก่อน ด้านศาลปกครองรับเข้าสารบบคดีหมายเลขดำ 2865/2555 ส่วน 'เศรษฐพงค์' ประธานกทค.พร้อมชี้แจงศาล เอไอเอสอาจใช้มาตรการทางกฎหมายปกป้องสิทธิ ด้านดีแทคมองโลกในแง่ดี หวังได้ใบอนุญาต 3G ตามกม.ใน 90 วัน นิด้าโพลชี้ประชาชน 62% ค้านล้ม 3G กลัวล้าหลังประเทศเพื่อนบ้าน
     
      นายรักษ์เกชา แฉ่ฉาย รองเลขาธิการ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และโฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า ตามที่มีผู้ร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเกี่ยวกับการดำเนินการประมูลคลื่น 3G ตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคม (กสทช.) เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล หรือ Internation Mobile Telecomunication (IMT) ย่าน 2.1 GHz พ.ศ. 2535 เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2555 โดยเป็นการร้องเรียนเกี่ยวกับการปฎิหน้าที่ของ กสทช. รวมทั้งคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) และ สำนักงาน กสทช.นั้น
     
      ที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติเห็นชอบร่วมกันที่จะเสนอความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการประมูลคลื่นความถี่ดังกล่าวต่อศาลปกครองเพื่อพิจารณาและวินิจฉัยว่าเป็นการดำเนินการที่เป็นแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรมตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรการ 47 และพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบการกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม พ.ศ.2553 มาตรการ 45 ประกอบมาตรา 41 วรรค1 และ วรรค 7 หรือไม่ โดยส่งเรื่องให้ศาลปกครองไปแล้ว
     
      พร้อมกันนั้น ได้ร้องขอให้มีการไต่สวนฉุกเฉินและขอให้ศาลมีคำสั่งมาตรการคุ้มครองชั่วคราวด้วยการระงับการออกใบอนุญาต 3G เอาไว้ก่อนด้วย
     
      ด้านนายประวิช รัตนเพียร ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า ไม่อยากให้มองเรื่องดังกล่าวว่าจะทำให้เกิดความล่าช้า แม้ว่าประชาชนจะมีความเห็นตรงกันว่าควรมีระบบ 3G ก็ตาม แต่กระบวนการทำให้เกิดระบบ 3G นั้น ต้องทำให้ถูกกฎหมายโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน คำวินิจฉัยของผู้ตรวจการฯ เป็นเอกฉันท์มีมติส่งให้ศาลปกครองชี้ขาดเป็นกระบวนการตามกฎหมาย เมื่อมีผู้ร้องยื่นคำร้องเข้ามาที่ผู้ตรวจการฯ ก็ต้องดำเนินการตรวจสอบในคำร้องที่เห็นว่า เป็นเรื่องการใช้อำนาจรัฐในทางปกครองและอยู่ในอำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจการฯ ทั้งนี้ไม่ว่าผลการพิจารณาจะเป็นอย่างไร ย่อมขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลปกครอง ขอให้ทุกฝ่ายยอมรับเพื่อความชัดเจนและเป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติต่อไป
     
      ***'เศรษฐพงค์' พร้อมชี้แจงศาล
     
      ด้านพ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกสทช. และประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.)กล่าวว่าถือว่าไม่เหนือความคาดหมาย ในการที่ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติส่งเรื่องไปศาลปกครองกลาง ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีจะได้เกิดความชัดเจนทุกขั้นตอน โดยในตอนนี้คงต้องรอเพียงว่าศาลจะรับเรื่องไว้ไต่สวนหรือไม่ ซึ่งหากศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราวด้วยการระงับการออกใบอนุญาต 3G กทค.ก็ต้องหยุดกระบวนการทั้งหมด
     
      ส่วนกรณีที่ผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือทั้ง 3 รายที่เข้าร่วมการประมูลหากจะฟ้องร้องกสทช.ในกรณีไม่สามารถออกใบอนุญาตได้ทันตามกำหนดระยะเวลา 90 วันนั้น มองว่าไม่สามารถฟ้องได้ เนื่องจากเป็นคำสั่งศาล ไม่ใช่เป็นการดำเนินการของกสทช.ที่ไม่สามารถออกใบอนุญาตให้แต่อย่างใด
     
      อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวไม่มีความกังวลในกรณีดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมาทำตามหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว ซึ่งในตอนนี้คงต้องรอคำสั่งจากศาลเท่านั้น ส่วนการจะถอดใจลาออกนั้นไม่ใช่เป็นการแก้ปัญหา แต่เป็นการหนีปัญหา ดังนั้นจะยังคงเดินหน้าทำงานต่อไปแน่นอน
     
      ขณะเดียวกันหากศาลพิจารณารับเรื่องดังกล่าว กสทช.ก็พร้อมจะเข้าไปเพื่อไปให้ปากคำ
     
      ***เอไอเอสอาจฟ้องปกป้องสิทธิ
     
      ด้านนายสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อินทัช ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค หนึ่งในผู้ชนะการประมูล แสดงท่าทีพร้อมดำเนินการตามมาตราการด้านกม.เพื่อปกป้องสิทธิของบริษัทบนความมั่นใจว่าขั้นตอนการประมูลทั้งหมดได้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เช่นเดียวกับ กสทช. ที่ปฏิบัติหน้าที่ในกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือตามพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ 2553
     
      นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมประมูล 3G ทั้ง 3 ราย ยืนยันหนักแน่นว่าไม่มีการสมรู้ร่วมคิดหรือการฮั้วใด ๆ ในขั้นตอนการประมูล โดยแม้จะมีกระแสข่าวว่าพบหลักฐานการฮั้วประมูล แต่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องล้วนไม่มีการดำเนินการใดๆ มีเพียงการกล่าวลอยๆ ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรม และเพื่อความยุติธรรม ในเมื่อ 3G IM (หนังสือชี้ชวนการลงทุนสำหรับการประมูลใบอนุญาต 3G) ถูกประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ก็เป็นเรื่องที่ กสทช. ต้องดำเนินการตามขั้นตอนการประมูลอย่างจริงจัง ซึ่งหาก กสทช. ละเลยไม่สนใจดำเนินการ กสทช. ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมก็จะมีความผิดตามกฏหมายเหมือนกัน
     
      นายสมประสงค์ยังตั้งข้อสังเกตว่าทำไมก่อนหน้านี้ จึงไม่มีการเคลื่อนไหวจากกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับร่าง 3G IM ทั้งที่ร่างดังกล่าวถูกโพสต์บนเว็บไซต์ของ กสทช. เป็นเวลาหลายเดือน แต่ตรงกันข้าม การเคลื่อนไหวทั้งหลายกลับเกิดขึ้นในช่วงเวลาหลังจากมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาและการประมูลจบลงเรียบร้อย
     
      สิ่งหนึ่งที่ถือไม่เป็นธรรมกับบริษัทเอกชนอย่างชัดเจน คือกรณีที่คณะกรรมาธิการวุฒิสภาเรียก 3 ผู้ชนะการประมูลเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 25 ต.ค. เพื่อพิจารณาว่าการประมูล 3G นั้นถูกดำเนินการเพื่อสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมและถูกต้องแท้จริงหรือไม่ แต่ปรากฏว่ากรรมาธิการวุฒิสภา ได้ยื่นเรื่องไปยังป.ป.ช.แล้วก่อนหน้านั้น 1 วันคือในวันที่ 24 ต.ค.โดยตั้งข้อสังเกตว่าการประมูลที่เกิดขึ้นอาจมีการสมรู้ร่วมคิดหรือฮั้วราคาโดยผิดกฎหมาย รวมถึงอาจละเมิดกฎหมายการจัดซื้อของรัฐ ก่อนที่จะรับฟังข้อมูลจาก 3 ผู้ชนะการประมูลด้วยซ้ำ
     
      'ทำไมกรรมการเหล่านั้นแสดงความเห็นต่อต้านการออกแบบวิธีการประมูลล่าช้า แต่กลับเร่งรีบที่จะยื่นคำร้อง จนไม่สามารถรอรับฟังข้อมูลที่ชัดเจนได้ แบบนี้เรียกว่าอคติหรือไม่' นายสมประสงค์กล่าว
     
      ***ดีแทคมั่นใจได้ใบอนุญาตใน 90 วัน
     
      นายดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแทค กล่าวว่าหากกสทช.ไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ภายใน 90 วันตามกม. บริษัทก็เคารพในการตัดสินใจของกสทช. แต่บริษัท ยังหวังว่าจะสามารถได้รับใบอนุญาต 3G ตามกำหนดระยะเวลาเดิม ทั้งนี้บริษัทยังต้องการเข้าไปชี้แจงรายละเอียดกับสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินในประเด็นว่าการประมูลที่ผ่านมามีการแข่งขัน และไม่มีการฮั้วประมูล 3G แต่อย่างใด
     
      'ส่วนเรื่องที่เราจะไปฟ้องร้องหรือไม่นั้น เรายังไม่ได้คิดถึงในขั้นนั้นตอนนี้ โดยยังคงมองโลกในแง่ดีอยู่ว่าปัญหาคดีฟ้องร้องผลการประมูลจะสามารถสิ้นสุดลงได้ ซึ่งการประมูลที่ผ่านมาเรามั่นใจว่ามีการแข่งขัน และไม่มีการฮั้วประมูลแน่นอน'
     
      ส่วนกรณีที่คณะทำงานตรวจสอบพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้เข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ 3G ที่สำนักงานกสทช.ตั้งขึ้นมา จะเรียกผู้บริหารของบริษัทไปให้ถ้อยคำเรื่องการเสนอราคาในวันที่ 13 พ.ย.นี้ ดีแทคยินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ และก็ยืนยันตามเดิมอย่างที่เคยให้สัมภาษณ์ไปก่อนหน้านี้หลายครั้งว่าการประมูลที่เกิดขึ้นไม่มีการฮั้ว หรือสมยอมราคาแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามหากท้ายที่สุดผลการสอบสวนของคณะกรรมการสอบฮั้วจะออกมาเป็นอย่างไรดีแทคก็เคารพการตัดสินใจตามนั้น
     
      นอกจากนี้ ดีแทคคาดว่า ภายหลังจากได้รับใบอนุญาต 3G แล้ว บริษัทจะให้สามารถเปิดบริการได้อย่างเร็วที่สุดคือไตรมาส 2 ปี 2556 หรือตั้งแต่ครึ่งปีหลังเป็นต้นไป เนื่องจากปัจจุบันดีแทคมีเสาสัญญาณใหม่คิดเป็นจำนวนสถานีฐานระบบ 2G ถึง 15,700 สถานีฐาน โดยในจำนวนสถานีฐานดังกล่าวมีการติดตั้งอุปกรณ์ 3G ย่านความถี่ 850 MHz ที่ดีแทคให้บริการในระบบ HSPA รวมอยู่ด้วยกว่า 5,200 สถานีฐานที่จะครอบคลุมทั่วประเทศในปลายปีนี้ ส่วนในการขยาย 3G บนใบอนุญาตความถี่ 2.1GHz จะทยอยสร้างโครงข่ายในปีแรกราว 5,000 แห่ง ทำให้ในปีหน้าดีแทคจะมีสถานีฐาน 3G มากกว่า 1 หมื่นแห่ง
     
      ***นิด้าโพลชี้ประชาชน 62% ค้านล้ม 3G
     
      นิด้าโพล ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง "อนาคต 3G " ระหว่างวันที่ 2-3 พ.ย. 2555 จากประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,246 หน่วยตัวอย่าง กระจายทุกภูมิภาค ทุกระดับการศึกษาและกลุ่มอาชีพ จากการสำรวจเป็นดังนี้ เมื่อถามว่า ท่านมีความรู้หรือทราบข้อมูลเกี่ยวกับระบบ 3G มากน้อยเพียงใด 33.31% น้อย , 32.91 % ปานกลาง ,4.65% มาก ,29.31% ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับ 3G เลย
     
      เมื่อถามว่า ท่านคิดว่าหลักเกณฑ์การประมูล 3G ในครั้งนี้ถูกออกแบบให้เอื้อประโยชน์กับกลุ่มธุรกิจ จนทำให้รัฐเสียประโยชน์ หรือไม่ 35.87% ใช่ เพราะราคาประมูลต่ำเกินไป และทุกอย่างย่อมมีผลประโยชน์, 26.40% ไม่ใช่ เพราะการประมูลมีความถูกต้องรัดกุมอยู่ รวมทั้งกระบวนการต่างๆ ต้องผ่านการตรวจสอบแล้ว , 37.72% ไม่แน่ใจ
     
      เมื่อถามว่า ท่านเห็นด้วยหรือไม่ถ้าหากจะมีการยกเลิกการประมูล 3G ในครั้งนี้ 62.76% ไม่เห็นด้วย เพราะเกิดความล่าช้าในการพัฒนาประเทศ อีกทั้งต่างประเทศและประเทศเพื่อนบ้านมี 4G แล้ว, 13.80% เห็นด้วย เพราะเป็นการประมูลที่ไม่มีความโปร่งใสและมีการเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มธุรกิจมากเกินไป, 23.43% ไม่แน่ใจ
     
      เมื่อถามว่า หากการประมูล 3G ครั้งนี้ล้มเหลว ท่านคิดว่าจะเกิดความสูญเสียในด้านใดบ้าง (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ) 47.90% เกิดความเสียหายด้านเศรษฐกิจการค้า รวมทั้งขาดเครื่องต่อรองในการดึงดูดการลงทุนหรือนักท่องเที่ยว, 45.40% ขาดโอกาสที่จะผลักดันอุตสาหกรรมโทรคมนาคมด้านการสื่อสารของประเทศให้เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน, 44.30% ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลขาดโอกาสที่จะมีโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้ออำนวยให้ระบบการสื่อสารมีประสิทธิภาพ, 37% การศึกษาไทยขาดโอกาสที่จะมีโครงสร้างพื้นฐานที่จะพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพเพื่อเข้าสู่ AEC, 36.90% ภาพลักษณ์ของประเทศชาติเสียหาย, 2.40% อื่นๆ เช่น ไม่มีใครได้ใครเสีย ประชาชนบางส่วนไม่มีส่วนได้ส่วนเสียในการประมูล และยังมีส่วนมากที่ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้ 3G
     
      ***ศาลปกครองรับคำร้อง 3G
     
      ที่ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ ภายหลังจากผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ยื่นความเห็นดังกล่าวโดยขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งไต่สวนฉุกเฉินเพื่อมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวสั่งห้ามการให้ใบอนุญาตการใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล ย่าน 2.1 GHz หรือ 3G กับบริษัทเอกชน 3 รายที่ได้ร่วมประมูลเมื่อวันที่ 16 ต.ค.55 ที่ผ่านมานั้น
     
      ศาลปกครองกลางได้รับเรื่องดังกล่าวไว้ในสารบบความเป็นคดีหมายเลขดำ 2865/2555 ซึ่งจะได้มีการจ่ายสำนวนให้องค์คณะตุลาการรับผิดชอบพิจารณาคำฟ้องเพื่อมีคำสั่งต่อไปว่าจะให้ไต่สวนฉุกเฉินหรือไม่ ขณะที่วันนี้ (8พ.ย.) ศาลปกครองกลาง ยังไม่มีคำสั่งใด ๆ เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว

ASTV ผู้จัดการ
http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9550000136903

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.