Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

1 พฤศจิกายน 2555 คณะอนุฯ คุ้มครองผู้บริโภค จี้ กทค. ( ร้องเรียนเยอะมาก ไม่ลดลง และ ข้อร้องเรียนถูกเพิกเฉย ขาดความจริงใจ )

ประเด็นหลัก



ขณะที่สถิติการจัดการเรื่องร้องเรียนที่ผ่านมา ช่วงครึ่งปี 2555 มีเรื่องร้องเรียนจำนวน 980 เรื่อง สามารถแก้ไขได้ภายใน 30 วัน ตามกฎหมายเพียง 130 เรื่อง อีก 850 เรื่องที่เหลือมีการนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการเพียง 6 เรื่อง โดยที่สำนักงาน กสทช. เพิกเฉย และ กทค.น่าจะทราบเพราะแทบไม่มีเรื่องร้องเรียนเข้าสู่การพิจารณาเลย หาก กทค. จะแสดงความจริงใจด้านการทำงานคุ้มครองผู้บริโภคควรยกเครื่องใหม่ ไม่ใช่ปล่อยให้สำนักงานไม่ทำงานเช่นนี้ ซึ่งคณะอนุฯ เคยเสนอปัญหาทั้งหมดแล้ว แต่ไม่ได้รับการตอบสนองกลับ

ประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคม กล่าวด้วยว่า ขอให้ช่วยจับตาที่บริษัทอ้างว่า ยังมีบริการ 2จี ซึ่งจะไม่เป็นความจริง หากมีระบบ 3จี เพราะจะโอนย้ายลูกค้าและใช้กลยุทธ์ทางการตลาดให้ผู้บริโภคต้องเป็นผู้บริโภคในระบบ 3จี โดยทำให้ผู้ประกอบการลดการจ่ายส่วนแบ่งให้กับรัฐไปไม่น้อยกว่า 3 หมื่นล้านบาทต่อปี รวมถึงบริการในระบบ 2จี ของบางบริษัทจะหมดสัญญาสัมปทานว่าจะมีการโอนย้ายผู้ใช้บริการทั้งหมดไปสู่ระบบ 3จี หรือไม่




_____________________________________________

3จี ไม่จบ อนุฯ คุ้มครองผู้บริโภค จวก กทค. จี้สิทธิ์ลูกค้าสำคัญสุด

คณะอนุฯ คุ้มครองผู้บริโภค จี้ กทค. แก้ปัญหาให้ประชาชน หลังพบข้อร้องเรียนช่วงครึ่งปีไม่ได้ลด ระบุบอร์ด กทค.เมินหลังจี้ขึ้นราคาค่าประมูลไลเซ่นส์ 3จี พร้อมจ้องจับตาเอกชนโอนย้ายลูกค้าหลังหมดสัญญาสัมปทาน...

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. นางสาวสารี อ๋องสมหวัง ประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคม กล่าวว่า คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. ต้องยกเครื่องให้ความสำคัญกับการทำงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างจริงจัง และจริงใจ ทั้งในระดับนโยบาย และสำนักงาน เนื่องจากที่ผ่านมา การคุ้มครองผู้บริโภคในประเด็นที่สำคัญ เช่น การกำหนดระยะเวลาการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบชำระค่าบริการล่วงหน้า ตู้เติมเงินออนไลน์ การให้บริการคงสิทธิ์เลขหมาย ไม่เคยถูกนำไปพิจารณา และ กทค. ไม่สามารถคุ้มครองประชาชนได้จริง

ประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคม กล่าวต่อว่า ก่อนที่จะประมูลใบอนุญาต หรือไลเซ่นส์ 3จี ย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ คณะอนุฯ ได้ทำความเห็นให้ กทค. พิจารณาแล้ว โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค การใช้โครงข่ายร่วมกัน รวมถึงการเตือนว่า วิธีการประมูลในรูปแบบดังกล่าวจะส่งผลให้ราคาประมูลเท่ากับมูลค่าขั้นต่ำของการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่แต่ละชุด คือ สลอตละ 4,500 ล้านบาท แต่ความเห็นของคณะอนุฯ ไม่เคยถูกนำไปพิจารณา จนทำให้เกิดปัญหา และถูกกล่าวหาว่า ไม่มีการแข่งขันในการประมูล

นางสาวสารี กล่าวอีกว่า กทค. ไม่สนับสนุนการทำงานของคณะอนุฯ เช่น เมื่อเกิดปัญหาในพื้นที่จนเป็นเรื่องร้องเรียนระดับชุมชน คณะอนุฯ เสนอให้จัดประชุมกับบริษัท และประชาชนในพื้นที่เพื่อรับทราบปัญหาและรับฟังความเห็นจากทั้งสองฝ่าย แต่สำนักงาน กสทช. แจ้งว่าไม่มีงบประมาณ แต่กลับมีงบประมาณไปดูงานต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าที่ระดับบริหารสามารถเดินทางไปต่างประเทศถึง 7 ครั้งในรอบไม่ถึงครึ่งปี ทำให้ผู้ร้องเรียนเสียหาย และไม่มีการแก้ไขปัญหา เช่น ร้องเรียนเรื่องเสาโทรคมนาคมที่ไม่ได้รับอนุญาตในการดำเนินการจนได้รับอนุญาต และเปิดให้บริการ หรือมีข้อร้องเรียนเรื่องประสิทธิภาพ

ขณะที่สถิติการจัดการเรื่องร้องเรียนที่ผ่านมา ช่วงครึ่งปี 2555 มีเรื่องร้องเรียนจำนวน 980 เรื่อง สามารถแก้ไขได้ภายใน 30 วัน ตามกฎหมายเพียง 130 เรื่อง อีก 850 เรื่องที่เหลือมีการนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการเพียง 6 เรื่อง โดยที่สำนักงาน กสทช. เพิกเฉย และ กทค.น่าจะทราบเพราะแทบไม่มีเรื่องร้องเรียนเข้าสู่การพิจารณาเลย หาก กทค. จะแสดงความจริงใจด้านการทำงานคุ้มครองผู้บริโภคควรยกเครื่องใหม่ ไม่ใช่ปล่อยให้สำนักงานไม่ทำงานเช่นนี้ ซึ่งคณะอนุฯ เคยเสนอปัญหาทั้งหมดแล้ว แต่ไม่ได้รับการตอบสนองกลับ

สำหรับเรื่องการประมูล 3จี ที่ประชุมเห็นว่า เนื่องจากปัจจุบันผู้ให้บริการทั้ง 3 ราย จ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้รัฐปีละ 4 หมื่นล้านบาท แต่การประมูล 3จี ที่ผ่านมาจะทำให้รัฐได้ส่วนแบ่งรายได้จากผู้ให้บริการทั้ง 3 ราย เพียงไม่ถึงปีละ 3 พันล้านบาท หรือเท่ากับต้องใช้ระยะเวลาเกือบ 15 ปีเท่าอายุใบอนุญาต รัฐจึงจะมีรายได้เท่ากับ 1 ปีในปัจจุบัน ดังนั้นผู้บริโภคจึงควรได้รับค่าบริการที่ถูกลงอย่างต่ำ 15 เท่า รวมถึงสำนักงานควรจัดทำชุดข้อมูล 3จี เพื่อให้ความรู้กับผู้บริโภคเพื่อให้เกิดความเท่าทันกับการใช้บริการ

ประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคม กล่าวด้วยว่า ขอให้ช่วยจับตาที่บริษัทอ้างว่า ยังมีบริการ 2จี ซึ่งจะไม่เป็นความจริง หากมีระบบ 3จี เพราะจะโอนย้ายลูกค้าและใช้กลยุทธ์ทางการตลาดให้ผู้บริโภคต้องเป็นผู้บริโภคในระบบ 3จี โดยทำให้ผู้ประกอบการลดการจ่ายส่วนแบ่งให้กับรัฐไปไม่น้อยกว่า 3 หมื่นล้านบาทต่อปี รวมถึงบริการในระบบ 2จี ของบางบริษัทจะหมดสัญญาสัมปทานว่าจะมีการโอนย้ายผู้ใช้บริการทั้งหมดไปสู่ระบบ 3จี หรือไม่

ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/tech/303287

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.