Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

13 พฤศจิกายน 2555 สยามอินเตอร์ฯ โชว์ FM 96 “สปอร์ตเรดิโอ”และ SMM TV เป็นอันดับ 1 โดยไม่ต้องซื้อซื้อลิขสิทธิ์บอล พร้อมเปลื่ยน e-book

ประเด็นหลัก



“บริษัทประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีจากการแตกไลน์ธุรกิจสู่การเป็นสถานีวิทยุกีฬาในคลื่น FM 96 “สปอร์ตเรดิโอ” และสถานีโทรทัศน์กีฬาซึ่งออกอากาศทางช่องดาวเทียม C-Band เห็นได้จากผลการสำรวจความนิยมของผู้ฟังและผู้ชม โดยเอซี เนลสัน ล่าสุดเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่า FM 96 สปอร์ตเรดิโอ เป็นสถานีวิทยุกีฬาที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มสถานีวิทยุเอฟเอ็มทั่วประเทศ ในขณะที่เอสเอ็มเอ็มทีวี ก็กำลังได้รับความนิยมจากผู้ชมทีวีดาวเทียมทั่วประเทศเป็นอันดับ 1 เช่นกัน”

ประธานกรรมการบริหารเอสเอ็มเอ็มกล่าวด้วยว่า ช่องทางการทำธุรกิจผ่านคลื่นวิทยุ และทีวีดาวเทียมดังกล่าว ได้ทำให้รายได้หลักของบริษัทที่เคยมาจากธุรกิจสิ่งพิมพ์ประเภทหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น และนวนิยายจีน เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากการมีทีมงานมืออาชีพที่จัดเป็นกลุ่มกราวกีฬาชั้นแนวหน้าของประเทศซึ่งมีทั้งผู้บรรยาย และนักพากย์กว่า 200 คน จึงไม่แปลกที่สปอร์ตเรดิโอ และ เอสเอ็มเอ็มทีวี จะกลายเป็นคลื่นกีฬา และช่องกีฬาที่ได้รับความนิยมสูงสุด

“แม้จะไม่ต้องไปลงแข่งขันในเกมการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลยอดนิยมอย่างพรีเมียร์ลีก ของอังกฤษ หรือ ลา ลีกาลีก ของสเปน ก็ตาม แต่การคร่ำหวอดอยู่ในวงการกีฬามานานกว่า 30 ปี ทำให้เอสเอ็มเอ็มสามารถผลิตคอนเทนต์ด้านการกีฬาได้อย่างตรงใจผู้บริโภค”


ที่สำคัญ นายวิฑูรให้เหตุผลว่า เขาสามารถจะต่อยอด หรือปรับเปลี่ยนธุรกิจสิ่งพิมพ์ของเขาเข้าสู่ตลาด e-book ได้ในทันทีเมื่อความต้องการของตลาดนักอ่านในประเทศมาถึงจุดพลิกผัน “บริษัทเตรียมการเรื่อง e-book เพื่อการดาวน์โหลดนวนิยายต่างๆลงในสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตมาเป็นเวลาพอสมควรแล้ว หลังจากที่ให้มีการโหลดเนื้อหาสาระของนิตยสารต่างๆที่บริษัทเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เข้าไปอ่านได้ในเครือข่ายออนไลน์”






________________________________________


ผงาดวิทยุ-ทีวีขวัญใจคอกีฬา สยามอินเตอร์ฯโอ่ผลสำเร็จฉีกแนวธุรกิจ

หลังปรับเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจเพื่อสู้กระแสการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภค บริษัท สยามอินเตอร์ มัลติมีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ SMM ก็ประสบผลสำเร็จสามารถก้าวสู่ทำเนียบการเป็นสถานีวิทยุ และโทรทัศน์กีฬาอันดับ 1 ของประเทศสำเร็จ ขณะที่ทำกำไรจากการดำเนินงานติดต่อกันตลอดช่วง 2 ปีกว่า 2–3 เท่าตัว

นายวิฑูร นิรันตราย ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เอสเอ็มเอ็ม เปิดเผยผลประกอบการของบริษัทในไตรมาส 2 ของปีนี้ว่า เติบโตจากปีที่ผ่านมาเกือบ 30% รวมรายได้ 200.42 ล้านบาท และมีผลกำไรรวม 17.64 ล้านบาท ขณะที่ภาพรวมการดำเนินงานใน 6 เดือนแรกของปี บริษัทมีรายได้ 378 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 61.67 ล้านบาท หรือประมาณ 19.49% และมีผลกำไรสุทธิ 34.45 ล้านบาท โดยคาดว่าทั้งปีจะมีผลประกอบการเพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ย 20% และมีกำไรเพิ่มขึ้นไม่น้อยไปกว่าปีที่ผ่านมา

“บริษัทประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีจากการแตกไลน์ธุรกิจสู่การเป็นสถานีวิทยุกีฬาในคลื่น FM 96 “สปอร์ตเรดิโอ” และสถานีโทรทัศน์กีฬาซึ่งออกอากาศทางช่องดาวเทียม C-Band เห็นได้จากผลการสำรวจความนิยมของผู้ฟังและผู้ชม โดยเอซี เนลสัน ล่าสุดเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่า FM 96 สปอร์ตเรดิโอ เป็นสถานีวิทยุกีฬาที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มสถานีวิทยุเอฟเอ็มทั่วประเทศ ในขณะที่เอสเอ็มเอ็มทีวี ก็กำลังได้รับความนิยมจากผู้ชมทีวีดาวเทียมทั่วประเทศเป็นอันดับ 1 เช่นกัน”

ประธานกรรมการบริหารเอสเอ็มเอ็มกล่าวด้วยว่า ช่องทางการทำธุรกิจผ่านคลื่นวิทยุ และทีวีดาวเทียมดังกล่าว ได้ทำให้รายได้หลักของบริษัทที่เคยมาจากธุรกิจสิ่งพิมพ์ประเภทหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น และนวนิยายจีน เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากการมีทีมงานมืออาชีพที่จัดเป็นกลุ่มกราวกีฬาชั้นแนวหน้าของประเทศซึ่งมีทั้งผู้บรรยาย และนักพากย์กว่า 200 คน จึงไม่แปลกที่สปอร์ตเรดิโอ และ เอสเอ็มเอ็มทีวี จะกลายเป็นคลื่นกีฬา และช่องกีฬาที่ได้รับความนิยมสูงสุด

“แม้จะไม่ต้องไปลงแข่งขันในเกมการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลยอดนิยมอย่างพรีเมียร์ลีก ของอังกฤษ หรือ ลา ลีกาลีก ของสเปน ก็ตาม แต่การคร่ำหวอดอยู่ในวงการกีฬามานานกว่า 30 ปี ทำให้เอสเอ็มเอ็มสามารถผลิตคอนเทนต์ด้านการกีฬาได้อย่างตรงใจผู้บริโภค”

อย่างไรก็ตาม นายวิฑูรกล่าวว่า บริษัทยังคงยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจสิ่งพิมพ์ต่อไป เพราะบริษัทมีลิขสิทธิ์การ์ตูนที่ติดอันดับท็อปชาร์ตในญี่ปุ่นกว่า 10 เรื่อง และสร้างยอดขายที่ดีให้แก่บริษัทอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับนวนิยายจีนเรื่องดังจากนักเขียนยอดนิยมชาวจีนอีกหลายเรื่องที่อยู่ในมือ ซึ่งจัดเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าจำนวนมาก

“นอกจากลิขสิทธิ์ที่เอสเอ็มเอ็มมีแต่ผู้เดียว และถูกต้องที่สุดในประเทศไทยแล้ว เรายังมีร้านบุ๊คเฟรนด์ อยู่อีกกว่า 30 สาขา ขณะที่กำลังจะออกพ็อกเกตบุ๊กนิยายจีนขายดีของหวงอี้ ในระยะเวลาอันใกล้ เหตุที่ยืนยันเรายังคงยึดมั่นในการทำธุรกิจสิ่งพิมพ์ต่อไปก็เพราะผลการสำรวจที่เราทำมาอย่างต่อเนื่องนั้นพบว่าวัยรุ่นยังคงมีสถิติการอ่านหนังสือมากกว่ากลุ่มคนที่มีอายุเกิน 30 ปี”

ที่สำคัญ นายวิฑูรให้เหตุผลว่า เขาสามารถจะต่อยอด หรือปรับเปลี่ยนธุรกิจสิ่งพิมพ์ของเขาเข้าสู่ตลาด e-book ได้ในทันทีเมื่อความต้องการของตลาดนักอ่านในประเทศมาถึงจุดพลิกผัน “บริษัทเตรียมการเรื่อง e-book เพื่อการดาวน์โหลดนวนิยายต่างๆลงในสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตมาเป็นเวลาพอสมควรแล้ว หลังจากที่ให้มีการโหลดเนื้อหาสาระของนิตยสารต่างๆที่บริษัทเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เข้าไปอ่านได้ในเครือข่ายออนไลน์”

ปัจจุบัน นอกจากลิขสิทธิ์การ์ตูนญี่ปุ่น และนวนิยายจีนแล้ว เอสเอ็มเอ็มยังเป็นเจ้าของนิตยสารขายดีอย่าง Slimming, Sweety และ C-Kid พร้อมกับรับเป็นผู้จัดจำหน่ายหนังสือ และนิตยสารในเครือบริษัท มีดี เช่น เมาท์ซี A-Star, Hot และโหรา ซึ่งเป็นหนังสือขายดีของค่ายมีดีด้วย

สำหรับสัดส่วนรายได้ของเอสเอ็มเอ็มแบ่งเป็นส่วนของสิ่งพิมพ์ที่ผลิตเองจากการ์ตูน 60% พ็อกเกตบุ๊ก 32% และนิตยสาร 8% และรายได้จากธุรกิจมัลติมีเดีย เช่น สปอร์ตเรดิโอ 72% และเอสเอ็มเอ็มทีวี 28% ทั้งนี้คาดว่าผลประกอบการในไตรมาสที่ 3 คงจะประกาศออกมาในสัปดาห์นี้.

ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/eco/305662

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.