Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

13 พฤศจิกายน 2555 สามารถเตือนTOT3G (หาสถานที่ติดตั้งเองไม่ใช้ร่วมคนอื่น)มั้นใจ 3G X จะมีลูกค้าไม่ต่ำกว่าเดือนละแสน//โชว์9เดือนกำไร785ลบ.

ประเด็นหลัก


กลุ่มสามารถรอหารือบอร์ดทีโอทีชุดใหม่ เสนอแผนขยายโครงข่าย 3G ด้วยแนวคิดจัดทำแผนที่พื้นที่บริการ หาสถานที่ติดตั้งเอง ไม่ใช้สถานีฐานร่วมคนอื่น หลังเจอปัญหาเฟสแรกเพียบทำติดตั้งล่าช้ากว่าจะเสร็จก็ต้นปีหน้า โชว์ผลประกอบการ 9 เดือนที่ผ่านมา รายได้กว่า 12,129 ล้านบาท กำไรสุทธิ 785 ล้านบาท
     
      นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่นกล่าวว่าบริษัทเตรียมเข้าไปหารือกับบอร์ดชุดใหม่ของบริษัท ทีโอที ภายหลังจากบอร์ดทีโอทีประชุมนัดแรกแล้วเสร็จในวันที่ 15 พ.ย.นี้เพื่อแสดงความจำนงในการเข้าไปเสนอแผนการขยายโครงข่ายให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3G ในย่านความถี่ 1900 MHz หลังจากที่ร่วมกับบริษัท ล็อกซเล่ย์ ภายใต้ชื่อกิจการร่วมค้า เอสแอล คอนซัลเตียมติดตั้งโครงข่าย 3G เฟสแรกจำนวน 5,320 สถานีฐาน โดยแผนที่จะเสนอขยายโครงข่ายดังกล่าวจะต้องมีสถานีฐานเพิ่มอีกกว่า 1 หมื่นสถานีฐาน ด้วยงบประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งกลุ่มสามารถคาดว่าจะได้งานประมาณ 60-70% ที่เหลืออีก 30% เป็นของล็อกซเล่ย์ โดยใช้วิธีการจัดทำแผนที่พื้นที่ให้บริการ เพื่อหาสถานที่ติดตั้งสถานีฐานเอง และลดการใช้สถานีฐานร่วม (โค-ไซต์)



ส่วนแผนการให้บริการ MVNO (mobile virtual network operator) 3G ทีโอทีนั้น สามารถ ไอ-โมบายจะมีการรีแบรนดิ้ง 'ไอ-โมบาย 3G X' และเริ่มทำตลาดจริงจังอีกครั้งในต้นปีหน้า หลังจากโครงข่ายมีความสมบูรณ์แล้วซึ่งขณะนี้ ลูกค้าMVNOมีเพียง 2 แสนราย แต่ในปีหน้าบริษัทเชื่อว่าจะมีลูกค้าใหม่เพิ่มมากขึ้นไม่น้อยกว่าเดือนละ 1แสนราย


      'เราคาดว่าจะเพิ่มยอดขายสมาร์ทโฟนในไตรมาส 4 ได้อีก 4 แสนเครื่อง และปี56 คาดว่าจะเพิ่มยอดขายถึง1.5 ล้านเครื่อง จากการเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี รวมถึงปัจจัยการติดสถานีฐาน3Gทีโอทีที่คาดว่าจะครบภายในต้นปีหน้าด้วย'



มีกำไรสุทธิ 284 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ประมาณ 22 เปอร์เซนต์ โดยในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 12,129 ล้านบาท กำไรสุทธิ 785 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับช่วง 9 เดือนของปีก่อนพบว่ากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 14 เปอร์เซนต์ มั่นใจกำไรสิ้นปีทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ล่าสุดลงทุนกว่า 300 ล้านบาท ซื้อบริษัทเทด้า รองรับการขยายธุรกิจด้านพลังงาน











________________________________________


'วัฒน์ชัย' เล็งถกบอร์ดขยาย 3G ทีโอที

      กลุ่มสามารถรอหารือบอร์ดทีโอทีชุดใหม่ เสนอแผนขยายโครงข่าย 3G ด้วยแนวคิดจัดทำแผนที่พื้นที่บริการ หาสถานที่ติดตั้งเอง ไม่ใช้สถานีฐานร่วมคนอื่น หลังเจอปัญหาเฟสแรกเพียบทำติดตั้งล่าช้ากว่าจะเสร็จก็ต้นปีหน้า โชว์ผลประกอบการ 9 เดือนที่ผ่านมา รายได้กว่า 12,129 ล้านบาท กำไรสุทธิ 785 ล้านบาท
     
      นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่นกล่าวว่าบริษัทเตรียมเข้าไปหารือกับบอร์ดชุดใหม่ของบริษัท ทีโอที ภายหลังจากบอร์ดทีโอทีประชุมนัดแรกแล้วเสร็จในวันที่ 15 พ.ย.นี้เพื่อแสดงความจำนงในการเข้าไปเสนอแผนการขยายโครงข่ายให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3G ในย่านความถี่ 1900 MHz หลังจากที่ร่วมกับบริษัท ล็อกซเล่ย์ ภายใต้ชื่อกิจการร่วมค้า เอสแอล คอนซัลเตียมติดตั้งโครงข่าย 3G เฟสแรกจำนวน 5,320 สถานีฐาน โดยแผนที่จะเสนอขยายโครงข่ายดังกล่าวจะต้องมีสถานีฐานเพิ่มอีกกว่า 1 หมื่นสถานีฐาน ด้วยงบประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งกลุ่มสามารถคาดว่าจะได้งานประมาณ 60-70% ที่เหลืออีก 30% เป็นของล็อกซเล่ย์ โดยใช้วิธีการจัดทำแผนที่พื้นที่ให้บริการ เพื่อหาสถานที่ติดตั้งสถานีฐานเอง และลดการใช้สถานีฐานร่วม (โค-ไซต์)
     
      สำหรับโครงข่าย 3G เฟสแรก 5,320 สถานีฐานนั้น ขณะนี้ติดตั้งได้ประมาณ 3,500 สถานีฐาน และภายในสิ้นปีจะติดตั้งได้ประมาณ 4 พันสถานีฐานและครบทั้งหมดภายในไตรมาสแรกปี 2556
     
      ส่วนแผนการให้บริการ MVNO (mobile virtual network operator) 3G ทีโอทีนั้น สามารถ ไอ-โมบายจะมีการรีแบรนดิ้ง 'ไอ-โมบาย 3G X' และเริ่มทำตลาดจริงจังอีกครั้งในต้นปีหน้า หลังจากโครงข่ายมีความสมบูรณ์แล้วซึ่งขณะนี้ ลูกค้าMVNOมีเพียง 2 แสนราย แต่ในปีหน้าบริษัทเชื่อว่าจะมีลูกค้าใหม่เพิ่มมากขึ้นไม่น้อยกว่าเดือนละ 1แสนราย
     
      นายวัฒน์ชัยกล่าวถึงผลประกอบการไตรมาส 3 ว่ามีรายได้รวมทั้งสิ้น 4,107 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 284 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ประมาณ 22% โดยในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 12,129 ล้านบาท กำไรสุทธิ 785 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับช่วง 9 เดือนของปีก่อนพบว่ากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 14% ซึ่งคาดว่าในปีนี้รายได้รวมของกลุ่มน่าจะทำได้ 18,000 ล้านบาท ลดลงจากเดิมที่เคยตั้งเป้าไว้ 22,000 ล้านบาท เพราะการรับรู้รายได้ของการติดตั้งโครงข่าย 3G ล่าช้าออกไปจากปีนี้ประมาณ 3 พันกว่าล้านบาท
     
      “ในตอนนี้เราอยู่ระหว่างการทำแผนปี 56 ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะมีรายได้เติบโตจากปีนี้ 30% หรือมีรายได้มากกว่า 27,000 ล้านบาท โดยมีปัจจัยมาจากโปรเจกต์ต่างๆที่คาดว่าจะสร้างรายได้ถึง25,000ล้านบาท'
     
      ทั้งนี้ในช่วงไตรมาส 4 เชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างรายได้ และกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากมีสัญญาณบวกในหลายๆ ด้าน เช่น การพลิกฟื้นของไอ-โมบาย ซึ่งในไตรมาส 3 เพียงไตรมาสเดียว สามารถจำหน่ายสมาร์ทโฟน ไปได้แล้วเกือบ 2แสนเครื่อง อีกทั้งยังจะมีการรับรู้รายได้จากพอร์ทัลเน็ท และจากงานโครงการใหม่ๆของกลุ่มไอซีที โซลูชั่น ซึ่งปัจจุบันมีงานในมือที่จะทยอยสร้างรายได้รวมแล้วกว่า 1หมื่นล้านบาท และจะพยายามสร้างรายได้จากธุรกิจประจำให้มีสัดส่วน 50% ของรายได้รวม เพื่อลดความเสี่ยง โดยในปี 2555 คาดว่ารายได้จากธุรกิจประจำจะเท่ากับ 5,000 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 8,000 ล้านบาทในปี 56 ด้วย
     
      กลุ่มสามารถยังโชว์ผลประกอบการในแต่ละสายธุรกิจในไตรมาส 3 ปี 55 คือในสายธุรกิจไอซีที โซลูชั่น มีรายได้รวมทั้งสิ้น 1,920 ล้านบาท กำไรสุทธิ 237 ล้านบาท ในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมาเซ็นสัญญาโครงการใหม่มูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านบาท สายธุรกิจโมบาย มัลติมีเดีย ของสามารถ ไอ-โมบาย มีรายได้รวมทั้งสิ้น 1,618 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 35 ล้านบาท มียอดขายโทรศัพท์มือถือในรอบ 9 เดือนรวมแล้วกว่า 3 ล้านเครื่อง แบ่งเป็นสมาร์ทโฟนจำนวน 2.3 แสนเครื่อง
     
      'เราคาดว่าจะเพิ่มยอดขายสมาร์ทโฟนในไตรมาส 4 ได้อีก 4 แสนเครื่อง และปี56 คาดว่าจะเพิ่มยอดขายถึง1.5 ล้านเครื่อง จากการเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี รวมถึงปัจจัยการติดสถานีฐาน3Gทีโอทีที่คาดว่าจะครบภายในต้นปีหน้าด้วย'
     
      ขณะที่สายธุรกิจอื่นๆ ก็มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง คือ บริการคอล เซ็นเตอร์ โดย บริษัท วันทูวัน คอนแทคส์ ในปีนี้คาดว่าจะมีรายได้รวมเกือบ 900 ล้านบาทพร้อมทั้งบริษัทกำลังจะขยายธุรกิจไปยังพม่า ลาว และกัมพูชาด้วย
     
      บริษัทยังได้ซื้อกิจการบริษัท เทด้า ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำในการประกอบธุรกิจทางด้านงานก่อสร้างสถานีไฟฟ้า งานก่อสร้างสายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้า และงานติดตั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องกลด้วยงบลงทุนกว่า 300 ล้านบาท เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขยายธุรกิจด้านพลังงานและบริการสาธารณะอย่างจริง จัง อีกทั้งในปีหน้ากลุ่มสามารถยังเตรียมเข้าไปรุกธุรกิจในกลุ่มทีวีดิจิตอล ด้วยโดยการเข้าไปทำตลาดกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียมและโครงสร้างพื้นฐาน

ASTV ผู้จัดการ
http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9550000138822&Keyword=3g


_________________________________




'กลุ่มสามารถ'กวาดกำไรรอบ9 เดือน เกือบ 800ล.พร้อมทุ่มทุนกว่า 300 ล้านซื้อบ.ใหม่ ขยายธุรกิจด้านพลังงาน

นายวัฒน์ชัย  วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. สามารถคอร์ปอเรชั่น กล่าวถึงผลประกอบการในไตรมาส 3 ประจำปี 2555 ว่าบริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 4,107 ล้านบาท

มีกำไรสุทธิ 284 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ประมาณ 22 เปอร์เซนต์ โดยในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 12,129 ล้านบาท กำไรสุทธิ 785 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับช่วง 9 เดือนของปีก่อนพบว่ากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 14 เปอร์เซนต์ มั่นใจกำไรสิ้นปีทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ล่าสุดลงทุนกว่า 300 ล้านบาท ซื้อบริษัทเทด้า รองรับการขยายธุรกิจด้านพลังงาน

“ภาพรวมการดำเนินธุรกิจในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาของกลุ่มบริษัทสามารถ ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย โดยเฉพาะในส่วนของกำไรสุทธิ ซึ่งคาดว่าจะทะลุเป้าพันล้านบาทอย่างแน่นอน เพราะนับจากต้นปีจนถึงปัจจุบัน บริษัทเก็บเกี่ยวกำไรมาได้แล้วเกือบ 800 ล้านบาท โดยในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้ บริษัทเชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างรายได้และกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากมีสัญญาณบวกในหลายๆ ด้าน เช่น การพลิกฟื้นของไอ-โมบาย ซึ่งในไตรมาส 3 เพียงไตรมาสเดียว สามารถจำหน่าย Smart Phone ไปได้แล้วเกือบ 2 แสนเครื่อง อีกทั้งยังจะมีการรับรู้รายได้จากพอร์ทัลเน็ทและจากงานโครงการใหม่ๆของกลุ่ม ICT Solutions ซึ่งปัจจุบันมีงานในมือที่จะทยอยสร้างรายได้รวมแล้วกว่า 1 หมื่นล้านบาท  และอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่สำคัญสำหรับกลุ่มสามารถ คือ  บริษัทได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการฯในการเข้าเจรจาซื้อกิจการบริษัทเทด้า ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำในการประกอบธุรกิจทางด้านงานก่อสร้างสถานีไฟฟ้า, งานก่อสร้างสายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้า และงานติดตั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องกลด้วยงบลงทุนกว่า 300 ล้านบาท เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขยายธุรกิจด้านพลังงานและบริการสาธารณะอย่างจริงจังต่อไป สำหรับรายได้รวมปี 55 นี้ คาดว่าจะรับรู้ประมาณ 18,000 ล้านบาท”  

สรุปผลประกอบการในแต่ละสายธุรกิจของกลุ่มสามารถในไตรมาส 3 ปี 55  ดังนี้
สายธุรกิจ ICT Solutions นำโดย บมจ.สามารถเทลคอม มีรายได้รวมทั้งสิ้น 1,920 ล้านบาท กำไรสุทธิ 237 ล้านบาท ในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมาเซ็นสัญญาโครงการใหม่มูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านบาท รวมโครงการในมือ (Backlog) ในปัจจุบัน มูลค่ารวม 10,537 ล้านบาท โดยในไตรมาสสุดท้ายของปี มีแผนเข้าร่วมประมูลโครงการมูลค่ารวมอีกกว่า 1 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ แม้ไม่รวม Mega Project บมจ.สามารถเทลคอมก็มีรายได้จากโครงการอื่นๆ อย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่าปีละ 7,000 - 8,000 ล้านบาท อีกทั้ง เนื่องจากการรุกตลาดด้าน ICT Outsourcing ก็ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของรายได้ประจำจากค่าบริการบำรุงรักษาและปรับปรุงระบบไอทีที่ต่อเนื่อง


สายธุรกิจ Mobile Multimedia นำโดย บมจ.สามารถ ไอ-โมบาย มีรายได้รวมทั้งสิ้น 1,618 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 35 ล้านบาท มียอดขายโทรศัพท์มือถือในรอบ 9 เดือนรวมแล้วกว่า 3 ล้านเครื่อง นับเป็น Smart Phone จำนวน 2.3 แสนเครื่อง ด้วยราคาเฉลี่ยต่อเครื่องที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 23 เปอร์เซนต์ ทำให้ไอ-โมบายมีรายได้และกำไรที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน คาดว่าจะเพิ่มยอดขาย Smart Phone ในไตรมาส 4 ได้อีก 4 แสนเครื่องจากการเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี ส่วนธุรกิจทางด้าน MVNO คาดว่าจะมียอดผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นเมื่อเครือข่าย 3 จีครอบคลุมมากขึ้น แม้จะมีความล่าช้าในการติดตั้งเครือข่าย แต่เชื่อมั่นว่าทีโอทีคงต้องเร่งขยายเครือข่าย เพื่อให้ทันและพร้อมต่อการแข่งขันในต้นปีหน้า

สายธุรกิจอื่นๆ ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง คือ บริการ Call Center โดย บจก. วันทูวัน คอนแทคส์ ในปีนี้คาดว่าจะมีรายได้รวมเกือบ 900 ล้านบาท ปัจจุบันมีลูกค้าองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ สายการบินแอร์เอเชีย บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต บริษัทซิกน่าประกันภัย กรมตำรวจ 191 การรถไฟ และอื่นๆ

“สิ่งที่กลุ่มสามารถมุ่งเน้นคือการสร้าง Sustainable Growth หรือธุรกิจที่มีรากฐานยั่งยืนโดยเราให้ความสำคัญต่อการแสวงหาแหล่งรายได้ประจำและการรักษาอัตราการเติบโตของผลกำไรให้เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจากผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมาก็ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี จะเห็นได้จากรายได้ประจำของเราอยู่ที่ประมาณ 5,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 28 เปอร์เซนต์ของรายได้รวมทั้งปี ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต และเรายังมั่นใจว่าจะสามารถสร้างผลกำไรได้ตามเป้าหมาย ไม่เพียงเท่านั้น เรายังให้ความสำคัญกับการบริหารองค์กรที่ดี มีความรับผิดชอบทั้งต่อลูกค้าและผู้ถือหุ้น ตลอดจนการเกื้อกูลสังคมอย่างจริงจังควบคู่ไปด้วย จนทำให้ 3 บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ  ได้แก่ บมจ. สามารถคอร์ปอเรชั่น ,บมจ.สามารถเทลคอม และบมจ.สามารถไอ-โมบาย  ได้รับการประเมินระดับดีเลิศ ติดลำดับ Top Quartile 2555 ในกลุ่มบริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market   Capitalization)  3,000 - 9,999  ล้านบาท จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทยด้วย”  นายวัฒน์ชัยกล่าวสรุป

ฐานเศรษฐกิจ
http://www.thanonline.com/index.php?
option=com_content&view=article&id=153761:-9-800-300-
&catid=176:2009-06-25-09-26-02&Itemid=524

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.